ประตูไม้ เป็นหนึ่งในวัสดุก่อสร้าง ที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว คอนโด งานรีโนเวต หรือโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ เหตุผลไม่ได้มีแค่เรื่องความสวยงาม แต่รวมถึงความแข็งแรง ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ และภาพลักษณ์ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับตัวอาคาร อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ในหน้างานจริง สิ่งที่เจ้าของบ้านและผู้รับเหมามักเข้าใจผิดคือ “ประตูไม้มีแบบเดียว” ทั้งที่ความจริงแล้ว ประตูไม้มีหลายประเภท และแต่ละแบบเหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักว่า ประตูไม้มีกี่ประเภท แต่ละประเภททำงานอย่างไร วัสดุคืออะไร ข้อดี–ข้อจำกัดอยู่ตรงไหน และควรเลือกใช้อย่างไรให้เหมาะกับบ้านของคุณมากที่สุด ก่อนตัดสินใจซื้อประตูไม้
1.ประตูไม้จริง
ประตูไม้จริงเป็นประเภทประตูไม้ที่ใช้ไม้ธรรมชาติทั้งบาน ให้ลายไม้แท้และผิวสัมผัสที่วัสดุอื่นเลียนแบบได้ยาก เป็นตัวเลือกที่สะท้อนคุณค่าและความพรีเมียมของบ้านอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ในงานไม้จริง สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือ ธรรมชาติของไม้มีการยืด–หดตามสภาพอากาศ หากเลือกชนิดไม้หรือโครงสร้างไม่เหมาะสม อาจเกิดปัญหาในระยะยาวได้
วัสดุหลัก
ไม้จริง เช่น ไม้สัก ไม้เต็ง ไม้แดง ไม้ประดู่ ฯลฯ
ข้อดี
ลายไม้ธรรมชาติสวยงาม มีเอกลักษณ์
แข็งแรง อายุการใช้งานยาว
ซ่อมแซม ขัด และทำสีใหม่ได้
เหมาะกับการใช้งาน
บ้านเดี่ยว
งานตกแต่งระดับพรีเมียม
ผู้ที่ต้องการความเป็นไม้แท้
*สามารถอ่านบทความ ไม้ที่นิยมนำมาทำประตูไม้ ได้ที่นี่
2.ประตูไฟเบอร์กลาสลายไม้
ประตูไฟเบอร์กลาสลายไม้เป็นประเภทประตูที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานภายนอกอาคารโดยเฉพาะ รูปลักษณ์ภายนอกถูกออกแบบให้ใกล้เคียงประตูไม้จริง ทั้งลายไม้และผิวสัมผัส แต่โครงสร้างภายในไม่ใช่ไม้ธรรมชาติ
ในเชิงการทำงาน ประตูไฟเบอร์กลาสลายไม้มีความเสถียรสูง ไม่เกิดการยืด–หดแบบไม้จริง และไม่ดูดซับความชื้น จึงลดปัญหาบานบวม บานโก่ง หรือปลวกกินได้เกือบทั้งหมด
วัสดุหลัก
ตัวบานผลิตจากไฟเบอร์กลาส (Fiberglass Reinforced Plastic) เสริมโครงสร้างด้วยวัสดุสังเคราะห์หรือโฟมความหนาแน่นสูง
ข้อดี
ทนแดด ฝน และความชื้นได้ดีมาก
ไม่บวม ไม่โก่ง ไม่ปลวกกิน
รูปลักษณ์คล้ายประตูไม้จริง
ดูแลรักษาง่าย
