พื้นโรงพยาบาลควรเลือกแบบไหน? คู่มือครบถ้วนเรื่องมาตรฐาน ความปลอดภัย และความทนทาน

Table of Contents

             พื้นโรงพยาบาลเป็นองค์ประกอบสำคัญที่มีผลโดยตรงต่อความปลอดภัย สุขอนามัย และประสบการณ์ของผู้ป่วยมากกว่าที่หลายคนคิด ในสภาพแวดล้อมที่ต้องควบคุมการติดเชื้ออย่างเข้มงวด พื้นไม่ใช่เพียงพื้นผิวสำหรับการสัญจร แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบควบคุมคุณภาพภายในอาคาร ตั้งแต่การทำความสะอาด การทนต่อสารเคมี ไปจนถึงการลดความเสี่ยงการลื่นล้ม การเลือกพื้นโรงพยาบาลที่เหมาะสมจึงต้องพิจารณาทั้งด้านมาตรฐานทางการแพทย์ ความทนทานต่อการใช้งานหนัก และภาพลักษณ์ที่สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ใช้บริการในระยะยาว

1.คุณสมบัติพื้นโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน

1.1 ทำความสะอาดง่าย และไม่สะสมเชื้อ

พื้นโรงพยาบาลควรมีผิวเรียบ ไม่มีร่องลึก หรือรอยต่อจำนวนมาก เพราะรอยต่อคือจุดสะสมของเชื้อแบคทีเรียและสิ่งปนเปื้อน โดยเฉพาะในพื้นที่ควบคุมการติดเชื้ออย่างเข้มงวด เช่น ห้องผ่าตัด ICU และห้องฉุกเฉิน วัสดุปูพื้นควรสามารถทำความสะอาดและฆ่าเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพตามแนวทางของหน่วยงานด้านสาธารณสุข เช่น CDC และ WHO เพื่อช่วยลดความเสี่ยงการแพร่กระจายเชื้อภายในสถานพยาบาล

1.2 ทนสารเคมีเข้มข้น

พื้นโรงพยาบาลต้องรองรับการใช้น้ำยาฆ่าเชื้ออย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นแอลกอฮอล์ คลอรีน ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ หรือสารทำความสะอาดระดับโรงพยาบาล หากวัสดุไม่มีความทนทานเพียงพอ ผิวพื้นอาจเกิดการด่าง ซีดจาง หรือหลุดลอกในระยะเวลาไม่นาน ซึ่งไม่เพียงส่งผลต่อความสวยงาม แต่ยังลดประสิทธิภาพการทำความสะอาดและอายุการใช้งานโดยรวมของพื้น

1.3 กันลื่น (Slip Resistance)

ความปลอดภัยในการสัญจรเป็นอีกปัจจัยสำคัญของพื้นโรงพยาบาล โดยเฉพาะเมื่อมีความเสี่ยงจากพื้นเปียกหรือการทำความสะอาดบ่อยครั้ง พื้นควรมีค่ากันลื่นเหมาะสมกับการใช้งานแต่ละพื้นที่ เช่น ห้องน้ำผู้ป่วยควรมีค่ากันลื่นระดับ R10–R11 ขณะที่ทางเดินทั่วไปอาจอยู่ในระดับ R9–R10 การเลือกค่ากันลื่นที่เหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงการลื่นล้มของผู้ป่วย ญาติ และบุคลากรทางการแพทย์

1.4 ลดเสียงรบกวน

โรงพยาบาลเป็นพื้นที่ที่ต้องการความสงบและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพักฟื้นของผู้ป่วย พื้นโรงพยาบาลที่ดีควรมีคุณสมบัติช่วยลดเสียงจากล้อเตียง รถเข็น และรองเท้าของบุคลากร เพื่อลดเสียงสะท้อนในโถงทางเดินและหอผู้ป่วย วัสดุปูพื้นที่มีคุณสมบัติซับเสียงจะช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเป็นมิตรต่อผู้เข้ารับการรักษา

1.5 Low VOC ปลอดภัยต่อผู้ป่วย

ผู้ป่วยในโรงพยาบาลบางรายมีภูมิคุ้มกันต่ำหรือมีภาวะไวต่อสารระเหย พื้นโรงพยาบาลจึงควรเลือกวัสดุที่มีค่า VOC ต่ำ (Low Volatile Organic Compounds) เพื่อลดการปล่อยสารเคมีระเหยสู่อากาศภายในอาคาร การเลือกวัสดุที่ได้มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพไม่เพียงช่วยปกป้องผู้ป่วย แต่ยังสะท้อนถึงมาตรฐานคุณภาพของสถานพยาบาลในระยะยาว

