ไม้ HMR

ที่วิวัฒน์ชัยค้าไม้ เราคัดสรรไม้ HMR คุณภาพดี เพื่อตอบโจทย์งานเฟอร์นิเจอร์ งานบิลต์อิน งานตกแต่งภายใน และงานออกแบบที่ต้องการวัสดุผิวเรียบ เนื้อแน่น และใช้งานได้อย่างมั่นใจ ไม้ HMR เหมาะสำหรับทำตู้ ชั้นวาง เคาน์เตอร์ หน้าบาน ผนังตกแต่ง และเฟอร์นิเจอร์ภายในหลากหลายรูปแบบ เพราะสามารถนำไปปิดผิว พ่นสี หรือเคลือบผิวต่อได้ง่าย ช่วยให้งานออกมาสวย เรียบร้อย และดูเป็นมืออาชีพ เพื่อให้คุณมั่นใจในคุณภาพ ความสวยงาม และความคุ้มค่าทุกชิ้นเมื่อเลือกซื้อไม้ HMR จากวิวัฒน์ชัยค้าไม้

ไม้สวย เกรดA

ไม้ตรงสวย
เกรดA

ไม้แข็งแรง

ไม้แข็งแรง
น้ำหนักหนักได้

ไม้ราคาถูก

ไม้ราคาถูก
จากโรงงาน

รวมสินค้า ไม้อัด HMR 

ทำไมต้อง "ไม้ HMR" วิวัฒน์ชัย ค้าไม้

ไม้ HMR ไม้อัดของเรามีให้เลือกหลายประเภทและหลายเกรด เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน ทั้งงานเฟอร์นิเจอร์ งานบิลต์อิน งานตกแต่งภายใน
  • ไม้ HMR เกรด V70

  • ไม้ HMR เกรด V313
Virgin Vinyl Structure

ไม้HMR เรียบเนียน

ไม้ HMR มีผิวหน้าเรียบเนียน เนื้อแน่น และสม่ำเสมอ นำไปปิดผิว พ่นสี ได้ง่าย

ไม้HMRแข็งแรง

ไม้HMR เกรดพรีเมียม แข็งแรง ทนแรงกดทับ เหมาะกับงานเฟอร์นิเจอร์และงานโครงสร้าง

พื้นไม้ติดตั้งด้วยระบบ คลิกล็อค

ไม้HMR ราคาโรงงาน

ราคาตรงจากผู้นำเข้าและโรงงาน  คุ้มค่าในทุกการใช้งาน

1.ไม้ HMR คืออะไร? เจาะลึกคุณสมบัติ

ไม้ HMR หรือ High Moisture Resistance Board คือ แผ่นไม้อัด ชนิดหนึ่งในกลุ่ม MDF ที่ถูกพัฒนาให้มีความสามารถในการทนความชื้นได้ดีกว่า MDF ทั่วไป โดยผลิตจากเส้นใยไม้ละเอียดที่นำมาอัดแน่นด้วยแรงดันสูงร่วมกับกาวชนิดพิเศษ ทำให้แผ่นไม้มีเนื้อแน่น ผิวเรียบเนียน และมีความสม่ำเสมอทั้งแผ่น จุดเด่นของไม้ HMR คือสามารถนำไปใช้งานเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน งานตู้ งานชั้นวาง งานหน้าบาน หรืองานตกแต่งภายในที่ต้องการผิวงานเรียบสวยได้ดี โดยเฉพาะงานที่ต้องการทำสี พ่นสี ปิดผิวลามิเนต เมลามีน หรือเซาะร่องตกแต่ง เพราะผิวของไม้ HMR มีความละเอียด ช่วยให้งานออกมาดูเรียบร้อยและพรีเมียมกว่าไม้หลายประเภท อย่างไรก็ตาม คำว่า “ทนชื้น” ไม่ได้แปลว่า “กันน้ำ 100%” จึงควรเลือกใช้งานให้เหมาะกับพื้นที่และหลีกเลี่ยงการแช่น้ำโดยตรงเป็นเวลานาน

