อัปเดตปี 2025! คู่มือรีโนเวทพื้นบ้านแบบมืออาชีพ เปลี่ยนพื้นเก่าให้สวยเหมือนใหม่ เลือกวัสดุอย่างไรให้คุ้มที่สุด

Table of Contents

                   เมื่อพูดถึงการรีโนเวทบ้าน หลายคนมักนึกถึงการทาสี เปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ หรือตกแต่งผนังใหม่ แต่รู้หรือไม่ว่า “พื้นบ้าน” คือส่วนที่เปลี่ยนบรรยากาศได้มากที่สุด พื้นที่เก่าชำรุด สีซีด หรือแตกร้าว มักทำให้บ้านดูโทรมกว่าความเป็นจริง การรีโนเวทพื้นจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัย ความสบาย และมูลค่าทาง                                อสังหาริมทรัพย์ให้กับบ้านของคุณด้วย บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกทุกขั้นตอนของการรีโนเวทพื้น ตั้งแต่การตรวจเช็กพื้นเดิม เลือกวัสดุปูพื้นให้เหมาะสม วางแผนงบประมาณ ไปจนถึงเทรนด์ดีไซน์ปี 2025 เพื่อให้คุณเปลี่ยนบ้านเก่าให้กลับมาดูใหม่อย่างมืออาชีพ

1.ทำไมการ รีโนเวทบ้าน จึงสำคัญ?

การรีโนเวทบ้านสำคัญอย่างไร ภาพประกอบหัวข้อรีโนเวทบ้าน

การรีโนเวทบ้าน เป็นขั้นตอนสำคัญที่หลายคนมักมองข้าม ทั้งที่ “พื้น” คือองค์ประกอบใหญ่ที่สุดของบ้านที่ส่งผลต่อทั้งความสวย ความปลอดภัย และความรู้สึกในการอยู่อาศัย พื้นบ้านที่ผ่านการใช้งานมานานมักเกิดปัญหาชำรุด เช่น กระเบื้องแตกร้าว สีซีด ไม้บวมจากความชื้น หรือพื้นทรุดไม่เรียบ การรีโนเวท จึงไม่ใช่แค่เพื่อความสวยงาม แต่ยังช่วยให้บ้านสะอาด ดูใหม่เหมือนสร้างใหม่ เพิ่มความปลอดภัยในการเดิน และยังช่วยเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินเมื่อต้องการขายหรือปล่อยเช่าในอนาคตอีกด้วย

2.ก่อนรีโนเวทพื้น ต้องประเมินพื้นเดิมอย่างไรบ้าง

ประเมินพื้นเดิมก่อนรีโนเวทบ้าน ต้องตรวจสอบอะไรบ้าง

ก่อนจะเริ่มรีโนเวทพื้นบ้าน สิ่งแรกที่ควรทำคือ ประเมินสภาพพื้นเดิมให้ละเอียด เพื่อวางแผนการซ่อมหรือปูทับได้อย่างถูกต้อง ปัญหาที่ไม่ตรวจเช็กตั้งแต่ต้นมักกลายเป็นสาเหตุให้พื้นใหม่เสียหายเร็ว ซึ่งขั้นตอนหลัก ๆ ที่ควรดูมีดังนี้

  • พื้นไม้เดิม: ตรวจสอบว่าแผ่นไม้ยังแน่นหรือไม่ มีอาการโก่ง บวม หรือยุบตัวจากปลวกและความชื้นหรือเปล่า หากมีเสียงเอี๊ยดหรือหลวมควรซ่อมก่อนปูใหม่

  • พื้นปูน: ดูว่ามีรอยร้าวหรือร่องน้ำซึม ความชื้น หรือพื้นทรุดหรือไม่ เพราะจะทำให้วัสดุปูพื้นใหม่บวมและหลุดง่าย ควรซ่อมหรือเทปรับระดับก่อนติดตั้ง

  • พื้นกระเบื้อง: เคาะฟังเสียงกลวงหรือหลุดล่อน หากพบหลายจุดให้รื้อออกทั้งหมดเพื่อปูใหม่ ไม่ควรปูทับเพราะอาจเกิดโพรงอากาศใต้พื้น

  • ตรวจความชื้น: ใช้เครื่องวัดความชื้น (Moisture Meter) หรือติดต่อช่างมืออาชีพช่วยประเมิน เพื่อให้แน่ใจว่าพื้นแห้งและพร้อมสำหรับการติดตั้งวัสดุปูพื้นใหม่อย่างปลอดภัยและยืดอายุการใช้งานได้ยาวนาน

