Home » Wood Flooring » พื้นคลินิก » พื้นคลินิกควรเลือกแบบไหน? คู่มือเลือกวัสดุปูพื้นให้สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน
พื้นคลินิก เป็นองค์ประกอบสำคัญที่หลายคนมองข้าม แต่ในความเป็นจริง พื้นคลินิกมีผลโดยตรงต่อความสะอาด ความปลอดภัย และภาพลักษณ์ของสถานพยาบาลทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นคลินิกทันตกรรม คลินิกความงาม คลินิกกายภาพ หรือคลินิกเวชกรรมทั่วไป การเลือก พื้นคลินิก ที่เหมาะสมจึงไม่ใช่แค่เรื่องดีไซน์ แต่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการติดเชื้อ การทนสารเคมี และมาตรฐานสุขอนามัยโดยตรง หากเลือกพื้นคลินิกผิด อาจนำไปสู่ปัญหาพื้นบวม ลื่น หรือสะสมเชื้อโรคได้ในระยะยาว
บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกทุกมิติของการเลือกพื้นคลินิก ตั้งแต่คุณสมบัติที่ควรมี วัสดุยอดนิยม ปัญหาที่พบบ่อย ไปจนถึงแนวทางเลือกพื้นคลินิกให้ได้มาตรฐานจริง
1.คุณสมบัติพื้นคลินิกที่ได้มาตรฐาน
1.1 ทำความสะอาดง่าย ไม่สะสมเชื้อโรค
พื้นคลินิกควรมีผิวเรียบ ไม่มีร่องลึก หรือรอยต่อมากเกินไป เพราะรอยต่อคือจุดสะสมเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะในห้องทำหัตถการหรือห้องตรวจ พื้นคลินิกที่ดีควรเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย และทนการถูพื้นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเป็นประจำ
1.2 กันลื่น (Slip Resistance)
พื้นคลินิกควรมีค่ากันลื่นระดับ R9–R10 ตามมาตรฐาน R-Rating
1.3 ทนแรงกดและการใช้งานหนัก
พื้นคลินิกต้องรองรับ:
รถเข็นผู้ป่วย
เก้าอี้ล้อ
เครื่องมือแพทย์
ดังนั้นโครงสร้างของพื้นคลินิกควรมีความแข็งแรง ไม่ยุบตัวง่าย
1.4 Low VOC ปลอดภัยต่อสุขภาพ
พื้นคลินิกควรมีค่า VOC ต่ำ เพื่อลดสารระเหยที่อาจกระทบต่อผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์
2.วัสดุปูพื้นคลินิกยอดนิยม
2.1 พื้นไวนิลแผ่น (Vinyl Sheet)
ข้อดีของพื้นคลินิกแบบ Vinyl:
ทำความสะอาดง่าย
ลดการสะสมเชื้อ
ทนน้ำทนปลวก
- ยืดหยุนสูง
2.2 กระเบื้องยาง SPC
กันน้ำ 100%
โครงสร้างแข็งแรง
ทนแรงกดสูง
ติดตั้งรวดเร็ว
- กันปลวก
2.3 พื้นยาง (Rubber Flooring)
เหมาะกับคลินิกกายภาพบำบัด เพราะพื้นคลินิกแบบยางช่วยลดแรงกระแทกและลดเสียงรบกวน
3.ปัญหาที่พบบ่อยเมื่อเลือกพื้นผิด
หลายคลินิกเลือกพื้นคลินิกจากราคาเพียงอย่างเดียว ส่งผลให้เกิดปัญหาในระยะยาว เช่น:
- พื้นบวมจากน้ำยาฆ่าเชื้อ
- พื้นลื่นหลังถู
- เกิดคราบด่าง
- รอยต่อสะสมเชื้อ
- เสียงดังรบกวนห้องตรวจ
ปัญหาเหล่านี้ไม่เพียงส่งผลต่อความปลอดภัย แต่ยังกระทบต่อภาพลักษณ์คลินิกโดยตรง
4.แนะนำพื้นไวนิล Allure จาก VK Floor