2. ไม้ HMR มีกี่เกรด

ไม้ HMR เกรด V313 ถือเป็นเกรดที่มีคุณสมบัติทนความชื้นได้ดีที่สุดในกลุ่มไม้ HMR โดยมักใช้กับงานเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน งานตู้ งานเคาน์เตอร์ หรืองานภายในที่มีโอกาสเจอความชื้นมากกว่าปกติ เช่น ครัวส่วนแห้ง ห้องซักล้าง หรือพื้นที่ที่มีไอน้ำเป็นครั้งคราว จุดเด่นของเกรด V313 คือเนื้อไม้มีความหนาแน่นสูง ใช้กาวที่ช่วยเพิ่มความทนชื้น และมีความเสถียรมากกว่าเกรดทั่วไป เหมาะกับงานที่ต้องการความแข็งแรงและอายุการใช้งานยาวนาน อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นเกรดทนชื้นสูง แต่ก็ยังไม่ใช่วัสดุกันน้ำ 100% จึงควรปิดขอบและซีลรอยต่อให้เรียบร้อยก่อนนำไปใช้งาน

ไม้ HMR เกรด V70 เป็นเกรดที่นิยมใช้กับงานเฟอร์นิเจอร์ภายในทั่วไป เพราะมีความทนชื้นในระดับดี เหมาะกับงานตู้เสื้อผ้า ชั้นวางของ หน้าบาน เฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน ผนังตกแต่ง และงานที่ต้องการผิวเรียบสำหรับทำสีหรือปิดผิวลามิเนต จุดเด่นของเกรด V70 คือให้ความสมดุลระหว่างคุณภาพและราคา ใช้งานได้หลากหลาย และเหมาะกับพื้นที่ภายในบ้านหรืออาคารที่ไม่ได้สัมผัสน้ำโดยตรง หากต้องการใช้งานในพื้นที่ที่มีความชื้นเล็กน้อย ควรเลือกวิธีติดตั้งที่เหมาะสม พร้อมปิดขอบแผ่นไม้ให้ดี เพื่อช่วยลดโอกาสที่ความชื้นจะซึมเข้าสู่เนื้อไม้

ไม้ HMR เกรด N70 เป็นเกรดที่เหมาะกับงานภายในทั่วไปที่ไม่ได้เน้นการทนความชื้นสูงมาก เช่น งานเฟอร์นิเจอร์ห้องนอน งานตู้ทั่วไป งานชั้นวาง งานตกแต่งผนัง หรืองานที่อยู่ในพื้นที่แห้ง จุดเด่นของเกรด N70 คือมีผิวเรียบ ตัดแต่งง่าย ทำสีได้ดี และมีราคาคุ้มค่าสำหรับงานที่ไม่ได้ต้องการคุณสมบัติทนชื้นเป็นพิเศษ เหมาะกับผู้ที่ต้องการวัสดุงานไม้ที่สวย เรียบร้อย และควบคุมงบประมาณได้ดี แต่ไม่ควรนำไปใช้ในพื้นที่ที่มีความชื้นสูงหรือมีโอกาสโดนน้ำบ่อย เพราะอาจทำให้แผ่นไม้บวม เสียรูป หรืออายุการใช้งานสั้นลงได้

*สามารถอ่านบทความ ไม้HMR เกรด V313, V70 และ N70 ต่างกันอย่างไร?  ได้ที่นี่

3. ไม้ HMR มีข้อดีและข้อเสียอะไรบ้าง?

