-
ไม้สัก (Teak Wood) เกรดA
฿250.00
ไม้สัก ดีอย่างไร? เจาะลึกคุณสมบัติ ขนาด และประเภทไม้สัก ที่ทำให้เป็นไม้ยอดนิยมตลอดกาล
เมื่อพูดถึง “ ไม้สัก ” ช่างไม้ สถาปนิก หรือแม้แต่นักสะสมไม้ต่างรู้จักกันดีว่า ไม้สักคือไม้เนื้อแข็งที่มีชื่อเสียงระดับโลกในด้านความทนทาน ความสวยงาม และความคลาสสิก ไม้สัก ไม่เพียงแค่เหมาะกับการทำเฟอร์นิเจอร์คุณภาพสูงเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้กับงานสถาปัตยกรรม และตกแต่งภายใน–ภายนอกได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักอาศัยระดับพรีเมียม โรงแรม รีสอร์ท หรือสถานที่ราชการ
ในบทความนี้ เราจะพาคุณมาเจาะลึกว่า “ ไม้สักดีอย่างไร? ” ไม้สักมีดีแค่กันปลวกไหม พร้อมอธิบายคุณสมบัติ ขนาด และประเภทไม้สักยอดนิยม รวมถึงเหตุผลว่าทำไม ไม้สัก ถึงเป็นไม้ที่ไม่มีวันตกยุค
1. ประวัติความเป็นมาของ ไม้สัก
ไม้สัก เป็นไม้ยืนต้นเขตร้อนที่มีต้นกำเนิดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศพม่า ไทย ลาว และอินเดีย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ ไม้สักพม่า ” ซึ่งได้รับการยอมรับว่ามีคุณภาพดีที่สุดในโลกด้วยลายไม้ที่สวยงาม สีเข้ม และมีน้ำมันในเนื้อไม้สูงตามธรรมชาติ ไม้สัก มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ที่เป็นเอกลักษณ์ สวยงาม ไม่เหมือนไม้อื่นๆ
ในประเทศไทย ไม้สัก ถูกนำมาใช้ในงานสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมมาช้านาน ไม่ว่าจะเป็นวังหลวง บ้านเรือนไทยโบราณ หรือวัดวาอาราม ไม้สักถูกยกย่องว่าเป็น “ราชาแห่งไม้” ด้วยคุณสมบัติที่ทนทาน ใช้งานได้ยาวนานหลายสิบปี
ต่อมาเมื่อทรัพยากรไม้สักเริ่มลดลง ประเทศไทยจึงเริ่มมีการปลูก “ไม้สักสวนป่า” ขึ้นโดยการควบคุมของกรมป่าไม้ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของอุตสาหกรรมและลดการพึ่งพาการตัดไม้จากธรรมชาติโดยตรง
ปัจจุบัน ไม้สัก ยังคงเป็นไม้ที่ได้รับความนิยมสูงในทุกระดับของการออกแบบ ทั้งในงานตกแต่งภายใน งานเฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงงานโครงสร้างระดับสูงในโครงการอสังหาริมทรัพย์หรูทั่วโลก
2. ความเชื่อเกี่ยวกับ ไม้สัก
ไม้สัก ไม่ได้เป็นเพียงไม้เนื้อแข็ง คุณภาพสูงที่นิยมนำมาใช้ทำเฟอร์นิเจอร์หรู หรือใช้ในงานตกแต่งบ้านระดับพรีเมียมเท่านั้น แต่ยังมีความเชื่อฝังรากลึกในวัฒนธรรมไทยว่าเป็น ไม้มงคล ที่ช่วยส่งเสริมความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองให้กับเจ้าของบ้านอีกด้วย