2.วัสดุพื้นโรงพยาบาลที่นิยมใช้

2.1 Vinyl Flooring (แผ่นไวนิลม้วน)

Vinyl Flooring แบบแผ่นม้วนเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมสูงในโรงพยาบาล เนื่องจากสามารถติดตั้งแบบไร้รอยต่อหรือเชื่อมรอยต่อด้วยความร้อนได้ ทำให้ลดจุดสะสมเชื้อโรคและสิ่งสกปรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผิวหน้าของไวนิลมีความเรียบ ทำความสะอาดง่าย และทนต่อสารฆ่าเชื้อที่ใช้เป็นประจำในสถานพยาบาล อีกทั้งยังมีความยืดหยุ่นเล็กน้อย ช่วยลดแรงกระแทกและเพิ่มความสบายในการเดิน เหมาะสำหรับพื้นที่ควบคุมการติดเชื้อ เช่น ห้องผ่าตัด ICU และห้องฉุกเฉิน

2.2 SPC Flooring

SPC Flooring (Stone Plastic Composite) เหมาะกับพื้นที่โรงพยาบาลที่ต้องการความแข็งแรงและทนทานต่อแรงกดสูง เช่น โถงทางเดิน OPD หรือห้องพักผู้ป่วย เนื่องจากโครงสร้างแกนกลางมีความหนาแน่นสูง ไม่บวมเมื่อโดนน้ำ และทนต่อการใช้งานจากรถเข็น เตียงผู้ป่วย และอุปกรณ์ทางการแพทย์ได้ดี นอกจากนี้ SPC ยังมีชั้นผิวป้องกันรอยขีดข่วน (Wear Layer) ที่ช่วยให้พื้นคงสภาพสวยงามแม้มีการทำความสะอาดบ่อยครั้ง จึงเป็นตัวเลือกที่สมดุลระหว่างความทนทานและความคุ้มค่าในระยะยาว

2.3 Rubber Flooring

Rubber Flooring เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยและการซับแรงกระแทกสูง เช่น ห้องกายภาพบำบัด หรือพื้นที่ฟื้นฟูสมรรถภาพ เนื่องจากพื้นยางมีความยืดหยุ่น ช่วยลดแรงกระแทกต่อข้อและกล้ามเนื้อของผู้ป่วย อีกทั้งยังมีคุณสมบัติกันลื่นที่ดี ลดความเสี่ยงการลื่นล้มในพื้นที่ที่มีการเคลื่อนไหวบ่อย นอกจากนี้ พื้นยางยังช่วยลดเสียงจากการเดินและการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ ทำให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่ต้องการความเงียบสงบภายในโรงพยาบาล

3.มาตรฐานที่ควรรู้

พื้นโรงพยาบาลควรมี:

  • มาตรฐานกันลื่น

  • มาตรฐาน VOC ต่ำ

  • ความทนทานต่อสารเคมี

  • เอกสารรับรองจากผู้ผลิต

4.คำแนะนำในการติดตั้งพื้นโรงพยาบาลให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

4.1 ใช้บริการติดตั้งจากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ด้านงานสาธารณสุข

พื้นโรงพยาบาลไม่ใช่งานติดตั้งทั่วไป เพราะเกี่ยวข้องกับมาตรฐานการควบคุมการติดเชื้อและความปลอดภัยระดับสูง ควรเลือกทีมติดตั้งที่มีประสบการณ์ในงานสถานพยาบาลโดยเฉพาะ เข้าใจระบบการเชื่อมรอยต่อ การทำ Cove Skirting (ยกพื้นโค้งขึ้นผนัง) และวิธีปิดรอยต่อแบบ Heat Welding อย่างถูกต้อง หากติดตั้งผิดพลาด แม้วัสดุจะมีคุณภาพสูง ก็อาจเกิดปัญหารอยรั่วซึมและจุดสะสมเชื้อในอนาคต

