Home » พื้นไม้รักษ์โลก » พื้นไม้รักษ์โลก คืออะไร? เลือกแบบไหนดีให้ทั้งสวยและยั่งยืน
พื้นไม้รักษ์โลก กำลังเป็นหนึ่งในคำค้นหาที่เติบโตเร็วที่สุดในกลุ่มเจ้าของบ้านยุคใหม่ เพราะคนเริ่มมองไกลกว่าความสวยงาม ไปสู่คำถามว่า “วัสดุที่เราเลือกส่งผลต่อโลกและสุขภาพอย่างไร” พื้นไม้รักษ์โลก ไม่ได้หมายถึงแค่พื้นไม้ที่ดูเป็นธรรมชาติ แต่คือวัสดุปูพื้นที่ผ่านกระบวนการผลิตอย่างยั่งยืน ลดการตัดไม้ทำลายป่า ควบคุมการปล่อยสารระเหย และมีใบรับรองด้านสิ่งแวดล้อมชัดเจน หากคุณกำลังมองหา พื้นไม้รักษ์โลก ที่ทั้งสวย ทน และตอบโจทย์บ้านยุค 2026 บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกทุกมิติ ตั้งแต่นิยาม ข้อดี ประเภทของพื้นไม้รักษ์โลก ไปจนถึงมาตรฐานสำคัญที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
1.พื้นไม้รักษ์โลกคืออะไร?
พื้นไม้รักษ์โลก คือวัสดุปูพื้นที่ออกแบบและผลิตโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งที่มาของไม้ กระบวนการผลิต การใช้พลังงาน การปล่อยสารเคมี ไปจนถึงอายุการใช้งานและการรีไซเคิล
พื้นไม้รักษ์โลกที่แท้จริงมักมีคุณสมบัติสำคัญดังนี้
ใช้ไม้จากป่าปลูกที่บริหารจัดการอย่างยั่งยืน
ลดการใช้สารเคมีอันตราย
ปล่อยสารฟอร์มัลดีไฮด์ต่ำ (เช่น มาตรฐาน E1)
มีใบรับรองจากองค์กรสากล
2.พื้นไม้รักษ์โลก ดีกว่าพื้นทั่วไปยังไง?
พื้นไม้รักษ์โลกมีข้อได้เปรียบเหนือพื้นทั่วไปในหลายมิติ
2.1 ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
พื้นไม้รักษ์โลกใช้ไม้จากแหล่งที่ปลูกทดแทน ไม่ส่งเสริมการตัดไม้ทำลายป่า
2.2 ดีต่อสุขภาพผู้อยู่อาศัย
พื้นไม้รักษ์โลกมักควบคุมการปล่อยสารระเหย (VOC) ในระดับต่ำ ช่วยให้คุณภาพอากาศภายในบ้านดีขึ้น
2.3 อายุการใช้งานยาวนาน
พื้นไม้รักษ์โลกคุณภาพสูงถูกออกแบบให้ใช้งานได้นาน ลดการเปลี่ยนพื้นบ่อย ๆ ซึ่งหมายถึงลดขยะก่อสร้าง
2.4 เพิ่มภาพลักษณ์บ้านยุคใหม่
บ้านที่ใช้พื้นไม้รักษ์โลกสะท้อนแนวคิด Sustainable Living ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์หลักของตลาดอสังหาฯ พื้นไม้รักษ์โลกจึงเป็นการลงทุนระยะยาวทั้งต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
3.พื้นประเภทไหนรักษ์โลกบ้าง?
3.1 พื้นไม้คอมพาวด์ – แบรนด์ Boen
พื้นไม้คอมพาวด์จากยุโรปที่ใช้วัตถุดิบจากป่าปลูก พร้อมมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสูง
3.2 พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ แบรนด์ Imondi
พื้นเอ็นจิเนียร์ที่ใช้ไม้จริงชั้นบน ลดการใช้ไม้ทั้งแผ่น และบางรุ่นใช้ไม้รีไซเคิล
3.3 พื้นลามิเนต – แบรนด์ Kronoswiss
ใช้ HDF จากป่าปลูกในสวิตเซอร์แลนด์ ควบคุมการปล่อยสารตามมาตรฐานยุโรป
3.4 พื้นไวนิล – แบรนด์ Allure
ผ่านมาตรฐานด้าน Indoor Air Quality และปล่อยสารต่ำ
3.5 พื้น SPC – แบรนด์ VK Top Floor
4.พื้นไม้รักษ์โลก vs ปูพรม อะไรดีกว่า?
| หัวข้อเปรียบเทียบ | พื้นไม้รักษ์โลก | ปูพรม |
|---|---|---|
| ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม | ใช้วัสดุจากป่าปลูก/รีไซเคิล มีใบรับรอง FSC, PEFC | ส่วนใหญ่ผลิตจากใยสังเคราะห์ ใช้ปิโตรเลียม |
| การปล่อยสารระเหย (VOC) | ควบคุมระดับต่ำ เช่น มาตรฐาน E1 / FloorScore | บางรุ่นอาจมีกลิ่นสารเคมีสะสม |
| อายุการใช้งาน | 10–25 ปี (ขึ้นอยู่กับประเภท) | 3–7 ปี โดยเฉลี่ย |
| การดูแลรักษา | ทำความสะอาดง่าย ไม่สะสมฝุ่น | สะสมฝุ่น ไรฝุ่น และสารก่อภูมิแพ้ |
| สุขภาพในบ้าน | เหมาะกับบ้านสายสุขภาพ เด็ก และสัตว์เลี้ยง | อาจกระตุ้นภูมิแพ้หากทำความสะอาดไม่ดี |
| ความทนทานต่อรอย/น้ำ | รุ่นพรีเมียมทนรอยและความชื้นได้ดี | เปื้อนง่าย ดูแลยาก |
| ความคุ้มค่าระยะยาว | ลงทุนครั้งเดียว ใช้ได้นาน | เปลี่ยนบ่อยกว่า |
*แต่อย่างไรนั้นก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล
5.FSC, PEFC, E1, FloorScore คืออะไร?
