ไม้ HMR ปี 2025 เริ่มต้นกี่บาท? เปรียบเทียบชัด ๆ กับ MDF และไม้อัด ใช้งานแบบไหนคุ้มที่สุด
ไม้ HMR ปี 2025 เริ่มต้นกี่บาท? เปรียบเทียบชัด ๆ กับ MDF และไม้อัด ใช้งานแบบไหนคุ้มที่สุด
หากคุณกำลังมองหาไม้แผ่นสำหรับงานตกแต่งภายใน ไม่ว่าจะเป็นงานบิวท์อิน ตู้ลอย ชั้นวาง หรือเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูป “ไม้ HMR” ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมที่กำลังมาแรงในปี 2025 ด้วยคุณสมบัติกันชื้นได้ดี เหมาะกับงานภายใน และใช้งานได้นานโดยไม่บวมหรือเปราะง่าย แต่คำถามคือ… HMR ราคาเท่าไหร่? และ เทียบกับ MDF หรือไม้อัดแล้ว แบบไหนคุ้มกว่า?
ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปดูราคาเริ่มต้นของไม้ HMR ปี 2025 เปรียบเทียบแบบชัด ๆ กับ MDF และไม้อัด พร้อมเจาะลึกข้อดี–ข้อควรระวังของแต่ละประเภท เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ว่างานของคุณควรเลือกใช้วัสดุแบบไหนถึงจะ “ตอบโจทย์ที่สุดทั้งคุณภาพและงบประมาณ”
ไม้ HMR คืออะไร
ไม้ HMR (High Moisture Resistance Board) คือ แผ่นไม้สำเร็จรูปชนิดหนึ่ง ที่พัฒนามาจากไม้ปาร์ติเกิลบอร์ด (Particle Board) ให้มีคุณสมบัติในการ ทนความชื้0นได้สูงกว่าเดิม โดยถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานภายในอาคารที่มีความเสี่ยงสัมผัสกับความชื้น เช่น ตู้ล่างครัว ผนังในห้องน้ำ หรือพื้นที่กึ่งเปียกกึ่งแห้ง
ไม้ HMR ผลิตจาก เศษไม้บดละเอียด ผสมกับกาวชนิดพิเศษที่ทนความชื้น (Moisture-resistant resin) จากนั้นจึงอัดด้วยแรงดันสูงและความร้อน ทำให้ได้แผ่นไม้ที่ แข็งแน่นกว่า และ ทนต่อความชื้นได้ดีกว่า ไม้ MDF หรือปาร์ติเกิลทั่วไป
คุณสมบัติ ไม้ HMR ของวิวัฒน์ชัย

1. ทนความชื้น (High Moisture Resistance)
จุดเด่นที่ทำให้ไม้ HMR แตกต่างจากไม้ MDF หรือปาร์ติเกิลบอร์ดทั่วไปคือ ความสามารถในการต้านทานความชื้นได้ดีเยี่ยม ด้วยการใช้กาวชนิดพิเศษที่ลดการดูดซึมน้ำของเนื้อไม้ ทำให้ไม้ไม่บวม ไม่พองตัวง่ายเมื่อสัมผัสกับความชื้น จึงเหมาะกับงานที่ต้องใช้ในพื้นที่เสี่ยงเปียก เช่น ตู้ล่างในครัว ผนังใต้อ่างล้างจาน หรือห้องซักรีด
2. โครงสร้างแผ่นแน่น แข็งแรง
ไม้ HMR ผลิตจากไม้บดละเอียดผสมกาวแล้วอัดด้วยแรงดันสูง ทำให้ได้แผ่นไม้ที่มีความแน่นมากกว่าไม้ชนิดอื่นในกลุ่มเดียวกัน จึงสามารถรองรับน้ำหนักได้ดี ไม่แตกหักง่ายเมื่อต้องตัด เจาะ หรือตอกตะปู เหมาะกับงานเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการความแข็งแรงระดับกลางถึงสูง