3.1 ข้อดีของไม้ HMR

  • ทนความชื้นได้ดีกว่า MDF ทั่วไป
    ไม้ HMR ถูกพัฒนาให้มีคุณสมบัติทนความชื้นมากกว่า MDF ปกติ จึงเหมาะกับงานเฟอร์นิเจอร์ภายในที่อาจเจอความชื้นในอากาศ เช่น งานตู้ งานบิวท์อิน หรือพื้นที่ใกล้ครัวส่วนแห้ง
  • ผิวเรียบ เนื้อแน่น ทำงานง่าย
    เนื้อไม้ HMR มีความละเอียดและสม่ำเสมอ ทำให้ตัด เจาะ เซาะร่อง หรือขึ้นรูปได้ง่าย เหมาะกับงานที่ต้องการความเรียบร้อยและความแม่นยำของชิ้นงาน
  • เหมาะกับงานทำสีและงานปิดผิว
    ด้วยผิวที่เรียบเนียน ไม้ HMR จึงเหมาะสำหรับงานพ่นสี งานปิดผิวลามิเนต งานปิดผิวเมลามีน หรืองานตกแต่งที่ต้องการผิวงานสวยแบบมืออาชีพ
  • เหมาะกับงานเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน
    สามารถนำไปใช้ทำตู้เสื้อผ้า ตู้เก็บของ ชั้นวางของ หน้าบาน ผนังตกแต่ง เคาน์เตอร์ และงานตกแต่งภายในได้หลากหลาย *สามารถอ่านบทความ ไม้HMR รับน้ำหนักได้แค่ไหน ! ได้ที่นี่
  • ให้ภาพลักษณ์งานที่ดูเรียบร้อยและพรีเมียม
    ไม้ HMR ช่วยให้งานเฟอร์นิเจอร์ออกมาดูเนียน สวย และทันสมัย เหมาะกับงานบ้าน คอนโด ร้านค้า คาเฟ่ และงานโครงการที่ต้องการความสวยงามของผิวงาน

3.2 ข้อเสียและข้อควรระวังของไม้ HMR

  • ไม่ใช่วัสดุกันน้ำ 100%
    แม้ไม้ HMR จะทนความชื้นได้ดี แต่ไม่ควรนำไปใช้ในพื้นที่ที่โดนน้ำโดยตรง น้ำขัง หรือแช่น้ำเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้แผ่นไม้บวมได้
  • ขอบแผ่นและรอยตัดเป็นจุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
    บริเวณขอบไม้ รอยตัด และรอยเจาะ เป็นจุดที่ความชื้นสามารถซึมเข้าสู่เนื้อไม้ได้ง่าย จึงควรปิดขอบ ทำสี หรือซีลรอยต่อให้เรียบร้อยก่อนใช้งาน
  • ไม่เหมาะกับงานภายนอกอาคาร
    ไม้ HMR เหมาะกับงานภายในมากกว่า ไม่ควรใช้กับพื้นที่กลางแจ้งหรือบริเวณที่โดนแดด ฝน และความชื้นสะสมเป็นประจำ
  • ต้องเลือกเกรดให้เหมาะกับพื้นที่ใช้งาน
    หากใช้งานในพื้นที่ที่มีความชื้นมาก ควรเลือกเกรดทนชื้นสูง เช่น V313 หรือเกรดที่เหมาะกับงานบิวท์อินในพื้นที่เสี่ยงความชื้น ไม่ควรเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว
  • ต้องติดตั้งและเก็บรักษาอย่างถูกวิธี
    หากเก็บไม้ในพื้นที่ชื้น วางบนพื้นปูนโดยตรง หรือไม่ได้รองรับแผ่นไม้ให้ได้ระดับ อาจทำให้ไม้โก่ง แอ่น หรือเสียรูปก่อนนำไปใช้งานได้

4. ไม้ HMR ควรดูแลรักษาอย่างไร?

