พื้นลายก้างปลา (Herringbone)

พื้นลายก้างปลา (Herringbone)

ลายก้างปลา เป็นรูปแบบการปูพื้นที่มีเอกลักษณ์ โดยการเรียงแผ่นวัสดุให้สลับทิศทางกันคล้ายโครงกระดูกปลา ช่วยเพิ่มมิติให้พื้นที่ ดูหรู คลาสสิก และมีรายละเอียดมากกว่าการปูแบบตรงทั่วไป

ดูหรู มีมิติ สะดุดตา พื้นลายก้างปลา

Classic

luxury 

Isocore Technology

Isocore
Technology

ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม พื้นลายก้างปลา

Eco-friendly

ดูหรู มีมิติ สะดุดตา พื้นลายก้างปลา

หรูหราคลาสสิก

พื้นลายก้างปลา ให้ความรู้สึกดูหรู มีมิติ และสะดุดตาเหมาะสำหรับงานที่ต้องการยกระดับบรรยากาศ

Isocore Technology

เทคโนโลยี Isocore

เทคโนโลยี ช่วยซัพพอร์ตข้อเข่า ยับยั้งการเกิดของ แบคทีเรียบนและใต้ผิวของพื้นไม้และลดเสียงส่งผ่าน 18 db.

ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม พื้นลายก้างปลา

เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

พื้นลายก้างปลา มีส่วนผสมที่เป็นมิตรดีต่อความปลอดภัยของสุขภาพสิ่งแวดล้อม 

จุดเด่นพื้นไวนิล
พื้นลายก้างปลา

จุดเริ่มต้นของ ประสบการณ์ ที่เหนือกว่า พื้นไม้ทั่วไป ด้วย ชั้นเส้นใยแก้ว กับ ชั้นไวนิลบริสุทธฺ์ 100%
  • พื้นไวนิลราคาคุ้มค่า มาพร้อมมาตรฐานระดับพรีเมียม
  • กันน้ำ กันปลวก
  • เกรด Virgin Vinyl 100%
  • เคลือบผิวด้วย Ceramic Bead ป้องกันรอยขีดข่วน
  • รีไซเคิลได้ 100% เป็นมิตรต่อสิ้งแวดล้อม
  • ปลอดสาร Phthalate
  • ยืดหยุ่น ลดโอกาสพื้นยวบ พื้นแตก
  • Pet Friendly Product
  • Isocore Technology เทคโนโลยีอัดอากาศในโครงสร้าง ช่วยให้พื้นนุ่มสบาย แต่ยังคงความแข็งแรง
  • Ultrafresh Technology ช่วยป้องกันการเกิดของแบคทีเรียและเชื้อรา
  • Arcoustic Board ลดเสียงส่งผ่านระหว่างชั้นได้ถึง 18 db.
ใบรับรอง และ มาตราฐานของ พื้นไวนิล Allure

พื้นเอ็นจิเนียร์ไวนิล
รุ่น Allure Isocore Herringbone (ลายก้างปลา)

1. พื้นลายก้างปลาคืออะไร

พื้นลายก้างปลา (Herringbone) คือรูปแบบการปูพื้นโดยเรียงแผ่นวัสดุสลับทิศทางกันเป็นมุมฉาก เกิดเป็นลวดลายคล้ายโครงกระดูกปลา จุดเด่นคือเส้นสายที่ต่อเนื่อง มีจังหวะของลาย ทำให้พื้นดูมีมิติ หรู และโดดเด่นกว่าการปูแบบตรงทั่วไป 

2. ปูพื้นลายก้างปลา มุม 45° กับ 60° ต่างกันอย่างไร?