เหมาะกับการใช้งาน
ประตูไม้ภายนอก
บ้านที่โดนแดดฝนโดยตรง
เจ้าของบ้านที่ต้องการลายไม้ แต่ไม่อยากดูแลบ่อย
3.ประตูไม้สังเคราะห์
ประตูไม้สังเคราะห์เป็นประตูที่ใช้วัสดุทดแทนไม้ โดยเน้นคุณสมบัติด้านความทนทานและความสม่ำเสมอของสินค้า มากกว่าความเป็นธรรมชาติของลายไม้
จากประสบการณ์หน้างานจริง ประตูไม้สังเคราะห์ถูกเลือกใช้มากในพื้นที่ที่มีความชื้นสูง เพราะลดความเสี่ยงจากการเสื่อมสภาพของวัสดุไม้
วัสดุหลัก
ผลิตจาก WPC, PVC หรือ Composite Material ซึ่งเป็นวัสดุผสมที่ออกแบบมาให้ทนความชื้น
ข้อดี
กันน้ำและกันปลวกได้ดี
น้ำหนักเบา
ผิวสม่ำเสมอ ควบคุมคุณภาพง่าย
เหมาะกับการใช้งาน
ห้องน้ำ ห้องซักล้าง
พื้นที่ชื้น
งานโครงการที่ต้องการความทนและต้นทุนควบคุมได้
4.ประตูไม้อัด HDF / MDF
ประตูไม้อัด HDF / MDF เป็นหนึ่งในประเภทประตูไม้ที่พบมากที่สุดในงานภายในอาคาร โดยเน้นความเรียบ ความสม่ำเสมอ และราคาที่เข้าถึงได้
ในเชิงโครงสร้าง ประตูประเภทนี้ใช้แผ่นไม้แปรรูปเป็นแกนกลาง แล้วปิดผิวด้วยวัสดุต่าง ๆ เพื่อให้ได้ดีไซน์ตามต้องการ
วัสดุหลัก
แผ่น HDF หรือ MDF
ปิดผิวด้วยวีเนียร์ ลามิเนต หรือเมลามีน
ข้อดี
ราคาควบคุมง่าย
ผิวเรียบ เหมาะกับงานตกแต่ง
น้ำหนักไม่มาก ติดตั้งง่าย
เหมาะกับการใช้งาน
ประตูไม้ภายใน
ห้องนอน ห้องทำงาน
คอนโดและโครงการที่ต้องการจำนวนมาก
5.ประตูไม้เอ็นจิเนียร์
ประตูไม้เอ็นจิเนียร์เป็นทางเลือกที่ผสมข้อดีของไม้จริงและไม้แปรรูปเข้าด้วยกัน โดยลดปัญหาการยืด–หดของไม้ทั้งบาน แต่ยังคงได้ลายไม้จริงด้านหน้า
ในตลาดปัจจุบัน ประตูไม้เอ็นจิเนียร์ถูกเลือกใช้มากขึ้นในบ้านสมัยใหม่ เพราะให้ความสมดุลระหว่างความสวยงามและความเสถียร
วัสดุหลัก
โครงสร้างภายในเป็นไม้แปรรูปหรือไม้อัดหลายชั้น
ปิดผิวด้วยวีเนียร์ไม้จริง
ข้อดี
ได้ลายไม้จริง
เสถียรกว่าไม้จริงทั้งบาน
ราคาย่อมเยากว่าไม้จริง
เหมาะกับการใช้งาน
งานภายในบ้าน
บ้านสไตล์โมเดิร์น
ผู้ที่ต้องการลายไม้จริงแต่คุมงบ
การเลือกประตูไม้ที่เหมาะสม ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาประเภทประตูไม้ วัสดุ โครงสร้าง และสภาพแวดล้อมการใช้งานร่วมกันอย่างรอบคอบ จากประสบการณ์ในงานไม้จริง การเลือกประตูไม้ให้ถูกประเภทตั้งแต่ต้น ช่วยลดปัญหาการซ่อมแซมในระยะยาว และทำให้การลงทุนคุ้มค่ามากขึ้น หากคุณเข้าใจว่า ประตูไม้มีกี่ประเภท และแต่ละแบบเหมาะกับการใช้งานแบบไหน คุณจะสามารถเลือก สินค้าประตูไม้ ที่ตอบโจทย์บ้านของคุณได้อย่างมั่นใจและใช้งานได้ยาวนาน