4.1 ติดตั้งง่ายๆด้วย Click Lock (DropLock)
พื้น Allure ทุกรุ่นใช้ระบบ DropLock ที่เป็นระบบ “คลิกล็อก” ไม่ต้องใช้กาว ไม่มีกลิ่นฉุนจากการติดตั้ง และสามารถเปลี่ยนหรือซ่อมเฉพาะจุดได้โดยไม่กระทบพื้นทั้งห้อง
เหมาะกับการรีโนเวทที่ต้องการความสะอาด รวดเร็ว ไม่เลอะเทอะ
4.2 ทนชื้น 100% (Waterproof Vinyl Core)
วัสดุแกนกลางผลิตจาก Virgin Vinyl 100% ผสมแคลเซียมคาร์บอเนต ไม่มีรูพรุน ไม่ดูดซึมน้ำ
จึงสามารถใช้งานในพื้นที่ชื้น เช่น ห้องครัว ห้องซักล้าง หรือคอนโดที่มีระบบระบายความชื้นไม่ดี ได้อย่างปลอดภัย
4.3 ทนปลวก ทนรา (Termite & Mold Resistance)
เพราะไม่มีส่วนผสมของไม้จริง จึงหมดปัญหาปลวก และยังทนเชื้อราได้ดี โดยเฉพาะรุ่น Isocore ที่มีโครงสร้างปิดทึบ ช่วยลดความเสี่ยงจากความชื้นใต้พื้น
4.4 พื้นไวนิล Allure แข็งแรงรับน้ำหนักได้มาก (Supports Heavy Weight)
แกน SPC (Stone Plastic Composite) ของ Allure รุ่น Isocore ออกแบบให้ทนการกดทับจากของหนัก เช่น ตู้เย็น เตียง ตู้เสื้อผ้า โดยไม่เกิดรอยบุ๋มหรือแอ่น
4.5 ทำความสะอาด พื้นไวนิล Allure ง่ายๆ (Easy to Clean)
ผิวหน้าถูกเคลือบด้วย UV Ceramic Bead Coating ไม่จับฝุ่น ไม่ดูดซึมคราบ
เช็ดด้วยผ้าเปียกก็เพียงพอ ไม่ต้องใช้สารเคมีรุนแรง จึงช่วยยืดอายุการใช้งานของผิวหน้าและปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัย
4.6 ทนรอยขีดข่วนสูง (Scratch-Resistant Grade T)
Allure ทุกซีรีส์ผ่านมาตรฐานการทนรอยขีดข่วนระดับ T ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในกลุ่มวัสดุปูพื้นยืดหยุ่น
แม้ลากเฟอร์นิเจอร์ หรือมีสัตว์เลี้ยงเดินบ่อย ๆ ก็ไม่ทิ้งรอยลึกง่าย
4.7 ซ่อมแซมเฉพาะจุดได้ (Easy Maintenance & Replaceable)
เนื่องจากเป็นระบบ Click Lock หากแผ่นใดเสียหายจากการใช้งาน เช่น บวม ขูด หรือร้าว
สามารถรื้อเปลี่ยนแค่แผ่นเดียวได้ ไม่ต้องรื้อทั้งห้อง ไม่กระทบพื้นรอบข้าง
4.8 นุ่มเท้า ซัพพอร์ตข้อเข่า (Soft for Knees)
พื้นรุ่น Isocore มีโครงสร้างที่ให้ “แรงยืดหยุ่นในแนวดิ่ง” (Vertical Flexibility) ซึ่งช่วยลดแรงกระแทกที่หัวเข่าโดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ยืนทำงานกับพื้นนาน ๆ
4.9 ยับยั้งเชื้อโรคและแบคทีเรีย (Anti-bacterial)
เคลือบผิวด้วยสาร UltraFresh® ช่วยลดการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อราเหมาะกับบ้านที่มีเด็กเล็ก, ผู้เป็นภูมิแพ้ หรือเลี้ยงสัตว์ในบ้าน
4.10 ลดเสียงเดินและเสียงก้อง (Noise Induction)
พื้น Allure รุ่น Isocore มีชั้นโฟม EVA/IXPE ช่วยลดเสียงกระทบพื้นได้ถึง 18 dB ให้บรรยากาศบ้านเงียบสงบ ไม่รบกวนเพื่อนบ้าน เหมาะกับคอนโดหรือพื้นที่ที่มีคนพักหลายชั้น