4.2 เลือกใช้วัสดุที่ได้รับมาตรฐานและผ่านการทดสอบความทนทาน

ควรเลือกวัสดุที่ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานสากล เช่น Homogeneous Vinyl Sheet ที่มีความหนาแน่นสม่ำเสมอตลอดแผ่น และผ่านการทดสอบด้านความทนสารเคมี ความทนการสึกหรอ และค่ากันลื่น วัสดุที่มีเอกสารรับรองชัดเจนจะช่วยให้โครงการผ่านการตรวจรับได้ง่าย และลดความเสี่ยงปัญหาในระยะยาว

4.3 ปรึกษาเรื่องคุณสมบัติพิเศษให้เหมาะกับพื้นที่ใช้งาน

บางพื้นที่ในโรงพยาบาลต้องการคุณสมบัติเฉพาะ เช่น พื้นกันไฟฟ้าสถิต (ESD / Conductive Flooring) สำหรับห้องผ่าตัด ห้องแล็บ หรือพื้นที่ที่มีเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ละเอียดอ่อน การเลือกวัสดุผิดประเภทอาจส่งผลต่อความแม่นยำของอุปกรณ์และความปลอดภัยของผู้ป่วย จึงควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

4.4 เตรียมพื้นผิวโครงสร้าง (Subfloor Preparation) 

โครงสร้างพื้นเดิมต้องเรียบ แข็งแรง และมีระดับความชื้นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานก่อนติดตั้ง เพราะความชื้นที่สะสมในคอนกรีตอาจทำให้กาวเสื่อมสภาพหรือพื้นบวมในอนาคต ควรตรวจวัดค่าความชื้นและปรับระดับพื้นด้วย Self-Leveling Compound หากจำเป็น ขั้นตอนนี้มีผลโดยตรงต่ออายุการใช้งานของพื้นโรงพยาบาล

4.5 ออกแบบระบบรอยต่อให้เหมาะกับการทำความสะอาด

ในพื้นที่ควบคุมการติดเชื้อสูง ควรเลือกติดตั้งแบบไร้รอยต่อหรือเชื่อมรอยต่อด้วยความร้อน รวมถึงทำมุมพื้นชนผนังแบบโค้ง (Cove Base) เพื่อลดมุมอับที่ทำความสะอาดยาก การออกแบบที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นช่วยลดภาระงานแม่บ้านและเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมเชื้อโรค

4.6 วางแผนการบำรุงรักษาระยะยาวตั้งแต่ก่อนติดตั้ง

ควรสอบถามคู่มือการดูแลรักษาจากผู้ผลิต เช่น ประเภทน้ำยาที่ใช้ได้ ความถี่ในการขัดเคลือบ หรือการซ่อมเฉพาะจุด การวางแผนตั้งแต่ต้นจะช่วยควบคุมงบประมาณระยะยาว และทำให้พื้นโรงพยาบาลคงสภาพดีตลอดอายุการใช้งาน

4.7 คำนึงถึงความต่อเนื่องของงานระบบและงานสถาปัตย์

พื้นโรงพยาบาลต้องประสานงานกับงานระบบอื่น เช่น ระบบประตูอัตโนมัติ ระบบเตียงราง หรือรอยต่อระหว่างห้องแรงดันลบ หากไม่ได้วางแผนร่วมกันตั้งแต่ต้น อาจเกิดจุดอ่อนที่กระทบต่อความปลอดภัยและมาตรฐานของอาคาร

 

            การเลือกและติดตั้งพื้นโรงพยาบาลไม่ใช่เพียงเรื่องความสวยงาม แต่คือการลงทุนด้านความปลอดภัย สุขอนามัย และมาตรฐานอาคารในระยะยาว พื้นที่ทุกโซนตั้งแต่ห้องผ่าตัด ICU ห้องฉุกเฉิน ไปจนถึงทางเดินและห้องพักผู้ป่วย ล้วนต้องการวัสดุที่ตอบโจทย์ทั้งการควบคุมการติดเชื้อ ความทนทานต่อสารเคมี การกันลื่น และค่า VOC ต่ำเพื่อปกป้องผู้ป่วย

          หากคุณกำลังวางแผนสร้างหรือปรับปรุงคลินิก โรงพยาบาล หรือสถานพยาบาลทุกระดับ VK Floor พร้อมให้คำปรึกษาโดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุปูพื้นที่มีประสบการณ์ในงานโครงการจริง เราคัดสรรพื้นไวนิล Homogeneous, SPC และวัสดุเกรดโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน พร้อมบริการประเมินหน้างานและติดตั้งครบวงจร