ในทางความเชื่อของไทย ไม้สัก มักถูกมองว่าเป็นไม้ที่ “สักการะ” หรือควรค่าแก่การบูชา เพราะคำว่า “สัก” พ้องเสียงกับคำว่า “ศักดิ์สิทธิ์” จึงเชื่อกันว่าบ้านที่ใช้ไม้สักจะมี ความสง่างาม เป็นที่ยกย่อง และช่วยเสริมบารมีให้กับเจ้าของ โดยเฉพาะหากนำไปใช้ในตำแหน่งสำคัญ เช่น เสาเอก หรือ ห้องพระ
นอกจากนี้ ไม้สัก ยังถือเป็น หนึ่งในไม้ห้ามตามตำรามงคล ที่สามารถใช้ในการสร้างบ้านใหม่ ปลูกบ้านใหม่ หรือรีโนเวต โดยเชื่อว่าจะช่วยให้ผู้อยู่อาศัยมีความมั่นคง ร่ำรวย และมีเกียรติในสังคม
ด้วยเหตุนี้เอง ไม้สัก จึงไม่ได้ถูกเลือกเพียงเพราะความสวยงามของเนื้อไม้และความทนทาน แต่ยังแฝงไว้ด้วยความหมายดี ๆ ที่ทำให้หลายคนเลือกใช้ ไม้สัก เพื่อความสบายใจและความเป็นสิริมงคลของบ้านและครอบครัว
3. คุณสมบัติเด่นของ ไม้สัก
ถึงแม้ว่า ไม้สัก จะเป็นไม้เนื้อแข็งปานกลาง เมื่อเปรียบเทียบไม้สักและไม้เนื้อแข็งอื่นๆ แต่ก็ยังคงมีจุดเด่น ข้อดี และ คุณสมบัติพิเศษที่เรียกได้ว่าทดแทนความแข็งแรงที่หายไปได้อย่างสิ้นเชิง ยกตังอย่างเช่น
3.1 ไม้สัก ทนปลวกและแมลงได้ดีเยี่ยม
เนื้อ ไม้สัก มีน้ำมันธรรมชาติที่ช่วยป้องกันปลวก มอด และเชื้อราตามธรรมชาติ จึงเหมาะกับการใช้งานทั้งภายในและภายนอก แม้ไม่ผ่านการอบเคมีก็ยังทนปลวกได้ในระดับที่เหนือกว่าไม้ทั่วไป
3.2 ไม้สัก ทนแดด ทนฝน ใช้ภายนอกได้
ไม้สัก สามารถรับมือกับสภาพอากาศรุนแรง เช่น ฝนตกหนัก แดดแรง หรือความชื้นสูงได้ดี โดยไม่บิดงอง่าย อายุการใช้งานยาวนานกว่า 20–30 ปีในสภาพปกติ อ่านรายละเอียดแบบเจาะลึกเรื่องการทนแดดทนฝนของไม้สักต่อได้ที่นี่
3.3 สีไม้สักและลายไม้สักสวยงาม
สีไม้สัก มีตั้งแต่เหลืองทองจนถึงน้ำตาลเข้ม มีเส้นลายสวยงามเป็นธรรมชาติ ให้ความรู้สึกอบอุ่น หรูหรา และสง่างาม สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับพื้นที่หรือเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ได้อย่างชัดเจน
3.4 งานแปรรูปง่าย ไม่แตก ไม่บิ่น
ไม้สัก แม้เป็นไม้เนื้อแข็ง แต่มีความเหนียวพอเหมาะ จึงสามารถแปรรูป เจาะ ไส หรือขัดได้ง่าย ไม่บิ่น ไม่แตก และสามารถยึดติดกับวัสดุอื่นได้ดี เช่น โลหะ หรือแกนยึดต่าง ๆ
3.5 มีน้ำหนักพอดี ไม่หนักเกินไป
ไม้สัก มีความหนาแน่นประมาณ 650–750 กก./ลบ.ม. ซึ่งเป็นค่าที่พอดีสำหรับงานเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการความมั่นคง แต่ยังคงสามารถขนย้ายได้สะดวก
4. ขนาดและลักษณะของไม้สักในท้องตลาด
