สีทาไม้/สีย้อมไม้
สีทาไม้
สีย้อมไม้
สีย้อมพื้นไม้
สีทาผนังไม้
สินค้ากลุ่ม สีทาไม้ ของเรามีให้เลือกครบถึง 4 ประเภทหลัก ได้แก่ สีทาไม้, สีทาพื้นไม้, สีย้อมไม้ และ สีทาผนังไม้ ซึ่งแต่ละประเภทถูกออกแบบมาให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกัน ทั้งงานภายในและภายนอกอาคาร สามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งความสวยงามและความทนทานได้อย่างเหมาะสม
สินค้า สีย้อมไม้
เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับเคลือบและปรับโทนสีงานไม้ พร้อมทั้งช่วยปกป้องพื้นผิวไม้
สินค้า สีย้อมพื้นไม้
คือผลิตภัณฑ์เคลือบผิวที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับพื้นไม้ ซึ่งต้องรองรับการใช้งานหนัก
สินค้า สีทาผนังไม้
คือผลิตภัณฑ์เคลือบผิวที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องและตกแต่งผนังไม้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร
สินค้า สีทาเฟอร์นิเจอร์ไม้
คือผลิตภัณฑ์เคลือบผิวที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสวยงามและปกป้องพื้นผิวเฟอร์นิเจอร์ไม้
สีทาไม้คุณภาพ
สีทาไม้มาตรฐาน
ราคาโรงงาน
สีทาไม้ คุณภาพดี เกรด A
สีทาไม้ของเรามีหลายยี่ห้อ หลายราคา เอาไปใช้ได้หลากหลาย
สีทาไม้ มาตรฐานงานสี
คุมความหนืดสีได้ดี สีไหลสวย แห้งสม่ำเสมอ
สีทาไม้ ราคาโรงงาน
ราคาโรงงาน ส่งถึงมือช่างไม้ และ โรงงานเฟอร์นิเจอร์
สินค้า สีย้อมพื้นไม้/สีทาเฟอร์นิเจอร์
1.สีทาไม้คืออะไร?
สีทาไม้ คือ ผลิตภัณฑ์เคลือบผิวที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องและตกแต่งพื้นผิวไม้ โดยทำหน้าที่สร้างฟิล์มเคลือบป้องกันความชื้น แสงแดด รังสี UV เชื้อรา และการสึกหรอจากการใช้งาน พร้อมช่วยปรับโทนสีให้ได้ตามต้องการ ทั้งแบบทึบแสงและกึ่งทึบแสง เหมาะกับงานไม้ที่ต้องการความทนทานสูง
2.สีย้อมไม้ คืออะไร?
สีย้อมไม้ เป็น สีโปร่งแสงหรือกึ่งโปร่งแสงที่ “ซึมเข้าเนื้อไม้” เพื่อขับลายไม้ให้ชัดเจนและเพิ่มมิติ โดยไม่ปิดทึบผิวไม้ เหมาะกับไม้ลายสวย เช่น ไม้สัก ไม้โอ๊ค ไม้วอลนัท ใช้ได้ทั้งสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน และหลายกรณีต้องมีการเคลือบทับเพื่อเพิ่มความทนทาน
3.สีทาพื้นไม้ คืออะไร?
สีทาพื้นไม้ คือ สีหรือสารเคลือบที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับพื้นไม้ ซึ่งต้องรับแรงกดทับและการใช้งานหนัก ฟิล์มสีจึงต้องแข็งแรง ทนรอยขีดข่วน ทนแรงกระแทก และทนการถูทำความสะอาด โดยนิยมใช้ระบบยูรีเทนหรือโพลียูรีเทน (PU) รวมถึงสูตรน้ำสำหรับงานที่ต้องการกลิ่นอ่อนและแห้งไว
4.สีทาผนังไม้ คืออะไร?
สีทาผนังไม้ เป็น สีที่ใช้กับผนังไม้ทั้งภายในและภายนอก โดยเฉพาะงานภายนอกต้องมีคุณสมบัติกันแดด กันฝน กันเชื้อรา และฟิล์มยืดหยุ่นสูง เพื่อรองรับการขยาย–หดตัวของไม้ ลดปัญหาการแตกร้าวและสีลอก
5.สีทาเฟอร์นิเจอร์ คืออะไร?
สีทาเฟอร์นิเจอร์ไม้ หรือแลคเกอร์ เป็นสี/สารเคลือบที่เน้นผิวเรียบเนียน สวยงาม ควบคุมความเงาได้ดี เหมาะกับเฟอร์นิเจอร์ภายใน เช่น โต๊ะ ตู้ บิลท์อิน ไม่เหมาะกับงานกลางแจ้ง เพราะไม่ทน UV เท่าสูตรภายนอก
6.สีทาไม้ และสีย้อมไม้ ต่างกันอย่างไร?
| หัวข้อ | สีทาไม้ | สีย้อมไม้ |
|---|---|---|
| ลักษณะฟิล์ม | ทึบ / กึ่งทึบ | โปร่งแสง |
| การซึม | เคลือบผิว | ซึมเข้าเนื้อไม้ |
| การโชว์ลายไม้ | ไม่เห็นลาย (หรือเห็นน้อย) | เห็นลายชัด |
| ความยืดหยุ่น | แข็งกว่า | ยืดหยุ่นกว่า |
| เหมาะกับงาน | งานต้องการความทนสูง | งานโชว์ลายไม้ |
*อ่านบทความ สีทาไม้ และสีย้อมไม้ ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับงานของคุณ ได้ที่นี่
7.สีทาไม้ มีกี่ประเภท?