มุม 45° (นิยมมากที่สุด)

มุม 45° คือองศาที่พบได้บ่อยที่สุดในงานพื้นลายก้างปลา เพราะให้ “สัดส่วนลาย” ที่บาลานซ์พอดี เส้นเฉียงที่เกิดขึ้นจะไม่ชันหรือแหลมเกินไป ทำให้ภาพรวมดูนุ่มนวล เรียบร้อย และให้ความรู้สึกหรูแบบดั้งเดิม พอมองจากระยะไกล ลายจะต่อเนื่องเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ไม่ดึงสายตาจนลายแน่นเกินไป จึงเข้ากับบ้านสไตล์ยุโรป คลาสสิก ลักชัวรี หรือบ้านที่ตกแต่งด้วยโทนอบอุ่นอย่างไม้ธรรมชาติได้ดีมาก

ในเชิงพื้นที่ มุม 45° เหมาะกับห้องกว้างหรือพื้นที่เปิดโล่ง เพราะลายจะ “โชว์ความอลัง” ได้เต็มที่ และช่วยทำให้พื้นกลายเป็นองค์ประกอบหลักของการออกแบบโดยไม่แย่งซีนเฟอร์นิเจอร์จนเกินไป อีกจุดที่ทำให้ 45° เป็นตัวเลือกปลอดภัยคือการจัดแนว (layout) มักคุมให้สมดุลซ้าย–ขวาได้ง่ายกว่า และแก้หน้างานได้ง่ายเมื่อเจอผนังเอียงหรือมุมห้องไม่ฉากพอดี ผลลัพธ์คือจบงานเนี๊ยบ ดูแพง และมีโอกาสพลาดน้อย

มุม 60°

มุม 60° จะให้ลายที่ดูเฉียบกว่า เพราะเส้นเฉียงชันขึ้น จังหวะของลายจะ “พุ่ง” และมีพลังมากขึ้น พอมองรวม ๆ แล้วจะให้ความรู้สึกร่วมสมัย เหมาะกับงานโมเดิร์น มินิมอล โทนเทา-ดำ หรือคอนโดที่ต้องการความคมชัดของเส้นสาย โดยเฉพาะห้องที่มีเฟอร์นิเจอร์เส้นตรงหรือดีไซน์เรียบ ๆ มุม 60° จะช่วยเติมคาแรคเตอร์ให้พื้นโดยที่ยังคุมความเรียบหรูได้อยู่

ด้านภาพลวงตา (visual effect) มุม 60° มักช่วยให้ห้องดูยาวขึ้นหรือดูลึกขึ้นในบางมุมมอง เพราะแนวเส้นจะพา “สายตาไหล” ไปตามทิศทางที่เลือกวางลาย ถ้าจัดองศาให้สัมพันธ์กับแนวทางเดินหรือแนวแสงจากหน้าต่าง จะยิ่งทำให้ห้องดูโปร่งและมีมิติมากขึ้น อย่างไรก็ตาม มุม 60° ต้องอาศัยช่างที่คุมแนวเก่งกว่าเล็กน้อย เพราะถ้าแนวเริ่มต้นพลาด ลายจะเห็นความเบี้ยวชัดกว่า 45° และการตัดเก็บขอบบางมุมอาจซับซ้อนขึ้น

*สามารถอ่านบทความ ปูพื้นลายก้างปลา มุม 45° กับ 60° ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับบ้านคุณ ได้ที่นี่

3. พื้นลายก้างปลา ข้อดี–ข้อควรระวัง

ข้อดี

  • ดูหรู มีมิติ สะดุดตา

  • ไม่ตกยุค ใช้ได้ยาวนาน

  • ยกระดับภาพรวมของห้องทันที

ข้อควรระวัง

  • ใช้ช่างที่มีความแม่นยำสูง

  • ใช้วัสดุมากกว่าปูตรง ทำให้ต้นทุนสูงกว่า

  • หากพื้นที่เล็กมาก ลายอาจดูแน่นเกินไป

*อ่านบทความ พื้นลายก้างปลา ข้อดี–ข้อควรระวัง และการดูแลรักษาให้ใช้งานได้นาน ได้ที่นี่

4. การดูแลรักษาให้ใช้งานได้นาน

  • หลีกเลี่ยงน้ำขัง (โดยเฉพาะวัสดุไม้หรือวัสดุที่ไม่กันน้ำ 100%)

