-
MDF 4-20มิล
฿105.00
ไม้ MDF ถือเป็นหนึ่งในวัสดุยอดนิยมสำหรับงานเฟอร์นิเจอร์และงานตกแต่งบ้าน ด้วยคุณสมบัติพื้นผิวที่เรียบ ทำงานง่าย และราคาไม่สูง ทำให้ทั้งช่างไม้และเจ้าของบ้านเลือกใช้งานกันอย่างแพร่หลาย แต่สิ่งที่หลายคนยังสับสนคือ “ความหนาของไม้ MDF” ที่มีให้เลือกหลายขนาด ไม่ว่าจะเป็น 6 มม. 12 มม. หรือ 18 มม. ซึ่งแต่ละความหนาก็มีคุณสมบัติและการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป หากเลือกไม่ถูกต้องอาจทำให้ชิ้นงานไม่แข็งแรงหรือใช้งานได้ไม่ยาวนาน บทความนี้จะพาคุณมาดูว่าไม้ MDF แต่ละความหนาเหมาะกับงานประเภทไหน และควรเลือกอย่างไรให้ตรงกับโปรเจกต์ของคุณ เพื่อให้ได้ทั้งความสวยงาม ความแข็งแรง และความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับไม้อัด MDF หรือวัสดุไม้ประเภทอื่น ๆ
1.เลือกความหนา ไม้ MDF แบบไหน เหมาะกับงานอะไรบ้าง?
1.1 ไม้ MDF หนา 3–6 มม.
เหมาะกับงานตกแต่งที่ไม่ต้องรับน้ำหนัก เช่น งานกรุผนัง แผ่นบังตา แผงลิ้นชัก หรือการทำบานเฟอร์นิเจอร์บาง ๆ จุดเด่นคือแผ่นบาง น้ำหนักเบา ทำงานง่าย แต่ไม่เหมาะกับงานโครงสร้าง
1.2 ไม้ MDF หนา 9–12 มม.
เหมาะสำหรับงานเฟอร์นิเจอร์ขนาดเล็ก เช่น ชั้นวางของเล็ก โต๊ะทำงานแบบเบา ๆ หรือบานตู้ที่ไม่ได้รับแรงกดมาก ความหนาระดับนี้ยังนิยมใช้ในงาน ไม้อัด MDF เคลือบเมลามีน สำหรับทำบานตู้หรือผิวตกแต่งที่ต้องการความเรียบสวย
1.3 ไม้ MDF หนา 15 มม.
ถือเป็นความหนามาตรฐานสำหรับงานเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน เช่น ตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง ชั้นหนังสือ หรือเคาน์เตอร์ครัวแบบเบา ๆ ไม้ MDF ความหนานี้ให้ความแข็งแรงพอสมควรและยังทำสีหรือเคลือบผิวได้ง่าย
1.4 ไม้ MDF หนา 18–20 มม.
เหมาะกับงานที่ต้องรับน้ำหนักมากขึ้น เช่น ชั้นวางของขนาดกลาง โต๊ะทานอาหาร หรือชั้นโชว์สินค้าในร้านค้า หลายช่างไม้เลือกความหนานี้เพราะให้ทั้งความแข็งแรงและยังทำงานง่ายกว่าการใช้ไม้อัด MDF ที่หนามาก ๆ
1.5 ไม้ MDF หนา 25 มม. ขึ้นไป