โดยทั่วไปแบ่งตาม “พื้นที่ใช้งาน” ได้ 4 กลุ่มหลัก
สีย้อมไม้ (Wood Stain)
สีทาพื้นไม้ (Wood Floor Coating)
สีทาผนังไม้/งานภายนอก
แลคเกอร์ (Lacquer)
แต่ละประเภทออกแบบมารับสภาพการใช้งานต่างกัน หากเลือกผิดกลุ่ม สีจะลอก ซีด หรือแตกร้าวเร็วกว่าปกติ
8.เทคนิคทาสีไม้ให้ติดทน
เตรียมผิวให้สะอาด ขัดไม้ให้เรียบ
ตรวจสอบความชื้นก่อนทา
ลงรองพื้นให้เหมาะกับระบบสี
ทาบาง ๆ หลายรอบ แทนการทาหนาในครั้งเดียว
เว้นระยะเวลาการแห้งตามที่ผู้ผลิตกำหนด
9.ปัญหาที่พบบ่อยเมื่อใช้สีทาไม้ผิดประเภท
สีลอกเป็นแผ่น
สีบวม พอง
สีซีดเร็ว
ฟิล์มแตกร้าว
เชื้อราและคราบดำ
*อ่านบทความ ปัญหาที่พบบ่อยเมื่อใช้สีทาไม้ผิดประเภท พร้อมวิธีแก้ไขและดูแลรักษา ได้ที่นี่
10.ประโยชน์ของสีทาไม้
ป้องกันความชื้นและการผุกร่อน
ลดการแตกร้าวจากแดด
เพิ่มความสวยงามและมูลค่าให้บ้าน
ยืดอายุการใช้งานไม้
ลดค่าใช้จ่ายซ่อมแซมในระยะยาว
11.วิธีดูแลไม้เมื่อทาสีเสร็จแล้ว
11.1 เช็ดทำความสะอาดสม่ำเสมอ
หลังจากทาสีไม้เรียบร้อยแล้ว การดูแลพื้นผิวให้สะอาดถือเป็นขั้นตอนพื้นฐานที่ช่วยยืดอายุฟิล์มสีได้มาก ควรใช้ผ้าแห้งหรือผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดฝุ่น คราบสกปรก และคราบเหงื่อมือออกอย่างสม่ำเสมอ โดยหลีกเลี่ยงน้ำยาที่มีฤทธิ์กัดกร่อนหรือสารเคมีรุนแรง เพราะอาจทำลายชั้นฟิล์มของสีทาไม้ได้ หากเป็นพื้นไม้ ควรกวาดหรือดูดฝุ่นก่อนเช็ด เพื่อป้องกันเศษทรายขูดผิวจนเกิดรอย
11.2 หลีกเลี่ยงน้ำขังบนพื้นไม้
แม้ว่าสีทาไม้จะช่วยป้องกันความชื้นได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถทนน้ำขังเป็นเวลานานได้ โดยเฉพาะพื้นไม้ภายในบ้าน หากมีน้ำหกควรรีบเช็ดให้แห้งทันที การปล่อยให้น้ำซึมสะสมใต้ฟิล์มสีอาจทำให้เกิดปัญหาสีบวม พอง หรือเชื้อราในระยะยาว สำหรับพื้นภายนอกควรตรวจสอบการระบายน้ำให้ดี ไม่ให้มีจุดที่น้ำขังซ้ำ ๆ
11.3 ตรวจสอบรอยแตกร้าวปีละครั้ง
ควรตรวจสอบสภาพผิวสีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะบริเวณที่โดนแดดหรือฝนโดยตรง มองหารอยแตกร้าวเล็ก ๆ สีซีด หรือจุดที่ฟิล์มเริ่มบาง เพราะหากปล่อยไว้นาน ความชื้นจะค่อย ๆ ซึมเข้าเนื้อไม้และทำให้ปัญหาลุกลาม การซ่อมแซมตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยประหยัดงบประมาณและไม่ต้องรื้อทำใหม่ทั้งชิ้นงาน
11.4 ทาซ่อมบำรุงตามรอบอายุสี
สีทาไม้แต่ละประเภทมีอายุการใช้งานแตกต่างกัน โดยทั่วไปงานภายนอกอาจต้องซ่อมบำรุงทุก 2–3 ปี ส่วนงานภายในอาจยาวกว่านั้น การทาซ่อมบำรุงหรือเคลือบทับตามรอบเวลาที่เหมาะสมจะช่วยคงความเงางามและเพิ่มความทนทานของฟิล์มสี ไม่ควรรอจนสีลอกหรือเสียหายมากแล้วจึงค่อยแก้ไข เพราะจะต้องขัดผิวและเสียเวลามากกว่าเดิม