  • ใช้ผ้าหมาดเช็ด ไม่ควรใช้น้ำมากเกินไป

  • ติดแผ่นรองขาเฟอร์นิเจอร์เพื่อลดรอย

  • หลีกเลี่ยงการลากของหนักโดยตรง

5. ประเภทของลวดลายพื้นลายก้างปลา และแบบ–สีที่ได้รับความนิยม

5.1 ลายก้างปลาแบบคลาสสิก (Classic Herringbone)

ลายก้างปลาแบบคลาสสิก คือการวางแผ่นพื้นสลับทิศทางกันเป็นมุมฉาก (90 องศา) เกิดเป็นเส้นซิกแซกต่อเนื่องตลอดแนวพื้น เป็นรูปแบบดั้งเดิมที่ได้รับความนิยมมายาวนาน ให้ความรู้สึกหรูหรา มีจังหวะของลวดลายที่สมดุล เหมาะกับบ้านสไตล์ยุโรป คลาสสิก และลักชัวรี รวมถึงงานออกแบบที่ต้องการความเรียบร้อยและความพรีเมียมแบบเหนือกาลเวลา

5.2 ลายก้างปลาคู่ (Double Herringbone)

ลายก้างปลาคู่ คือการนำแผ่นพื้นสองแผ่นมาวางขนานกันก่อนสลับทิศทาง ทำให้ลวดลายดูหนาแน่นและมีมิติชัดเจนกว่าลายแบบเดี่ยว พื้นจะดูแข็งแรงและมีพลังมากขึ้น เหมาะกับพื้นที่ขนาดกลางถึงใหญ่ และงานออกแบบที่ต้องการความโดดเด่นมากกว่าปกติ โดยยังคงเสน่ห์ของก้างปลาแบบดั้งเดิมไว้ครบถ้วน

5.3 ลายก้างปลาแบบบล็อก หรือโมเสก (Block / Mosaic Herringbone)

ลายก้างปลาแบบบล็อกหรือโมเสก เป็นการจัดวางแผ่นพื้นให้เกิดเป็นกรอบหรือบล็อกย่อย ๆ ภายในลวดลาย ทำให้พื้นดูมีรายละเอียดและความประณีตมากขึ้น ลักษณะนี้มักพบในงานออกแบบที่ต้องการกลิ่นอายศิลปะหรือความคลาสสิกแบบยุโรปเก่า ช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้พื้นที่และทำให้พื้นกลายเป็นจุดเด่นหลักของห้อง

5.4 ลายก้างปลาแบบวางตรง (Straight / Brick Pattern)

ลายก้างปลาแบบวางตรง เป็นการจัดเรียงแผ่นพื้นให้ลายซิกแซกดูเป็นระเบียบในแนวเดียวกันมากขึ้น คล้ายการเรียงอิฐ ทำให้ภาพรวมดูเรียบ โมเดิร์น และร่วมสมัยกว่าลายดั้งเดิม เหมาะกับบ้านหรือคอนโดสไตล์มินิมอลที่ต้องการลวดลายที่มีจังหวะ แต่ไม่หวือหวาจนเกินไป

5.5 ลายก้างปลาแบบขั้นบันได (Step / Stair Herringbone)

ลายก้างปลาแบบขั้นบันได เป็นการปรับรูปแบบให้เกิดลักษณะเป็นชั้นหรือขั้นคล้ายบันได ทำให้เส้นสายดูมีการเคลื่อนไหวและสร้างมิติที่แตกต่างจากลายทั่วไป เหมาะกับงานดีไซน์ที่ต้องการความทันสมัยและความแปลกใหม่ ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้พื้นที่โดยยังคงเอกลักษณ์ของลายก้างปลาไว้ชัดเจน

*อ่านบทความ ประเภทของลวดลายพื้นลายก้างปลา และแบบ–สีที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ได้ที่นี่