ไม้สัก ในท้องตลาดมีหลากหลายขนาดและรูปแบบเพื่อให้ตอบโจทย์งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานโครงสร้าง งานโชว์ลาย หรือการตกแต่งพื้นผิว
ไม้สัก แปรรูป: หนา 1″–2″ กว้าง 4″–12″ ยาว 6–10 ฟุต เหมาะกับทำโต๊ะ เก้าอี้ บานประตู ฯลฯ
ไม้สักเส้น / ไม้จ๊อย: ความยาวต่อเนื่องเพื่อใช้ในงานบัว ขอบหน้าบาน หรือตีโครง
ไม้สัก แผ่นบาง (Teak Veneer): หนา 0.2–0.6 มม. ใช้ปิดผิวเฟอร์นิเจอร์ ตู้ ครอบขอบลิ้นชัก ฯลฯ
ไม้สักโครง / ไม้สักประกอบ: ใช้ทำโครงงานบิวท์อิน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการความพรีเมียมและทนปลวก
5. ประเภท ไม้สัก ที่ควรรู้
ไม้สัก ที่ใช้ในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และงานตกแต่ง มักแบ่งได้เป็น 2 แหล่งที่มาใหญ่ ๆ คือ ไม้สักพม่า และ ไม้สักสวนป่าและยังมีการแบ่งเกรดตามคุณภาพของเนื้อไม้และลายไม้ด้วยเช่นกัน
5.1 ไม้สักพม่า (Burmese Teak)
ไม้สักพม่า ส่วนมากจะเป็นไม้สักเกรด A เพราะเป็น ไม้สักธรรมชาติที่ปลูกขึ้นเองตามธรรมชาติในประเทศพม่า ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่ง ไม้สัก ที่ดีที่สุดในโลก
ลักษณะเด่น: เนื้อไม้แน่น ลายชัด มีสีทองเข้มและมีน้ำมันตามธรรมชาติมาก ซึ่งช่วยให้เนื้อไม้มีความทนทานต่อความชื้น ปลวก และแมลงต่าง ๆ ได้ดีเยี่ยม
ข้อดี: ทนแดด ทนฝน มีอายุการใช้งานยาวนาน 20–50 ปีขึ้นไปโดยไม่เสียรูป
เหมาะกับ: งานภายนอกที่ต้องการความแข็งแรงสูง เช่น พื้นไม้ภายนอก เฟอร์นิเจอร์สนาม รวมถึงงานโชว์ผิวระดับพรีเมียม เช่น บานประตู แผงผนัง และเฟอร์นิเจอร์หรู
5.2 ไม้สักสวนป่า (Plantation Teak)
ไม้สักสวนป่า สวนใหญ่เป็น ไม้สักเกรดB เพราะเป็นไม้สักที่ปลูกขึ้นภายในประเทศไทย ภายใต้การควบคุมของกรมป่าไม้หรือหน่วยงานภาคเอกชนที่ได้รับอนุญาต โดยมักใช้ระยะเวลาในการปลูกราว 20–25 ปี จึงนำมาใช้งานได้
ลักษณะเด่น: ลายไม้ยังคงสวยในระดับหนึ่ง สีทองอ่อนกว่าไม้สักพม่า และมีความมันน้อยกว่า
ข้อดี: ราคาย่อมเยากว่าไม้สักพม่า มีให้เลือกหลายขนาดและเกรด ตอบโจทย์งานที่ต้องใช้จำนวนมาก
เหมาะกับ: งานเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป งานบิวท์อิน งานตกแต่งภายใน และโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องการควบคุมต้นทุน แต่ยังคงคุณภาพและความสวยงาม ไม้สักสวนป่ายังนำไปใช้ทำเป็น ไม้โครง เยอะ เพราะไม่ต้องโชว์ลายไม้
ด้วยเกรด คุณสมบัติ และ การใช้งานที่ต่างกัน ทำให้ราคาของไม้สัก ทั้งแบบสักพม่า และ สักสวนป่า ต่างกัน อย่างสิ้นเชิง
6. วิธีดูแลไม้สักให้ใช้งานได้ยาวนาน