3.เลือกวัสดุปูพื้นแบบไหนดี? เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียแต่ละประเภท

เลือกวัสดุปูพื้นแบบไหนดีสำหรับการรีโนเวทบ้าน เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียแต่ละประเภท

การเลือกวัสดุปูพื้นเป็นหัวใจของการรีโนเวทบ้าน เพราะวัสดุแต่ละชนิดมีทั้งจุดเด่นและข้อจำกัดต่างกัน การตัดสินใจที่ดีควรพิจารณาจากงบประมาณ ความสวยงาม และการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน วัสดุปูพื้นที่นิยมในปัจจุบันมีอยู่ 4 ประเภทหลัก ได้แก่

  • พื้นไม้จริง (Solid Wood Floor): ให้ความรู้สึกหรูหราและอบอุ่นแบบธรรมชาติ อายุการใช้งานยาวนานหลายสิบปี สามารถขัดเคลือบซ้ำได้ แต่ราคาสูงและไม่ทนต่อความชื้น เหมาะกับพื้นที่ภายในบ้านที่แห้งและมีการดูแลสม่ำเสมอ

  • พื้นไม้คอมพาวด์ (Compound Wood Floor):
    พื้นไม้ที่ใช้ไม้จริง ทั้งผิวหน้า แกนหลางสลับเสี้ยน และแผ่นรองฐาน ให้สัมผัสเหมือนไม้จริง สามารถขัดผิวหน้าใหม่ได้ มีลายไม้เอกลักษณ์ เหมาะกับบ้านพักอาศัยหรือคอนโดที่ต้องการลุคธรรมชาติและทนทาน
  • พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ (Engineered Wood Floor): ผลิตจากไม้จริงด้านบนและชั้นรองรับหลายชั้นด้านล่าง ทำให้ทนความชื้นและการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิได้ดีกว่าไม้จริง แต่ยังคงลวดลายและสัมผัสของไม้แท้ เหมาะกับห้องนั่งเล่นหรือห้องนอน

  • พื้นลามิเนต (Laminate Floor): ทำจากแผ่นไม้ HDF เคลือบผิวลายไม้ ราคาย่อมเยา ติดตั้งง่ายและรวดเร็ว เหมาะกับการรีโนเวทที่ต้องการประหยัดงบ แต่ไม่ทนต่อน้ำมากนัก

  • พื้นไวนิล (Vinyl Floor):
    ผลิตจากวัสดุ PVC 100% มีความยืดหยุ่นสูง กันน้ำได้ดี เดินแล้วนุ่มเท้า และลดเสียงเดินได้ดี เหมาะสำหรับบ้านที่มีเด็กหรือสัตว์เลี้ยง ดูแลง่ายและมีลวดลายไม้หลากหลายให้เลือก แต่ควรหลีกเลี่ยงการวางของมีคมที่อาจขูดผิวหน้าเป็นรอยได้

  • พื้น SPC (Stone Plastic Composite Floor):
    พื้นไวนิลชนิดพัฒนาใหม่ที่ผสมระหว่างผงหินและพลาสติกคุณภาพสูง จึงมีความแข็งแรงกว่าไวนิลทั่วไปแต่ไม่ยืดหยุ่นเท่า กันน้ำ กันปลวก 100% และทนรอยขีดข่วนได้ดีเยี่ยม เหมาะกับพื้นที่ใช้งานหนัก เช่น ห้องครัว พื้นที่ทางเดิน หรือคอนโดที่ต้องการความทนทานและดูแลรักษาง่าย

*อ่านบทความ : พื้นแบบไหนเหมาะกับบ้านคุณ? ได้ที่นี่

4.เตรียมพื้นก่อนติดตั้งใหม่อย่างไรให้ได้มาตรฐาน

เตรียมพื้นก่อนติดตั้งใหม่สำหรับรีโนเวทบ้าน ให้ได้มาตรฐาน
  • การลอกพื้นเดิมออก

  • การเทปูนปรับระดับ

  • การทา Primer หรือป้องกันความชื้น

  • การปูโฟมรองพื้น

สามารถอ่านบทความ รีโนเวทพื้นบ้าน อย่างมืออาชีพ ต้องเตรียมพื้นอย่างไรให้ติดตั้งสวย เพื่อเข้าใจในเนื้อหามากขึ้น