การดูแลรักษาไม้ HMR ควรเริ่มตั้งแต่ก่อนติดตั้ง โดยควรเก็บแผ่นไม้ไว้ในพื้นที่แห้ง อากาศถ่ายเทดี และไม่วางสัมผัสพื้นปูนโดยตรง เพราะความชื้นจากพื้นอาจซึมเข้าสู่แผ่นไม้ได้ ควรวางไม้บนพาเลทหรือคานรองให้ได้ระดับ เพื่อป้องกันการโก่งหรือแอ่นตัว หลังติดตั้งแล้วควรหลีกเลี่ยงการให้น้ำขังบนผิวไม้ หากมีคราบสกปรกควรใช้ผ้านุ่มชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดทำความสะอาด และหลีกเลี่ยงน้ำยาที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง สำหรับงานที่อยู่ใกล้ความชื้น เช่น ครัวส่วนแห้งหรือพื้นที่ซักล้าง ควรตรวจสอบขอบ รอยต่อ และแนวซีลเป็นระยะ เพื่อป้องกันความชื้นซึมเข้าสู่เนื้อไม้ในระยะยาว *สามารถอ่านบทความ ไม้HMR บางโพ ได้ที่นี่

5. ไม้ HMR ควรใช้กับพื้นที่แบบไหน

ไม้ HMR เหมาะกับงานภายในบ้านหรืออาคารที่ต้องการวัสดุแผ่นผิวเรียบ ทนความชื้นได้ดีกว่า MDF ทั่วไป เช่น ตู้เสื้อผ้า ตู้เก็บของ ชั้นวางของ เคาน์เตอร์ ตู้ครัวส่วนแห้ง ผนังตกแต่ง หัวเตียง หน้าบานเฟอร์นิเจอร์ และงานบิวท์อินที่ต้องการความเรียบร้อยสูง โดยเฉพาะพื้นที่ที่อาจมีความชื้นในอากาศ เช่น คอนโด บ้านพักอาศัย ร้านค้า คาเฟ่ หรือสำนักงาน แต่ไม่ควรใช้ไม้ HMR ในพื้นที่ที่โดนน้ำโดยตรงตลอดเวลา เช่น พื้นห้องน้ำ ผนังอาบน้ำ พื้นภายนอก หรือจุดที่น้ำขัง เพราะแม้ไม้ HMR จะทนชื้นได้ดี แต่ก็ยังเป็นวัสดุไม้แปรรูปที่สามารถบวม เสียรูป หรือเสื่อมสภาพได้หากได้รับน้ำมากเกินไปเป็นเวลานาน

6. ไม้ HMR มีอายุการใช้งานกี่ปี?

ไม้ HMR มีอายุการใช้งานเฉลี่ยประมาณ 5–15 ปี ขึ้นอยู่กับคุณภาพของแผ่นไม้ สภาพแวดล้อมในการใช้งาน วิธีการติดตั้ง และการปิดขอบเฟอร์นิเจอร์

7. วิธีเลือกไม้ HMR ในการใช้งาน

การเลือกไม้ HMR ควรเริ่มจากการดูว่างานนั้นใช้ในพื้นที่แบบใด รับน้ำหนักมากน้อยแค่ไหน และต้องการผิวงานแบบใด หากเป็นงานหน้าบาน งานตกแต่ง หรือผนังเซาะร่อง อาจเลือกไม้ HMR ที่ผิวเรียบ เนื้อแน่น และเหมาะกับการพ่นสีหรือปิดผิว หากเป็นงานตู้ ชั้นวาง หรือเคาน์เตอร์ ควรเลือกความหนาที่เหมาะสม เช่น 15–18 มม. ขึ้นไป พร้อมออกแบบโครงรับให้ดี หากใช้ในพื้นที่ที่มีความชื้น ควรเลือกเกรดทนชื้นที่มีมาตรฐานชัดเจน และควรปิดขอบให้เรียบร้อยทุกด้าน สำหรับงานที่ต้องการความสวยงามและความทนทานในระยะยาว ควรเลือกซื้อจากร้านที่มีประสบการณ์และสามารถให้คำแนะนำเรื่องชนิดไม้ ความหนา การปิดผิว และการใช้งานจริงได้ เพราะการเลือกไม้ HMR ให้เหมาะตั้งแต่ต้นจะช่วยให้งานเฟอร์นิเจอร์ออกมาสวย แข็งแรง และลดปัญหาซ่อมแซมในอนาคตได้มากขึ้น