แม้ ไม้สัก จะขึ้นชื่อว่าเป็นไม้เนื้อแข็งที่ทนทานต่อปลวก ความชื้น และสภาพอากาศได้ดีเป็นพิเศษ แต่การดูแลอย่างถูกวิธีจะช่วย ยืดอายุการใช้งาน และคงความสวยงามของเนื้อไม้ให้ดูใหม่เสมอ โดยเฉพาะในงานที่โชว์ผิวไม้ หรือใช้งานภายนอกอาคาร ซึ่งต้องการการดูแลอย่างเหมาะสม ดังนี้:
6.1 หมั่นทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ
ใช้ ผ้าแห้งเนื้อนุ่ม หรือ ไม้ขนไก่ เช็ดฝุ่นออกจากผิวไม้เป็นประจำ เพื่อป้องกันการสะสมของฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกที่อาจฝังตัวในเนื้อไม้
- หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าชุบน้ำหมาดโดยตรง หากจำเป็นต้องเช็ดด้วยความชื้น ควรเช็ดซ้ำด้วยผ้าแห้งทันที
- ไม่ควรใช้ผ้าหยาบหรือแปรงแข็ง เพราะอาจทำให้ผิวไม้เป็นรอยโดยไม่รู้ตัว
6.2 ทาน้ำมันไม้สักเป็นระยะ เพื่อคงความชุ่มชื้นของเนื้อไม้
ไม้สัก ธรรมชาติเมื่อผ่านการใช้งานหรือโดนแสงแดดนาน ๆ อาจเกิดการแห้งซีดหรือสีจางลง
- แนะนำให้ ทาน้ำมันไม้สักทุก 6 เดือน – 1 ปี เพื่อบำรุงผิวไม้ ให้คงความมันวาว สีทองธรรมชาติ และป้องกันการแตกลายงาม
- สามารถเลือกใช้น้ำมันเฉพาะไม้ (Teak Oil หรือ Danish Oil) ที่ซึมเข้าสู่เนื้อไม้โดยไม่ทำให้เกิดคราบเหนียว
6.3 หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีแรง หรือการขัดผิวแบบรุนแรง
สารทำความสะอาดบางประเภท โดยเฉพาะที่มีฤทธิ์เป็นกรดหรือด่างแรง อาจกัดผิวไม้จนเกิดรอยด่างหรือทำลายสารเคลือบบนผิว
- หากจำเป็นต้องเช็ดคราบมันหรือคราบฝังแน่น ให้ใช้ น้ำสบู่อ่อน ๆ ผสมน้ำ แล้วเช็ดเบา ๆ ด้วยผ้านุ่ม
- หลีกเลี่ยงการขัดแรงด้วยฟองน้ำหยาบหรือแปรงเหล็กโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ไม้เป็นรอยถาวร
6.4 สำหรับงาน ไม้สัก ภายนอก ควรมีการป้องกันเพิ่มเติม
แม้ ไม้สัก จะทนแดดและฝนได้ดีกว่าไม้ทั่วไป แต่ถ้าต้องติดตั้งในพื้นที่กลางแจ้ง เช่น ระเบียง, เฟอร์นิเจอร์สนาม หรือซุ้มไม้ ควรมีการดูแลเพิ่มเติม
- ติดตั้งใต้ชายคา หรือในตำแหน่งที่พอมีร่มเงา จะช่วยลดความร้อนและความชื้นที่กระทบไม้โดยตรง
- เคลือบน้ำยาเฉพาะไม้ภายนอก เช่น ยูรีเทนสูตรภายนอก หรือทาน้ำยากัน UV เพื่อเพิ่มชั้นป้องกัน
- หมั่นตรวจสอบรอยแตกร้าวหรือรอยผิวลอก เพื่อซ่อมแซมและเคลือบซ้ำก่อนเกิดความเสียหายสะสม
7. ความยั่งยืนของ ไม้สัก