การดูแลอย่างสม่ำเสมอแม้เพียงเล็กน้อย จะช่วยให้งานไม้ของคุณยังคงสวยงามและใช้งานได้ยาวนานหลายปีโดยไม่ต้องซ่อมใหญ่บ่อย ๆ
งานไม้ภายนอกต้องเจอกับแดดจัด ฝน ความชื้น และรังสี UV ตลอดทั้งปี ดังนั้นควรเลือกสีทาไม้ที่ระบุชัดว่า “สำหรับภายนอก” และมีคุณสมบัติ UV Protection + ฟิล์มยืดหยุ่น + กันเชื้อรา
รุ่นที่แนะนำสำหรับงานภายนอก เช่น
TOA Fiberstain Ultimate เหมาะกับงานพื้นและงานภายนอกชนิดโปร่งแสงด้าน ให้ลุคธรรมชาติและทนสภาพอากาศ
Beger WoodStain Supreme Semi Gloss ให้ฟิล์มกึ่งเงา ทนแดด ทนฝน เหมาะกับผนังไม้ ระแนง และรั้ว
หากกำลังมองหาร้านขายสีทาไม้ที่มีสินค้าให้เลือกครบทั้ง สีทาไม้ สีย้อมไม้ สีทาพื้นไม้ และสีทาผนังไม้ พร้อมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ แนะนำ วิวัฒน์ชัยค้าไม้ ผู้เชี่ยวชาญงานไม้มากกว่า 50 ปี มีสินค้าคุณภาพจากแบรนด์ชั้นนำ และให้คำปรึกษาเลือกสีให้เหมาะกับหน้างานจริง
สำหรับไม้สักที่ต้องการโชว์ลายธรรมชาติ การใช้ Teak Oil เป็นทางเลือกยอดนิยม เพราะช่วยขับลายไม้ให้ชัด เติมน้ำมันกลับเข้าเนื้อไม้ ลดการแห้งกรอบ และเพิ่มโทนอบอุ่นแบบไม้จริง เหมาะกับเฟอร์นิเจอร์ไม้สัก ราวบันได หรือพื้นไม้ภายนอกบางประเภท (ควรบำรุงตามรอบเวลา)
สูตรน้ำ (Water-based)
กลิ่นอ่อน แห้งไว
ทำงานสะดวก เหมาะกับงานภายใน
โทนสีใส สะอาด
สูตรน้ำมัน (Oil-based)
ซึมลึกกว่า สีแน่นกว่า
ทนสภาพอากาศดี
กลิ่นแรงและแห้งช้ากว่า
แบบใส / โปร่งแสง (Stain / Clear Finish)
โชว์ลายไม้
ให้ลุคธรรมชาติ
แบบทึบ (Solid Paint)
ปกปิดลายไม้
คุมโทนสีได้ชัด เหมาะกับงานที่ต้องการเปลี่ยนลุค
มีครับ หลายรุ่นผสมสารป้องกันเชื้อราและตะไคร่ในเนื้อสีโดยตรง แต่สำหรับปลวก ควรเสริมด้วยการอาบน้ำยากันปลวกก่อนทาสี เพราะสีทาไม้ช่วยป้องกันระดับพื้นผิว ไม่ใช่สารกำจัดปลวกโดยตรง
เตรียมพื้นผิวให้สะอาด ขัดผิวและกำจัดสีเก่า
ตรวจสอบความชื้นก่อนทา
ใช้ระบบสีให้ครบ (รองพื้น + สีจริง + เคลือบ)
ทาบาง ๆ หลายรอบตามเวลาที่แนะนำ
รุ่นที่นิยมในตลาดไทย เช่น
TOA Fiberstain Ultimate
Beger WoodStain Supreme Semi Gloss
ทั้งสองรุ่นเน้น UV Protection และฟิล์มทนสภาพอากาศ
ดูว่ามี UV Protection หรือไม่
ฟิล์มต้องยืดหยุ่น
มีสารกันเชื้อรา
อ่านระบุชัดเจนว่า “Exterior Use”
ขัดไม้ให้เรียบ
เช็ดฝุ่นออกให้หมด
ตรวจสอบความชื้น
ทดลองย้อมบนพื้นที่เล็กก่อนทั้งแผ่น
สำหรับงานเฟอร์นิเจอร์ภายใน แนะนำ Beger Aqua Lacquer สูตรน้ำ กลิ่นอ่อน แห้งไว ให้ผิวเรียบเนียน เหมาะกับโต๊ะ ตู้ และบิลท์อิน
หากต้องการเลือกเฉดสีจริง เปรียบเทียบสินค้า และขอคำแนะนำหน้างาน สามารถติดต่อ วิวัฒน์ชัยค้าไม้ มีทั้งแบรนด์ TOA, Beger และสินค้าระบบสีครบวงจร พร้อมให้คำปรึกษาเพื่อให้งานไม้ของคุณสวย ทน และเหมาะกับการใช้งานจริง