*สามารถอ่านบทความ ไม้HMR ต่างจาก ไม้อัดอื่นๆ อย่างไร?  ได้ที่นี่

8.ทำไมไม้ HMR ถึงมีสีเขียว

ไม้ HMR มักมีสีเขียว เพราะผู้ผลิตใส่เม็ดสีลงไปในกระบวนการผลิต เพื่อใช้แยกประเภทจาก MDF ธรรมดาและช่วยให้ช่างหรือผู้ใช้งานจดจำได้ง่ายว่าเป็นแผ่นไม้กลุ่มทนความชื้น สีเขียวไม่ได้เป็นตัวทำให้ไม้ทนชื้นโดยตรง แต่คุณสมบัติทนชื้นมาจากโครงสร้างเนื้อไม้ที่อัดแน่นและกาวชนิดพิเศษที่ใช้ในการผลิตมากกว่า ดังนั้น เวลาเลือกซื้อไม้ HMR ไม่ควรดูแค่สีเขียวอย่างเดียว แต่ควรดูข้อมูลสินค้า แบรนด์ ความหนา ความหนาแน่น มาตรฐานกาว และความเหมาะสมกับหน้างานจริงด้วย เพราะในตลาดอาจมีสินค้าหลายระดับคุณภาพที่หน้าตาคล้ายกัน แต่ประสิทธิภาพในการใช้งานแตกต่างกัน

9.ไม้ HMR ราคาเท่าไหร่? อัปเดตราคาแบบภาพรวม

ความหนาไม้ HMRขนาดมาตรฐานโดยประมาณช่วงราคาโดยประมาณ / แผ่นเหมาะกับงานประเภทไหน
4 มม.4×8 ฟุต หรือ 122 x 244 ซม.132–200 บาทงานตกแต่ง งานปิดผิว หรืองานที่ไม่ต้องรับน้ำหนักมาก
6 มม.4×8 ฟุต หรือ 122 x 244 ซม.190–260 บาทงานตกแต่งภายใน งานกรุผนัง หรืองานรองพื้นบางประเภท
9 มม.4×8 ฟุต หรือ 122 x 244 ซม.270–390 บาทงานผนังตกแต่ง งานเฟอร์นิเจอร์เบา หรืองานเซาะร่องบางแบบ
12 มม.4×8 ฟุต หรือ 122 x 244 ซม.355–515 บาทงานหน้าบาน งานตู้เบา งานชั้นวางขนาดเล็ก
15 มม.4×8 ฟุต หรือ 122 x 244 ซม.410–595 บาทงานตู้ งานบิวท์อิน งานเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป
18 มม.4×8 ฟุต หรือ 122 x 244 ซม.515–750 บาทงานตู้บิวท์อิน ชั้นวาง หน้าบาน และงานที่ต้องการความแข็งแรงมากขึ้น
25 มม.4×8 ฟุต หรือ 122 x 244 ซม.815–1,100 บาทงานเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการความหนา งานโครงสร้างเฟอร์นิเจอร์ หรืองานรับน้ำหนักมากขึ้น

หมายเหตุ: ราคาไม้ HMR ขึ้นอยู่กับความหนา ขนาด เกรด แบรนด์ ประเภทผิว เช่น แบบเปลือย แบบปิดผิว หรือแบบเซาะร่อง รวมถึงจำนวนสั่งซื้อ ค่าขนส่ง และสต็อกสินค้าในแต่ละช่วงเวลา หากใช้งานจริง โดยเฉพาะงานโครงการ งานบิวท์อินจำนวนมาก หรืองานที่ต้องสั่งตัด ปิดผิว หรือเซาะร่องเพิ่มเติม ควรสอบถามราคาล่าสุดจากร้านจำหน่ายโดยตรงก่อนสั่งซื้อ

ไม้ HMR คืออะไร?