ใช้สำหรับงานที่ต้องการความแข็งแรงสูง เช่น เคาน์เตอร์ร้านค้า เฟอร์นิเจอร์เชิงพาณิชย์ โต๊ะประชุม หรือชิ้นงานที่ต้องรับน้ำหนักและการใช้งานหนัก ความหนาระดับนี้ใกล้เคียงกับไม้จริงในด้านความแข็งแรง แต่ยังคงความเรียบของ MDF ที่เหมาะกับการทำสีและเคลือบผิว
*หมายเหตุ : เป็นเพียงคำแนะนำจากร้านวิวัฒน์ชัยค้าไม้
2.ความหนาไม้ MDF มีผลอย่างไรต่อการใช้งานจริง
ความหนาของไม้ MDF มีผลโดยตรงต่อการใช้งานจริง เพราะความหนาที่แตกต่างกันส่งผลทั้งด้านความแข็งแรง การรับน้ำหนัก และความเหมาะสมกับงานแต่ละประเภท หากใช้ไม้ MDF ที่บางเกินไปกับงานที่ต้องรับแรง เช่น ชั้นวางของหรือโต๊ะ อาจทำให้ไม้โก่งตัวหรือแตกหักได้ง่าย ขณะที่ไม้ MDF ที่หนามากก็จะมีความแข็งแรงทนทานกว่า เหมาะกับงานที่ต้องการโครงสร้างมั่นคง เช่น เคาน์เตอร์หรืองานเฟอร์นิเจอร์เชิงพาณิชย์ แต่ก็มาพร้อมน้ำหนักที่มากขึ้นและต้นทุนสูงกว่า ดังนั้นการเลือกความหนาที่เหมาะสมจึงช่วยให้งานเฟอร์นิเจอร์หรือการตกแต่งด้วยไม้อัด MDF ออกมาสวย ใช้งานได้ยาวนาน และคุ้มค่ากับงบประมาณมากที่สุด
*หมายเหตุ : อ่านบทความ ข้อควรระวังในการใช้งานไม้ MDF ได้ที่นี่
3.หนา 6 มม. 12 มม. 18 มม. ต่างกันยังไง? เลือกไม้ MDF ให้ถูกกับงานของคุณ
| ความหนาไม้ MDF | งานที่เหมาะสม | จุดเด่น | ข้อจำกัด |
|---|---|---|---|
| 6 มม. | งานตกแต่งผนัง ฝ้า แผงกรุ | แผ่นบาง น้ำหนักเบา ตัดง่าย | ไม่เหมาะกับงานโครงสร้างหรือเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องรับแรง |
| 12 มม. | เฟอร์นิเจอร์ขนาดเล็ก เช่น บานตู้ โต๊ะเล็ก ชั้นวางเบา ๆ, งานไม้อัด MDF เคลือบเมลามีน | แข็งแรงกว่าขนาดบาง น้ำหนักไม่มากเกินไป เหมาะกับงานบิวท์อิน | รับแรงกดและแรงกระแทกสูงไม่ได้ |
| 18 มม. | งานเฟอร์นิเจอร์มาตรฐาน เช่น ตู้เสื้อผ้า โต๊ะทำงาน ชั้นหนังสือ เคาน์เตอร์ครัว | แข็งแรงใกล้เคียงไม้จริง ทำสีและเคลือบผิวได้หรูหรา | หนักกว่าขนาดเล็ก ใช้งบประมาณสูงกว่า |
4.วิธีง่าย ๆ ในการเลือกความหนา ไม้ MDF ให้เหมาะกับโปรเจกต์
ตรวจสอบลักษณะงานก่อน ถ้าเป็นงานตกแต่งผนังหรือฝ้า เลือก สินค้าไม้ MDF บาง 3–6 มม.
พิจารณาการรับน้ำหนัก งานเฟอร์นิเจอร์เล็ก ๆ ใช้ 9–12 มม. ส่วนงานชั้นวางหรือโต๊ะเลือก 15–18 มม.