หนึ่งในความเข้าใจผิดคือ “ไม้สักทำลายป่า” ความจริงคือ…ประเทศไทยมีการควบคุมการปลูก ไม้สัก ในระบบ “สวนป่าตามกฎหมาย” ซึ่งช่วยให้สามารถใช้ไม้ได้อย่างยั่งยืน พร้อมการฟื้นฟูป่าธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ไม้สักสวนป่าที่ได้มาตรฐานจะได้รับเครื่องหมาย FSC หรือการรับรองแหล่งที่มา เพื่อให้มั่นใจว่าการผลิตไม้ไม่ทำลายระบบนิเวศ
ไม้สัก ยังคงเป็น “ราชาแห่งไม้” ที่รวมทั้งความงาม ความแข็งแรง และความยั่งยืนไว้ในวัสดุเดียว หากคุณกำลังวางแผนทำเฟอร์นิเจอร์ บิวท์อิน หรืองานตกแต่งที่เน้นคุณภาพ ไม้สักคือคำตอบที่ไม่เคยล้าสมัย สนใจไม้สัก เกรด A เกรด B ติดต่อ ไม้สักวิวัฒน์ชัยค้าไม้
Reference : https://www.wood-database.com/teak/
8.คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ไม้สัก
ไม้สักคือไม้เนื้อแข็งคุณภาพสูงที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน ลายไม้สวย และมีน้ำมันธรรมชาติในเนื้อไม้ จึงเป็นไม้ยอดนิยมสำหรับงานเฟอร์นิเจอร์ ประตู หน้าต่าง พื้นไม้ งานแกะสลัก งานตกแต่งภายใน และงานที่ต้องการความพรีเมียมในระยะยาว ไม้สักให้โทนสีอบอุ่น ตั้งแต่น้ำตาลทองไปจนถึงน้ำตาลเข้ม และยิ่งใช้งานนานยิ่งให้เสน่ห์เฉพาะตัว
ไม้สักดีเพราะมีความทนทานสูง ลายไม้สวย ใช้งานได้นาน และทนต่อปลวกกับความชื้นได้ดีกว่าไม้หลายชนิด เนื้อไม้มีน้ำมันธรรมชาติช่วยลดการดูดซึมน้ำและช่วยป้องกันแมลงบางประเภท จึงเหมาะกับงานไม้ที่ต้องการอายุการใช้งานยาวนาน
คุณสมบัติเด่นของไม้สักคือเนื้อไม้แข็งแรง ทนทาน มีเสถียรภาพดี ไม่บิดโก่งง่าย และมีลายไม้สวยเป็นธรรมชาติ
ไม้สักที่พบในตลาดมักแบ่งได้หลายประเภท เช่น ไม้สักทอง ไม้สักเก่า ไม้สักสวนป่า และไม้สักนำเข้า โดยไม้สักทองมักได้รับความนิยมสูงเพราะสีสวย ลายชัด และภาพลักษณ์พรีเมียม ส่วนไม้สักสวนป่าเป็นตัวเลือกที่หาได้ง่ายกว่าและเหมาะกับงานเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป ไม้สักเก่ามีเสน่ห์จากอายุไม้และลายที่เป็นเอกลักษณ์ แต่มักมีราคาสูงและต้องคัดคุณภาพอย่างละเอียด
ไม้สักใช้ทำได้หลากหลาย ตั้งแต่งานเฟอร์นิเจอร์ ประตู หน้าต่าง พื้นไม้ บันได ผนังตกแต่ง โต๊ะ ตู้ เตียง ไปจนถึงงานแกะสลัก
ไม้สักใช้ได้ทั้งงานภายในและงานกึ่งภายนอก แต่ควรเคลือบผิวให้เหมาะกับสภาพแวดล้อม
ไม้สักมีความทนต่อปลวกและแมลงได้ดีกว่าไม้ทั่วไป แต่ไม่ได้หมายความว่าปลวกไม่กิน 100% น้ำมันธรรมชาติในเนื้อไม้ช่วยลดความเสี่ยงจากปลวกได้ระดับหนึ่ง
ข้อดีของไม้สักคือสวย ทน ใช้งานได้นาน มีมูลค่าสูง และให้ภาพลักษณ์พรีเมียมกว่าวัสดุไม้ทั่วไป ส่วนข้อควรระวังคือราคาสูงกว่าไม้หลายชนิด ต้องเลือกเกรดให้ดี และควรดูแลผิวไม้ให้เหมาะสม หากใช้ในพื้นที่แดดจัดหรือความชื้นสูงโดยไม่เคลือบผิว อาจเกิดสีซีด ผิวแห้ง หรือแตกร้าวได้ในระยะยาว