6.ประเภทของพื้นลายก้างปลา (Herringbone / Parquet Flooring) และวัสดุยอดนิยม

พื้นลายก้างปลาสามารถทำได้หลายวัสดุ ได้แก่

  • ไม้จริง

  • ไม้เอ็นจิเนียร์

  • ลามิเนต

  • SPC / วัสดุทดแทนไม้

  • กระเบื้องลายไม้

7.วิธีติดตั้งพื้นไม้ลายก้างปลา

7.1 การเตรียมพื้นและปรับสภาพไม้

พื้นรองต้องสะอาด เรียบ แห้ง และได้ระดับ เพื่อป้องกันลายเบี้ยวหรือพื้นยุบในอนาคต ควรนำไม้เข้าปรับสภาพในห้องอย่างน้อย 48 ชั่วโมง เพื่อลดความเสี่ยงการโก่ง บิด หรือหดตัวหลังติดตั้ง

7.2 การวางผังและกำหนดแนวลาย

หาจุดกึ่งกลางห้องและขีดเส้นอ้างอิงเป็นแกนหลัก ลายก้างปลาใช้การวางแผ่นสลับซ้าย–ขวาในมุมฉาก ความแม่นยำของแนวเริ่มต้นสำคัญมาก เพราะหากเอียง ลายทั้งห้องจะเบี้ยวตาม

7.3 การตัดและลองวาง (Dry Fit)

ตัดแผ่นไม้ให้ได้ขนาดพอดี โดยเฉพาะบริเวณขอบผนัง แล้วลองวางก่อนติดตั้งจริง เพื่อตรวจสอบความต่อเนื่องของลาย ระยะห่าง และความสมดุลของพื้นที่

7.4 การทากาวและติดตั้ง

ทากาวตามคำแนะนำผู้ผลิต เริ่มจากแนวอ้างอิงหลัก แล้ววางแผ่นไม้สลับซ้าย–ขวาอย่างต่อเนื่อง ใช้ตัวคั่นควบคุมระยะ ทำงานอย่างละเอียดเพื่อให้ลายคมและเรียบร้อย

7.5 การตัดแต่งและเก็บงาน

ตัดแผ่นให้พอดีกับขอบห้องหรือวงกบ นำตัวคั่นออก อุดรอยเล็ก ๆ และตรวจสอบแนวลายให้ต่อเนื่องและสมดุลก่อนปิดงาน

7.6 การเคลือบผิวและปิดงาน

รอให้กาวเซตตัว แล้วเคลือบผิวเพื่อเพิ่มความทนทาน ป้องกันรอยและความชื้น พร้อมช่วยขับลวดลายก้างปลาให้สวยชัดยิ่งขึ้น

*อ่านบทความ วิธีติดตั้งพื้นไม้ลายก้างปลา (Herringbone Pattern Wood Flooring): คู่มือครบทุกขั้นตอน ได้ที่นี่

พื้นลายก้างปลามีแบบไหนบ้างที่นิยมใช้ในบ้าน
  • ไม้จริง / ไม้เอ็นจิเนียร์  หรู คลาสสิก ดูอบอุ่น ทนทาน เหมาะพื้นที่กว้าง ราคาสูงกว่าแบบอื่น

  • SPC ลายก้างปลา กันน้ำ กันปลวก ดูแลง่าย คุ้มค่า ติดตั้งสะดวก

  • ลามิเนตลายก้างปลา ราคาประหยัด ได้ลายสวย แต่ต้องระวังความชื้น

  • กระเบื้องลายก้างปลา ทนทาน ทำความสะอาดง่าย เหมาะห้องน้ำหรือครัว

แนะนำร้านขายพื้นลายก้างปลาในกรุงเทพฯ

VK Floor

ร้านผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุปูพื้นระดับพรีเมียมในกรุงเทพฯ ที่มีตัวเลือก พื้นลายก้างปลา ครบทั้งไม้เอ็นจิเนียร์ และพื้นไวนิล พร้อมบริการให้คำปรึกษาและทีมติดตั้งมืออาชีพ