งานโครงสร้างหรือเชิงพาณิชย์ ใช้ไม้อัด MDF หนา 20–25 มม. ขึ้นไป เพื่อความแข็งแรงและทนทาน
คำนึงถึงน้ำหนักแผ่น แผ่น MDF ยิ่งหนายิ่งหนัก ต้องมีโครงสร้างรองรับที่แข็งแรง
เมื่อเข้าใจแล้วว่าความหนาของไม้ MDF แต่ละระดับ ไม่ว่าจะเป็น 6 มม. 12 มม. หรือ 18 มม. มีผลต่อความแข็งแรงและประเภทงานที่เหมาะสมอย่างไร ก็จะช่วยให้คุณเลือกใช้วัสดุได้อย่างมั่นใจและคุ้มค่ามากขึ้น เพราะไม้ MDF ไม่ได้มีแค่ความสวยงามของผิวเรียบ แต่ยังต้องเลือกความหนาให้ตรงกับโปรเจกต์เพื่อให้งานออกมาทนทานและใช้งานได้จริง และหากคุณกำลังมองหาวัสดุคุณภาพดี ไม่ว่าจะเป็นไม้ MDF, ไม้อัด MDF หรือ วัสดุไม้อัดชนิดอื่น เช่น ไม้อัดยาง ไม้อัดฟิล์มดำ ไม้อัดเคลือบขาว รวมถึงแผ่น HMR, Particle Board และ OSB ทาง วิวัฒน์ชัยค้าไม้ มีครบทุกประเภทในราคาโรงงาน พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษาได้ตรงจุด เพื่อให้งานเฟอร์นิเจอร์และตกแต่งของคุณออกมาสมบูรณ์ที่สุด
5.คำถามที่พบบ่อย
ไม้ MDF มีหลายความหนา เช่น 3 มม., 6 มม., 9 มม., 12 มม., 15 มม., 18 มม., 20 มม. และ 25 มม. ขึ้นไป โดยแต่ละความหนาเหมาะกับงานต่างกัน ตั้งแต่งานตกแต่งผนัง งานบานตู้ งานเฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงงานเคาน์เตอร์หรืองานเชิงพาณิชย์ที่ต้องรับน้ำหนักมาก
ไม้ MDF หนา 3–6 มม. เหมาะกับงานตกแต่งที่ไม่ต้องรับน้ำหนักมาก เช่น งานกรุผนัง ฝ้า แผ่นบังตา แผงลิ้นชัก หรือบานเฟอร์นิเจอร์บาง ๆ จุดเด่นคือแผ่นบาง น้ำหนักเบา ตัดง่าย แต่ไม่เหมาะกับงานโครงสร้างหรือชิ้นงานที่ต้องรับแรงกดโดยตรง
ไม้ MDF หนา 9–12 มม. เหมาะกับเฟอร์นิเจอร์ขนาดเล็ก งานบานตู้ ชั้นวางเบา ๆ และงานบิวท์อินที่ไม่ต้องรับน้ำหนักมาก ความหนานี้ยังนิยมใช้กับไม้อัด MDF เคลือบเมลามีน เพราะให้ผิวเรียบสวย น้ำหนักไม่มาก และเหมาะกับงานภายในที่ต้องการความเรียบร้อย
ไม้ MDF หนา 15 มม. ถือเป็นความหนามาตรฐานสำหรับงานเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน เช่น ตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง ชั้นหนังสือ เคาน์เตอร์ครัวแบบเบา ๆ หรืองานบิลต์อินทั่วไป เพราะให้ความแข็งแรงพอสมควร ทำสีง่าย และยังคุมงบได้ดีกว่าแผ่นที่หนามาก
ไม้ MDF หนา 18–20 มม. เหมาะกับงานที่ต้องการความแข็งแรงมากขึ้น เช่น ชั้นวางของขนาดกลาง โต๊ะทำงาน โต๊ะทานอาหาร ตู้ขนาดใหญ่ หรือชั้นโชว์สินค้าในร้านค้า จุดเด่นคือรับน้ำหนักได้ดีกว่าแผ่นบาง ผิวเรียบ ทำสีและเคลือบผิวได้สวย แต่จะมีน้ำหนักและต้นทุนสูงขึ้น
ความหนาของไม้ MDF มีผลต่อความแข็งแรง การรับน้ำหนัก น้ำหนักแผ่น ต้นทุน และความเหมาะสมของงาน แผ่นบางจะเบาและทำงานง่าย แต่รับน้ำหนักได้น้อย ส่วนแผ่นหนาจะให้ความแข็งแรงและมั่นคงกว่า แต่มีน้ำหนักมากขึ้นและต้องใช้โครงสร้างรองรับที่เหมาะสม
ควรเลือกความหนาไม้ MDF จากลักษณะงาน การรับน้ำหนัก ขนาดชิ้นงาน และงบประมาณ งานตกแต่งผนังหรือฝ้าเลือก 3–6 มม., เฟอร์นิเจอร์เล็กเลือก 9–12 มม., งานตู้ โต๊ะ หรือชั้นวางเลือก 15–18 มม. และงานเคาน์เตอร์หรืองานเชิงพาณิชย์ควรเลือก 20–25 มม. ขึ้นไป