4.11 ปลอดภัยจากการลื่น (Anti-Slip R10)
ผ่านการทดสอบมาตรฐาน EN 13893 ระดับ R9–R10 ทำให้มีค่าแรงเสียดทานสูง ลดโอกาสลื่นล้ม แม้ในสภาพพื้นแห้ง เหมาะกับผู้สูงอายุ หรือบ้านที่ต้องการเน้นความปลอดภัย
4.12 เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco Friendly)
ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลได้ (100% Recyclable), ปราศจากสารโลหะหนัก เช่น แคดเมียม และไม่มี VOC สูง
ช่วยลดผลกระทบระยะยาวต่อสิ่งแวดล้อม และได้รับการรับรองจาก FloorScore®, REACH, Declare, HPD และ VOC+ (A+)
สามารถดู สินค้าพื้นไวนิล เพิ่มเติมได้ที่นี่
5.แนะนำ พื้น SPC VK Top Floor จาก VK Floor
5.1 Water Resistant: กันน้ำ 100%*
เหมาะอย่างยิ่งกับบ้านที่ต้องการวัสดุทนน้ำ เช่น ห้องครัว ห้องน้ำโซนแห้ง พื้นที่ซักล้าง หรือบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง
น้ำหกหรือน้ำชื้นจากพื้นไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เพราะพื้น VK Top Floor ไม่บวม ไม่งอ ไม่ขึ้นรา
5.2 Termite Resistant: ปลวกไม่กิน
ด้วยวัสดุไม่มีองค์ประกอบจากไม้ธรรมชาติ จึงปลวกไม่สามารถกัดกินกระเบื้องยาง SPC ได้ เหมาะกับบ้านในเขตร้อนชื้นอย่างประเทศไทย
5.3 SPC Core Layer แข็งแรง
โครงสร้างแกนกลางเป็นการผสม Virgin Vinyl กับแคลเซียมคาร์บอเนต แบบแน่นหนา ทำให้แผ่นแข็งแต่ไม่เปราะ ทนต่อแรงกดทับจากเฟอร์นิเจอร์หนัก ๆ
5.4 โฟมแยกกับพื้น (Detached IXPE Foam)
แผ่นโฟมรองด้านล่างช่วยลดเสียงในการเดิน เพิ่มความนุ่มเท้า และกันความชื้นจากพื้นปูนได้ดีเยี่ยม
5.5 เกรดส่งออกยุโรป
VK Top Floor เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าในยุโรป ญี่ปุ่น และตะวันออกกลาง ด้วยมาตรฐานที่ผ่านการทดสอบมาแล้วในหลายประเทศ
สามารถดู สินค้าพื้นSPC เพิ่มเติมได้ที่นี่
พื้นคลินิกไม่ใช่แค่พื้นธรรมดา แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญที่สะท้อนมาตรฐาน ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือของสถานพยาบาล การเลือกพื้นคลินิกที่เหมาะสมช่วยลดความเสี่ยง ลดค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุง และสร้างความมั่นใจให้ผู้ป่วยในระยะยาว
หากคุณกำลังวางแผนสร้างหรือรีโนเวทคลินิก และต้องการคำแนะนำในการเลือกพื้นคลินิกที่ได้มาตรฐาน ทนทาน และปลอดภัย VK Floor มีวัสดุปูพื้นสำหรับงานคลินิกครบทุกประเภท พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาเรื่องการเลือกวัสดุและการติดตั้งอย่างมืออาชีพ ด้วยประสบการณ์กว่า 50 ปีในวงการวัสดุก่อสร้าง เราพร้อมช่วยให้พื้นคลินิกของคุณ “สะอาด ปลอดภัย และดูดีในระยะยาว”