ติดตั้งพื้นลายก้างปลาใช้เวลานานไหม

ติดตั้งพื้นลายก้างปลาใช้เวลานานกว่าลายตรงเล็กน้อย เพราะลวดลายซับซ้อน ต้องจัดแนวและตัดแผ่นมากกว่า (เศษเหลือประมาณ 10–15% มากกว่าลายตรง)

ระยะเวลาโดยประมาณ

  • พื้นที่เล็ก (คอนโด/ห้องนอน) : ครึ่งวัน – 1 วัน

  • พื้นที่ขนาดกลาง–ใหญ่ : 1–2 วัน ขึ้นกับความยากของหน้างาน

ปัจจัยที่ทำให้ใช้เวลามากขึ้น

  • พื้นเดิมไม่เรียบ ต้องปรับระดับ

  • มุมห้องเยอะ / ผนังไม่ฉาก

  • เลือกมุมลายพิเศษ เช่น 60°

  • ช่างไม่มีประสบการณ์ลายก้างปลา

พื้นลายก้างปลากันน้ำได้ไหม?

พื้นลายก้างปลาจะกันน้ำได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับ ประเภทวัสดุ ที่เลือกใช้ หากเป็นไม้จริงหรือวัสดุที่มีส่วนผสมของไม้มาก อาจทนความชื้นได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ควรมีน้ำขังเป็นเวลานาน

อย่างไรก็ตาม หากต้องการพื้นลายก้างปลาที่ กันน้ำได้จริงและดูแลง่ายกว่า ที่ VK Floor จำหน่ายพื้นลายก้างปลาโครงสร้างไวนิลคุณภาพสูง ซึ่งออกแบบมาให้รองรับการใช้งานในบ้านสมัยใหม่

จุดเด่นของพื้นลายก้างปลาที่ VK Floor

  • โครงสร้างกันน้ำ 100%

  • ทนความชื้น ไม่บวม ไม่โก่ง

  • ดูแลรักษาง่าย เหมาะกับบ้านและคอนโด

  • มีรุ่นที่ใช้ เทคโนโลยี Isocore ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและเสถียรภาพของแผ่นพื้น ลดการยืด–หด และช่วยให้แนวลายก้างปลาเรียงตัวสวยในระยะยาว

เปรียบเทียบพื้นลายก้างปลากับลายเชฟรอน

พื้นลายก้างปลา (Herringbone)

  • วางแผ่นสลับซ้าย–ขวาในมุมฉาก

  • ปลายแผ่น ไม่ต้องตัดเฉียง

  • ลุคคลาสสิก อบอุ่น ดูมีมิติ

พื้นลายเชฟรอน (Chevron)

  • แผ่นไม้ ตัดปลายเฉียง แล้วประกบกันเป็นรูปตัว V

  • ลายคม เรียบ เนี้ยบกว่า

  • ลุคโมเดิร์น หรู เนี้ยบแบบยุโรป

ขอคำแนะนำการติดตั้งพื้นลายก้างปลาเองที่บ้าน

ถ้าจะติดตั้งพื้นลายก้างปลาเองที่บ้าน ควรเริ่มจากตรวจสอบให้พื้นเดิมเรียบ แห้ง และได้ระดับ จากนั้นหาจุดกึ่งกลางห้องเพื่อกำหนดแนวอ้างอิงก่อนปูจริง เพราะแนวเริ่มต้นมีผลต่อความตรงของลายทั้งห้อง ลองวางแผ่นแบบ Dry Fit ก่อนเพื่อเช็กความสมดุลและระยะขอบผนัง แล้วจึงติดตั้งตามขั้นตอนอย่างใจเย็น ใช้เครื่องมือตัดที่แม่นยำ และเผื่อระยะขยายตัวรอบห้องไว้เสมอ หากไม่มีประสบการณ์มาก่อน ควรเริ่มจากพื้นที่เล็กเพื่อฝึกความคุ้นเคยก่อนลงงานจริงครับ

 
 