ควรเลือกไม้สักจากเกรดไม้ อายุไม้ ความชื้น ลายไม้ สีไม้ ความตรงของแผ่น และประเภทงานที่จะนำไปใช้
ไม้สักต่อแผ่นมีราคาเริ่มต้นประมาณ 47–350 บาทขึ้นไปต่อแผ่น โดยราคาจะขึ้นอยู่กับขนาดไม้ เช่น ความกว้าง ความหนา ความยาว รวมถึงสภาพของไม้ว่าเป็น ไม้ดิบ หรือ ไม้ไสเรียบพร้อมใช้งาน หากเป็นไม้ขนาดใหญ่ ไม้ลายสวย หรือไม้ที่ผ่านการไสแต่งแล้ว ราคามักสูงกว่าไม้ดิบทั่วไป
ไม้สักแปรรูปมีหลายขนาดให้เลือกตามงานใช้งาน โดยความหนาที่นิยมเริ่มตั้งแต่ 1/2 นิ้ว, 3/4 นิ้ว, 1 นิ้ว, 1.5 นิ้ว และ 2 นิ้ว ส่วนความกว้างมักมีตั้งแต่ 2–12 นิ้ว และความยาวโดยทั่วไปประมาณ 1.00–3.00 เมตร หรือราว 1.5–10 ฟุต เหมาะสำหรับงานเฟอร์นิเจอร์ ประตู หน้าบาน ชั้นวาง และงานตกแต่งภายใน
ไม้สักแท้มักมีสีเหลืองทองถึงน้ำตาลทอง ลายไม้เป็นธรรมชาติ เนื้อไม้แน่น และมีกลิ่นเฉพาะตัวอ่อน ๆ เมื่อลูบผิวจะรู้สึกค่อนข้างเนียน มีน้ำมันธรรมชาติในเนื้อไม้ และน้ำหนักไม่หนักจนเกินไปเมื่อเทียบกับไม้เนื้อแข็งบางชนิด หากต้องการความมั่นใจควรซื้อจากร้านไม้ที่มีประสบการณ์และสามารถแนะนำเกรดไม้ได้ชัดเจน
ควรดูแลเฟอร์นิเจอร์ไม้สักโดยหลีกเลี่ยงน้ำขัง แดดจัด และความชื้นสะสม พร้อมเช็ดทำความสะอาดด้วยผ้านุ่มเป็นประจำ หากใช้ภายในบ้านควรเคลือบผิวด้วยน้ำมันไม้ แลคเกอร์ หรือยูรีเทนตามลักษณะงาน และควรตรวจรอยแตก สีซีด หรือร่องรอยปลวกเป็นระยะ เพื่อให้ไม้สักคงความสวยและใช้งานได้ยาวนาน
ไม้สักสวนป่ามักเป็นไม้ปลูกที่หาได้ง่ายกว่า ราคาควบคุมง่ายกว่า ส่วนไม้สักพม่ามักขึ้นชื่อเรื่องอายุไม้ ลายไม้ และความพรีเมียมของเนื้อไม้
ไม้สักแพงเพราะเป็นไม้ที่สวย ทนทาน หายาก ใช้งานได้นาน และมีมูลค่าสูงในงานตกแต่ง โดยเฉพาะไม้สักเก่าหรือไม้สักเกรดดีที่มีอายุไม้มาก ลายไม้สวย สีเข้ม และเนื้อไม้มีเสถียรภาพดี มักถูกมองว่าเป็นวัสดุคุณค่าระยะยาว เหมาะกับงานเฟอร์นิเจอร์ ประตู บ้านไม้ และงานที่ต้องการภาพลักษณ์หรูคลาสสิก
ตามความเชื่อไทย ไม้สักถือเป็นไม้มงคลที่สื่อถึงศักดิ์ศรี บารมี และความเป็นสิริมงคล เพราะคำว่า “สัก” พ้องเสียงกับคำว่า “ศักดิ์” จึงเชื่อว่าช่วยเสริมเกียรติยศ อำนาจ และความมั่งคั่ง อีกทั้งสีเหลืองทองของไม้สักยังให้ความรู้สึกสง่างาม นิยมใช้กับเสาเอก บ้านเรือนไทย ประตู และเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการความหมายดีควบคู่กับความสวยงาม