ไม้ HMR คือไม้แผ่นความหนาแน่นสูงที่พัฒนามาให้ทนความชื้นได้ดีกว่า MDF ทั่วไป เหมาะกับงานเฟอร์นิเจอร์ บิวท์อิน ผนังตกแต่ง และงานภายในที่ต้องการผิวเรียบเนียน

ไม้ HMR มีกี่เกรด?

ไม้ HMR มีหลายเกรด ขึ้นอยู่กับความหนาแน่น คุณภาพเนื้อไม้ การทนชื้น และมาตรฐานของแต่ละแบรนด์ โดยทั่วไปควรเลือกเกรดที่เหมาะกับลักษณะงานและพื้นที่ใช้งานจริง

ไม้ HMR มีข้อดีและข้อเสียอะไรบ้าง?

ข้อดีของไม้ HMR คือผิวเรียบ ทำสีง่าย ทนความชื้นได้ดี และเหมาะกับงานบิวท์อิน ส่วนข้อควรระวังคือไม่ควรใช้ในพื้นที่เปียกน้ำโดยตรงหรือภายนอกที่โดนแดดฝนตลอดเวลา

ไม้ HMR ดูแลรักษาอย่างไร?

ควรหลีกเลี่ยงน้ำขัง เช็ดทำความสะอาดด้วยผ้าแห้งหรือผ้าหมาด และเก็บในพื้นที่แห้ง อากาศถ่ายเทดี เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของแผ่นไม้

เลือกไม้ HMR อย่างไรให้เหมาะกับงาน?

ควรเลือกตามความหนา พื้นที่ใช้งาน และประเภทงาน เช่น งานหน้าบาน งานผนังเซาะร่อง หรืองานบิวท์อิน พร้อมเลือกซื้อจากร้านที่ให้คำแนะนำเรื่องเกรดและการใช้งานได้ถูกต้อง

ไม้ HMR มีอายุการใช้งานกี่ปี?

ไม้ HMR มีอายุการใช้งานเฉลี่ยประมาณ 5–15 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม การดูแลรักษา และคุณภาพของการปิดขอบเฟอร์นิเจอร์

ไม้ HMR ติดตั้งอย่างไร?

ไม้ HMR สามารถตัด เจาะ เซาะร่อง ปิดผิว ทำสี และติดตั้งกับโครงงานเฟอร์นิเจอร์หรือผนังตกแต่งได้ ควรติดตั้งโดยช่างที่เข้าใจวัสดุ เพื่อให้งานเรียบร้อยและแข็งแรง

ไม้ HMR ยี่ห้อไหนดี และหาซื้อได้ที่ไหน?

ไม้ HMR ที่ดีควรเลือกจากแบรนด์ที่มีคุณภาพ เนื้อแน่น ผิวเรียบ และเหมาะกับงานจริง หากต้องการคำแนะนำเรื่องเกรดและการใช้งาน สามารถเลือกซื้อได้ที่วิวัฒน์ชัยค้าไม้

แหล่งขายไม้ HMR ที่นิยมในประเทศไทยอยู่ที่ไหน?

แหล่งขายไม้ HMR ที่นิยมมักอยู่ในย่านวัสดุก่อสร้างและไม้แผ่น เช่น บางโพ ซึ่งมีร้านจำหน่ายไม้และวัสดุตกแต่งครบวงจร โดยวิวัฒน์ชัยค้าไม้เป็นหนึ่งในร้านที่มีสินค้าไม้ HMR ให้เลือกหลายรูปแบบ

 

ซื้อไม้ HMR ราคาส่งได้ที่ไหน?

หากต้องการซื้อไม้ HMR ราคาส่ง ควรเลือกซื้อจากร้านจำหน่ายไม้โดยตรงที่มีสต็อกพร้อมและให้คำแนะนำได้ครบ เช่น วิวัฒน์ชัยค้าไม้ เหมาะทั้งงานช่าง งานบิวท์อิน และงานโครงการ