3. ผิวหน้าเรียบ ทำงานง่าย
พื้นผิวของไม้ HMR มีความเรียบ สม่ำเสมอ ช่วยให้การปิดผิววัสดุตกแต่งอย่างเมลามีน ลามิเนต หรือการพ่นสีเป็นไปได้อย่างเรียบเนียนและสวยงาม โดยไม่ต้องขัดแต่งมาก เหมาะกับงานโชว์ผิวที่ต้องการความประณีต เช่น บานตู้ หรือผนังตกแต่ง
4. ไม่เป็นเชื้อรา
อีกหนึ่งคุณสมบัติที่เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่เสี่ยงเปียกคือ ไม้ HMR มีโอกาสเกิดเชื้อราน้อยมาก เนื่องจากไม่ดูดซับความชื้นและมีความหนาแน่นของเนื้อไม้สูง จึงปลอดภัยในการใช้งานในพื้นที่ที่อาจมีการสะสมความชื้น เช่น หลังตู้หรือบริเวณครัว
5. ต้านปลวกได้ดีกว่าไม้บางชนิด
ถึงแม้ว่าไม้ HMR จะไม่ใช่ไม้กันปลวก 100% แต่ด้วยโครงสร้างที่แน่นของมันทำให้ปลวกเจาะกินได้ยากกว่าไม้ MDF หรือไม้ธรรมดาทั่วไป โดยเฉพาะเมื่อใช้งานร่วมกับการปิดผิวอย่างเมลามีนหรือฟอยล์ ก็สามารถเพิ่มระดับการป้องกันปลวกได้มากขึ้นอีกขั้น
เปรียบเทียบคุณภาพ ไม้ HMR
แม้จะเป็นไม้ HMR เหมือนกัน แต่แต่ละ เกรดของไม้ HMR ก็ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์งานที่ต่างกัน ทั้งด้านความทนทาน พื้นผิว และงบประมาณ หากกำลังเลือกใช้งาน มาดูกันว่าแต่ละเกรดมีจุดเด่นอะไรบ้าง และแบบไหนที่เหมาะกับคุณที่สุด
รายการเปรียบเทียบ | HMR รุ่น V313 | HMR รุ่น V70 | HMR เคลือบขาว |
คุณภาพโดยรวม | พื้นฐาน ราคาประหยัด | เกรดพรีเมียม ทนชื้น | ผิวสวย เรียบ พร้อมใช้งาน |
ความทนต่อความชื้น | ปานกลาง (ต้องหลีกเลี่ยงน้ำขัง) | สูง เหมาะกับพื้นที่ชื้น | ปานกลาง-สูง (ขึ้นกับการเคลือบ) |
ความแน่นของแผ่น | ปานกลาง | แน่นและแข็งแรงมาก | แน่นระดับกลาง ผิวแน่น |
ผิวหน้า (ความเรียบ) | ธรรมดา | เรียบมาก | เรียบพิเศษ เคลือบผิวแล้ว |
การรองรับน้ำหนัก | เหมาะกับงานทั่วไป | เหมาะกับงานที่ต้องรับน้ำหนัก | เหมาะกับงานโชว์ผิว ไม่รับน้ำหนักมาก |
เหมาะกับการปิดผิว | ปิดแต่ต้องเตรียมพื้นผิวให้ดี | ดีเยี่ยม | เคลือบความมาแล้ว |
เหมาะกับงานในห้องน้ำ | ไม่แนะนำ | ใช้ได้เฉพาะตู้ล่างครัว | เฉพาะพื้นที่ไม่มีน้ำขัง |
เทียบราคา ไม้HMR กับไม้อัดประเภทอื่น

ประเภทไม้ | ช่วงความหนา (มม.) | ช่วงราคา/แผ่น (บาท) |
HMR เกรด A | 4-18 | 240–810 |
HMR เกรด B | 4-18 | 170–580 |
HMR เคลือบขาว | 6–18 | 460–750 |
MDF | 2.6–19 | 105–530 |
ไม้อัดยาง | 10-16 | 360-560 |
ไม้อัดยาง A | 4–20 | 260-930 |
ไม้อัดยาง B | 4–20 | 260–750 |
