Home » พื้นไม้Hygienic » พื้นไม้ Hygienic คืออะไร? ทำไมบ้านที่มีเด็กและสัตว์เลี้ยงควรรู้ก่อนเลือกพื้น
แม้หัวข้อจะพูดถึงพื้นซับเสียง แต่ในความเป็นจริงแล้ว เทรนด์บ้านยุคใหม่ไม่ได้มองแค่เรื่องเสียงเท่านั้น หลายครอบครัวเริ่มค้นหาคำว่า พื้นไม้ Hygienic ควบคู่ไปกับพื้นซับเสียง เพราะต้องการวัสดุปูพื้นที่ทั้งเงียบ สะอาด และดีต่อสุขภาพ พื้นไม้ Hygienic จึงกลายเป็นคำค้นหาที่เติบโตอย่างรวดเร็วในกลุ่มบ้านที่มีเด็กเล็ก บ้านสายสุขภาพ และคอนโดเมืองใหญ่
พื้นไม้ Hygienic ไม่ได้หมายถึงแค่พื้นไม้ที่ดูสะอาด แต่คือวัสดุปูพื้นที่ออกแบบมาเพื่อลดการสะสมเชื้อโรค แบคทีเรีย และความอับชื้น พร้อมทั้งผ่านมาตรฐานการปล่อยสารต่ำ เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพอากาศภายในบ้าน หากคุณกำลังพิจารณาเลือกพื้นไม้ Hygienic สำหรับบ้าน บทความนี้จะอธิบายครบทุกมุม ตั้งแต่นิยาม ความแตกต่าง วิธีดูแล ไปจนถึงมาตรฐานที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
1.พื้นไม้ Hygienic คืออะไร?
พื้นไม้ Hygienic คือวัสดุปูพื้นที่ถูกออกแบบให้มีคุณสมบัติด้านสุขอนามัยสูงกว่าพื้นทั่วไป โดยเน้นการลดการสะสมของแบคทีเรีย เชื้อรา และฝุ่นละออง
พื้นไม้ Hygienic มักมีคุณสมบัติดังนี้
-
เทคโนโลยี Anti-microbial เช่น Silver Ion หรือ Ultra-Fresh®
-
ควบคุมการปล่อยสาร VOC ให้อยู่ในระดับต่ำ
-
ทำความสะอาดง่าย ไม่สะสมฝุ่น
2.พื้นไม้ Hygienic ต่างจากพื้นไม้ทั่วไปยังไง?
ความแตกต่างของพื้นไม้ Hygienic กับพื้นไม้ทั่วไป อยู่ที่รายละเอียดโครงสร้างและเทคโนโลยีเคลือบผิว
| เปรียบเทียบ | พื้นไม้ Hygienic | พื้นไม้ทั่วไป |
|---|---|---|
| การยับยั้งแบคทีเรีย | มีเทคโนโลยีเฉพาะ | ไม่มีระบบเฉพาะ |
| การปล่อย VOC | ควบคุมระดับต่ำ | ขึ้นอยู่กับเกรด |
| การสะสมฝุ่น | ผิวปิดแน่น | อาจมีร่องสะสม |
| เหมาะกับบ้านเด็ก | เหมาะมาก | ต้องเลือกเกรดดี |
3.พื้นไม้ Hygienic เหมาะกับบ้านแบบไหน?
3.1 บ้านที่มีเด็กเล็ก
เด็กเล็กใช้เวลานั่ง คลาน และเล่นอยู่บนพื้นมากกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า ทำให้พื้นกลายเป็นพื้นที่สัมผัสหลักของร่างกายโดยตรง การเลือก พื้นไม้ Hygienic จึงช่วยลดความเสี่ยงจากการสะสมของฝุ่นละออง เชื้อรา และแบคทีเรียที่มองไม่เห็น ผิวเคลือบแบบปิดรูพรุนของพื้นไม้ Hygienic ทำให้สิ่งสกปรกไม่แทรกซึมลึกลงไปในพื้น ลดโอกาสเกิดกลิ่นอับหรือเชื้อสะสมในระยะยาว อีกทั้งพื้นไม้ Hygienic ที่ผ่านมาตรฐานการปล่อยสารต่ำ ยังช่วยควบคุมคุณภาพอากาศภายในบ้านให้ปลอดภัยต่อระบบทางเดินหายใจของเด็กเล็ก ซึ่งยังมีภูมิคุ้มกันไม่สมบูรณ์เต็มที่
3.2 บ้านที่มีสัตว์เลี้ยง
บ้านที่มีสุนัขหรือแมวมักเผชิญปัญหาขนสัตว์ ฝุ่น และความชื้นจากอุบัติเหตุเล็ก ๆ บนพื้น การเลือก พื้นไม้ Hygienic ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียและกลิ่นไม่พึงประสงค์จากกรงเล็บหรือของเหลวที่ซึมลงพื้น ผิวหน้าที่ทำความสะอาดง่ายของพื้นไม้ Hygienic ช่วยให้เจ้าของบ้านเช็ดทำความสะอาดได้รวดเร็วโดยไม่ต้องใช้น้ำยารุนแรง นอกจากนี้ พื้นไม้ Hygienic บางรุ่นยังมีชั้นเคลือบที่ช่วยป้องกันรอยขีดข่วน ทำให้บ้านยังคงดูสะอาดและใหม่แม้มีสัตว์เลี้ยงอยู่ตลอดเวลา