หากคุณกำลังมองหา พื้นไม้รักษ์โลก ที่ได้มาตรฐานจริง สิ่งที่ควรตรวจสอบไม่ใช่แค่ดีไซน์หรือราคา แต่คือ “ใบรับรอง” ที่ยืนยันแหล่งที่มาและความปลอดภัยของวัสดุ การมีเอกสารรับรองจากองค์กรสากลเป็นหลักฐานสำคัญว่าพื้นไม้รักษ์โลกที่คุณเลือกผ่านกระบวนการควบคุมคุณภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
5.1 FSC (Forest Stewardship Council)
FSC คือองค์กรระดับโลกที่รับรองว่าไม้ที่นำมาใช้ผลิตพื้นไม้รักษ์โลก มาจากป่าที่มีการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน หมายถึง
ไม่มีการตัดไม้ทำลายป่าอย่างผิดกฎหมาย
มีการปลูกทดแทนอย่างเป็นระบบ
เคารพสิทธิของชุมชนและแรงงานในพื้นที่
มีการควบคุมห่วงโซ่อุปทาน (Chain of Custody)
5.2 PEFC (Programme for the Endorsement of Forest Certification)
PEFC เป็นอีกหนึ่งมาตรฐานป่าไม้ระดับสากล โดยมีจุดเด่นที่สนับสนุนเจ้าของป่ารายย่อยและระบบป่าไม้ในยุโรป พื้นไม้รักษ์โลกที่ผ่าน PEFC จะมีการตรวจสอบกระบวนการจัดการป่าไม้ การเก็บเกี่ยว และการแปรรูปให้เป็นไปตามหลักความยั่งยืน
5.3 E1 (Formaldehyde Emission Standard)
E1 คือมาตรฐานยุโรปที่ควบคุมระดับการปล่อยสารฟอร์มัลดีไฮด์จากวัสดุไม้แปรรูป เช่น HDF, MDF หรือแกนพื้นเอ็นจิเนียร์ พื้นไม้รักษ์โลกที่ผ่านมาตรฐาน E1 ต้องมีค่าการปล่อยสารไม่เกิน 0.124 mg/m³ ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับปลอดภัยสำหรับการอยู่อาศัย
ความสำคัญของ E1 คือช่วยควบคุมคุณภาพอากาศภายในบ้าน (Indoor Air Quality) ลดกลิ่นฉุนและลดความเสี่ยงต่อการระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ ดังนั้น พื้นไม้รักษ์โลกที่ได้ E1 จึงไม่เพียงดีต่อโลก แต่ยังดีต่อสุขภาพผู้อยู่อาศัยด้วย
5.4 FloorScore
FloorScore เป็นมาตรฐานที่เน้นเรื่องคุณภาพอากาศภายในอาคารโดยเฉพาะ ใช้ตรวจสอบการปล่อยสาร VOC (Volatile Organic Compounds) จากวัสดุปูพื้น
โรงเรียน
โรงพยาบาล
อาคารสำนักงาน
โครงการที่ต้องการคะแนน LEED
6.พื้นไม้รักษ์โลก เหมาะกับบ้านแบบไหน?
พื้นไม้รักษ์โลกเหมาะกับบ้านทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม คอนโด หรือโครงการที่พักอาศัยขนาดใหญ่ เพราะถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ทั้งความสวยงาม ความทนทาน และความยั่งยืนในระยะยาว ด้วยคุณสมบัติการปล่อยสารต่ำและการใช้วัตถุดิบจากแหล่งที่บริหารจัดการอย่างยั่งยืน จึงช่วยสร้างสภาพแวดล้อมภายในบ้านที่ดีต่อสุขภาพของทุกคนในครอบครัว พร้อมทั้งสอดคล้องกับแนวคิดบ้านยุคใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตอย่างแท้จริง
6.1 บ้านที่มีเด็ก
พื้นไม้รักษ์โลกช่วยลดการปล่อยสารระเหย ทำให้คุณภาพอากาศในบ้านดีขึ้น เหมาะกับเด็กเล็กที่ใช้เวลาบนพื้นมาก
6.2 บ้านสายสุขภาพ
เจ้าของบ้านที่ใส่ใจ Indoor Air Quality จะให้ความสำคัญกับพื้นไม้รักษ์โลกเป็นอันดับต้น ๆ
6.3 บ้านที่ต้องการมาตรฐาน Green Building
พื้นไม้รักษ์โลกช่วยเพิ่มคะแนนด้านวัสดุยั่งยืน
6.4 โครงการที่ต้องการคะแนน LEED
พื้นไม้รักษ์โลกที่มี FSC และ Low VOC สนับสนุนการขอคะแนน LEED พื้นไม้รักษ์โลกจึงตอบโจทย์ทั้งบ้านพักอาศัยและโครงการระดับพรีเมียม
พื้นไม้รักษ์โลก ไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ แต่คือทิศทางใหม่ของการออกแบบบ้านที่ยั่งยืน พื้นไม้รักษ์โลกช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคุมการปล่อยสารในบ้าน และมีอายุการใช้งานยาวนาน
หากคุณกำลังมองหา พื้นไม้รักษ์โลก ที่ทั้งสวย ปลอดภัย และยั่งยืน สามารถเข้าเยี่ยมชมสินค้าและรับคำปรึกษาได้ที่ VK Floor เพื่อเลือกพื้นให้เหมาะกับบ้านของคุณอย่างแท้จริง