ข้อดีข้อเสียของพื้นไวนิลลายก้างปลา

ข้อดี

  • กันน้ำได้ดี เหมาะกับบ้านและคอนโด

  • ทนปลวก ไม่บวม ดูแลง่าย

  • ลายก้างปลาช่วยให้ห้องดูหรู มีมิติ

  • ราคาคุ้มค่ากว่าไม้จริง

  • ติดตั้งรวดเร็ว (ระบบคลิกล็อกหรือกาว)

ข้อเสีย

  • ต้องใช้ช่างที่ชำนาญ เพราะลายซับซ้อนกว่าลายตรง

  • เศษตัดมากกว่า ทำให้ต้นทุนสูงกว่าลายธรรมดาเล็กน้อย

  • หากเลือกเกรดต่ำ อาจเกิดปัญหาเรื่องรอยต่อหรือการยืด–หด

  • สัมผัสและน้ำหนักอาจไม่เหมือนไม้จริง 100%

วิธีทำความสะอาดพื้นลายก้างปลาให้เงางาม
  • กวาดหรือดูดฝุ่นสม่ำเสมอ
    กำจัดฝุ่นและทรายก่อน เพราะเป็นสาเหตุหลักของรอยขีดข่วน โดยเฉพาะบริเวณร่องลายที่มีจังหวะเยอะกว่าพื้นปูตรง

  • ถูด้วยผ้าหมาด ไม่ใช้น้ำมากเกินไป
    ใช้ไม้ถูพื้นไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำหมาด ๆ บิดให้แห้งก่อนถู หลีกเลี่ยงน้ำขัง เพราะอาจทำให้วัสดุเสื่อมสภาพในระยะยาว

  • ใช้น้ำยาทำความสะอาดที่เหมาะกับประเภทพื้น
    เลือกสูตรเฉพาะสำหรับพื้นไม้ พื้นไวนิล หรือวัสดุนั้น ๆ หลีกเลี่ยงน้ำยาที่มีกรด ด่างแรง หรือแอมโมเนีย เพราะจะทำให้ผิวหมองเร็ว

  • เช็ดคราบทันที
    คราบน้ำ กาแฟ หรืออาหาร ควรเช็ดออกทันที เพื่อลดโอกาสเกิดคราบฝังแน่นตามแนวลาย

  • ป้องกันรอยตั้งแต่ต้นทาง
    ติดแผ่นรองขาเฟอร์นิเจอร์ และหลีกเลี่ยงการลากของหนักโดยตรง จะช่วยรักษาความเงางามได้นานขึ้น

พื้นลายก้างปลาแบบไม้จริง vs ไม้เทียม ต่างกันอย่างไร?

) วัสดุและโครงสร้าง

  • ไม้จริง: ทำจากไม้ธรรมชาติทั้งแผ่น ให้ลายไม้แท้และผิวสัมผัสธรรมชาติ

  • ไม้เทียม (เช่น เอ็นจิเนียร์ / ไวนิล / ลามิเนต): มีชั้นโครงสร้างหลายชั้นหรือวัสดุทดแทนไม้ ปิดผิวลายไม้ด้านบน

2) ความสวยงามและสัมผัส

  • ไม้จริง: ลายไม่ซ้ำกัน ให้ความรู้สึกอบอุ่น หรู และมีมิติแบบธรรมชาติ

  • ไม้เทียม: ลายสม่ำเสมอ ควบคุมโทนสีได้ง่าย ดูเรียบร้อยกว่า

3) ความทนทานและการดูแล

  • ไม้จริง: ต้องระวังความชื้นและการยืด–หด แต่สามารถขัดทำสีใหม่ได้

  • ไม้เทียม: หลายประเภทกันน้ำและปลวกได้ดี ดูแลง่ายกว่า แต่ซ่อมแซมเชิงลึกทำได้จำกัด

4) ราคา

  • ไม้จริง: ราคาสูงกว่า

  • ไม้เทียม: คุ้มค่ากว่า เหมาะกับงบประมาณหลากหลาย

Google Map
Google Map