3.3 บ้านผู้สูงอายุ
ผู้สูงอายุมีความไวต่อสารระเหยและฝุ่นในอากาศมากกว่าคนวัยทำงาน การเลือก พื้นไม้ Hygienic ที่ผ่านมาตรฐานควบคุม VOC จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ ผิวพื้นไม้ Hygienic ที่เรียบและไม่สะสมฝุ่นยังช่วยให้ทำความสะอาดง่าย ลดโอกาสเกิดภูมิแพ้สะสมในระยะยาว อีกทั้งพื้นไม้ Hygienic บางประเภทมีความยืดหยุ่นพอเหมาะ ช่วยลดแรงกระแทกขณะเดิน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อข้อเข่าและข้อต่อของผู้สูงอายุ
3.4 คลินิก คาเฟ่ และพื้นที่เชิงพาณิชย์
ในพื้นที่ที่มีผู้คนหมุนเวียนตลอดวัน เช่น คลินิก ร้านกาแฟ หรือโชว์รูม ความสะอาดคือภาพลักษณ์สำคัญ การเลือก พื้นไม้ Hygienic ช่วยสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าและผู้ใช้บริการว่าพื้นที่ได้รับการดูแลอย่างดี พื้นไม้ Hygienic มีจุดเด่นเรื่องการทำความสะอาดง่าย ไม่สะสมกลิ่น และทนต่อการใช้งานหนัก จึงเหมาะกับพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่ต้องการทั้งความสวยงามและมาตรฐานสุขอนามัยที่สูงกว่าปกติ
4.วิธีดูแลพื้นไม้ Hygienic ให้สะอาดได้นาน
4.1 ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์หรือไม้ถูพื้นแบบหมาดเช็ดเป็นประจำ
พื้นไม้ Hygienic ควรเช็ดทำความสะอาดด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ที่สามารถดักจับฝุ่นละเอียดได้ดี การเช็ดแบบหมาด (ไม่เปียกชุ่ม) จะช่วยขจัดคราบเหงื่อ คราบฝุ่น และคราบจากการใช้งานประจำวัน โดยไม่ทำลายชั้นเคลือบผิวของพื้นไม้ Hygienic
4.2 หลีกเลี่ยงน้ำขังบนผิวพื้น
แม้พื้นไม้ Hygienic หลายรุ่นจะทนความชื้นได้ดี แต่ไม่ควรปล่อยให้น้ำขังเป็นเวลานาน เพราะอาจซึมเข้ารอยต่อและลดประสิทธิภาพของชั้นเคลือบ ควรเช็ดให้แห้งทันทีหากมีน้ำหก เพื่อรักษาสภาพพื้นไม้ Hygienic ให้คงทน
4.3 เลือกใช้น้ำยาทำความสะอาดที่เหมาะสม
ควรเลือกน้ำยาที่ออกแบบมาสำหรับพื้นไม้หรือพื้นไวนิลโดยเฉพาะ และหลีกเลี่ยงน้ำยาที่มีกรด ด่าง หรือสารกัดกร่อนรุนแรง เพราะอาจทำลายชั้น Anti-microbial หรือผิวเคลือบของพื้นไม้ Hygienic ได้
4.4 ดูดฝุ่นหรือกวาดฝุ่นอย่างสม่ำเสมอ
แม้พื้นไม้ Hygienic จะช่วยลดการสะสมของเชื้อ แต่ฝุ่นละอองยังสามารถสะสมบนผิวหน้าได้ การดูดฝุ่นสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง โดยใช้หัวแปรงที่ไม่ขูดผิว จะช่วยรักษาความสะอาดและลดการสะสมของสารก่อภูมิแพ้
4.5 ป้องกันรอยขีดข่วนจากเฟอร์นิเจอร์
ติดแผ่นรองขาโต๊ะและเก้าอี้ เพื่อป้องกันรอยที่อาจทำให้ผิวเคลือบของพื้นไม้ Hygienic เสียหาย เพราะหากผิวเคลือบถูกทำลาย อาจลดประสิทธิภาพด้านสุขอนามัยในระยะยาว
พื้นไม้ Hygienic คือคำตอบของบ้านยุคใหม่ที่ไม่ได้มองแค่ความสวยงาม แต่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณภาพอากาศภายในบ้าน พื้นไม้ Hygienic ช่วยลดการสะสมเชื้อ ฝุ่น และสารระเหย พร้อมทั้งดูแลรักษาง่าย เหมาะกับบ้านที่มีเด็ก สัตว์เลี้ยง ผู้สูงอายุ และพื้นที่เชิงพาณิชย์
หากคุณกำลังมองหาพื้นไม้ Hygienic ที่ผ่านมาตรฐานระดับสากล และมีตัวเลือกหลากหลายเกรดพรีเมี่ยม VK Floor พร้อมให้คำปรึกษาและคัดสรรพื้นไม้ Hygienic ที่เหมาะกับบ้านของคุณ เพื่อให้บ้านสวย สะอาด และปลอดภัยในระยะยาว