ไม้อัดยางเคลือบขาว | 4–20 | 340–1320 |
เปรียบเทียบไม้อัดแต่ละประเภท ปี 2025
1.ไม้อัดยาง
- คุณภาพโดยรวม: ปานกลาง
- จุดเด่น: แข็งแรง ทนทาน ตัดง่าย ราคาคุ้มค่า
- เหมาะกับงาน: โครงตู้ เฟอร์นิเจอร์ทั่วไป และงานตกแต่งภายในที่ไม่เน้นโชว์ผิวไม้
2.ไม้อัดยาง A
- คุณภาพโดยรวม: สูง
- จุดเด่น: หน้าไม้สวย ลายไม้ธรรมชาติชัด เหมาะกับงานโชว์ผิว
- เหมาะกับงาน: งานตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน และงานที่ต้องการโชว์ลายไม้
3.ไม้อัดยาง B
- คุณภาพโดยรวม: มาตรฐาน
- จุดเด่น: ราคาประหยัด ใช้ในงานที่ไม่เน้นความสวยของผิวหน้า
- เหมาะกับงาน: งานโครงไม้ภายใน ปูพื้น ตู้ชั่วคราว หรืองานใช้สอยทั่วไป
4.MDF
- คุณภาพโดยรวม: ปานกลาง
- จุดเด่น: ผิวเรียบ สม่ำเสมอ ปิดผิวเมลามีน ลามิเนต หรือพ่นสีได้ดี
- เหมาะกับงาน: งานประตู ผนังตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์ที่เน้นผิวเรียบ และงานพ่นสี
5.HMR เกรด A
- คุณภาพโดยรวม: สูง
- จุดเด่น: ทนชื้น ผิวแน่น เจาะ ตัด และยิงตะปูได้ดี ไม่บวมหรือพอง
- เหมาะกับงาน: ตู้ลอย เคาน์เตอร์ครัว เฟอร์นิเจอร์บิวท์อินที่ต้องการความแข็งแรง
6.HMR เกรด B
- คุณภาพโดยรวม: มาตรฐาน
- จุดเด่น: กันชื้นพอประมาณ ราคาคุ้มค่า ใช้งานได้หลากหลาย
- เหมาะกับงาน: ตู้เอนกประสงค์ ชั้นวางของ งานภายในที่ไม่ต้องรับความชื้นสูง
7.HMR เคลือบขาว
- คุณภาพโดยรวม: สูง
- จุดเด่น: ผิวขาวเรียบพร้อมใช้งาน ไม่ต้องพ่นสีหรือติดลามิเนตเพิ่ม
- เหมาะกับงาน: งานบิวท์อินห้องน้ำ ครัว หรือเฟอร์นิเจอร์ที่เน้นความเนี้ยบ
8.ไม้อัดยางเคลือบขาว
- คุณภาพโดยรวม: สูง
- จุดเด่น: กันชื้นดี ผิวแข็งแรง เคลือบลามิเนตเรียบร้อย ทนรอยขีดข่วน
- เหมาะกับงาน: ตู้ครัว ห้องซักรีด หรือบริเวณที่มีความชื้นสูง
การเลือกใช้ไม้ให้เหมาะกับงานคือหัวใจของชิ้นงานที่ดี และหากคุณกำลังมองหาแหล่งวัสดุไม้คุณภาพ “วิวัฒน์ชัยค้าไม้” คือคำตอบที่ช่างมืออาชีพ นักออกแบบ และเจ้าของบ้านไว้ใจ เรามีไม้หลากหลายเกรด คัดตรงจากโรงงาน ราคายุติธรรม พร้อมบริการแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญจริงทุกแผ่น ช่วยให้คุณเลือกไม้ที่เหมาะกับงบประมาณและใช้งานได้มั่นใจยิ่งกว่าเดิม
ติดต่อ วิวัฒน์ชัย ค้าไม้ :
Line OA : @viwatchai
Social Media Link : https://linktr.ee/viwatchai.kamai
Google Map : https://maps.app.goo.gl/9SUJ3URFxuuzTVc19
Call : 02-585-7575, 02-585-6950
- Viwatchaiadmin
- May 22, 2025
- 4:29 pm