5.วางแผนงบประมาณรีโนเวทพื้นบ้านให้คุ้มค่า

วางแผนงบประมาณรีโนเวทบ้านสำหรับเปลี่ยนพื้นให้คุ้มค่า

การวางแผนงบประมาณคือขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้การรีโนเวทพื้นบ้านคุ้มค่าและไม่บานปลาย โดยเริ่มจากการคำนวณ ค่าวัสดุปูพื้น ซึ่งมักเป็นส่วนที่ใช้เงินมากที่สุด เช่น พื้นไม้จริงราคาประมาณ 1,800–3,000 บาท/ตร.ม. พื้นเอ็นจิเนียร์อยู่ที่ 1,200–2,000 บาท/ตร.ม. ส่วนพื้นลามิเนตและพื้นไวนิล SPC จะอยู่ในช่วง 500–1,200 บาท/ตร.ม. จากนั้นควรรวม ค่าแรงติดตั้ง ซึ่งอาจต่างกันตามประเภทวัสดุและสภาพพื้นที่ เฉลี่ยประมาณ 150–400 บาท/ตร.ม. และอย่าลืม ค่าใช้จ่ายเสริม เช่น ค่ารื้อพื้นเดิม, ค่าเทปรับระดับ, ค่าโฟมรองพื้น หรือบัวพื้น ปกติจะเพิ่มอีก 10–20% ของงบรวมทั้งหมด การคำนวณงบล่วงหน้าจะช่วยให้เจ้าของบ้านเลือกวัสดุได้เหมาะกับงบที่ตั้งไว้ และควรเผื่อเงินสำรองประมาณ 10% สำหรับค่าใช้จ่ายฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการรีโนเวท เพื่อให้ได้พื้นบ้านใหม่ที่ทั้งสวย คุ้ม และไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงในภายหลัง

*หมายเหตุ  : จำนวนราคาเป็นเพียงการยกตัวอย่างเพื่อให้เข้าใจมากขึ้น

6.อัปเดตเทรนด์พื้นบ้านปี 2025: สี โทน และสไตล์ยอดนิยม

อัปเดตเทรนด์พื้นบ้านปี 2025 สำหรับรีโนเวทบ้าน สีและสไตล์ยอดนิยม
  • โทนไม้ธรรมชาติ (Natural Wood Tone): กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง เพราะให้ความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย เหมาะกับบ้านที่ต้องการบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติ โทนสีอย่างโอ๊กอ่อน เบิร์ช หรือสนขาวได้รับความนิยมมากในห้องนั่งเล่นและห้องนอน

  • โทนเอิร์ธ (Earth Tone): สีน้ำตาลอบอุ่น เทาอมเบจ หรือโทนคาเฟ่ช่วยให้บ้านดูสงบและนุ่มนวล เหมาะกับบ้านสไตล์โมเดิร์นมินิมอล และช่วยขับให้เฟอร์นิเจอร์ไม้แท้ดูโดดเด่นขึ้น

  • โทนเทาโมเดิร์น (Modern Grey Tone): เหมาะกับบ้านเมืองและคอนโด สื่อถึงความเรียบหรูร่วมสมัย ใช้ได้ดีกับพื้นไม้เอ็นจิเนียร์หรือพื้นลามิเนตเฉดเทาเข้ม เพิ่มความรู้สึกทันสมัยและลดความร้อนในภาพรวมของบ้าน

  • สไตล์มินิมอล / ลอฟต์ / สแกนดิเนเวีย / ญี่ปุ่น: แนวทางยอดนิยมในปี 2025 เน้นเส้นสายเรียบง่าย วัสดุธรรมชาติ และโทนสีอ่อน เช่น ขาว เบจ หรือไม้ธรรมชาติ สไตล์ลอฟต์จะใช้พื้นไม้เข้มตัดกับผนังปูนเปลือย ส่วนสไตล์ญี่ปุ่นนิยมพื้นไม้สักหรือพื้นโทนอ่อนเพื่อให้แสงสะท้อนอบอุ่นนุ่มตา

  • การแมทช์พื้นกับผนังและเฟอร์นิเจอร์: เคล็ดลับคือเลือกพื้นให้ “ต่างระดับโทน” กับผนังหรือเฟอร์นิเจอร์ เช่น พื้นโทนกลางคู่กับผนังสีขาว หรือพื้นไม้เข้มตัดกับเฟอร์นิเจอร์โทนอ่อน เพื่อสร้างมิติและความสมดุลของแสงในห้อง ทั้งยังช่วยให้บรรยากาศโดยรวมดูหรูและกลมกลืนมากขึ้น

*อ่านบทความ ไอเดีย รีโนเวทพื้นบ้าน 2025 | เลือกโทนสีและสไตล์พื้นให้เข้ากับบ้านสมัยใหม่ คลิกที่นี่

7.เคล็ดลับดูแลพื้นหลัง รีโนเวทบ้าน ให้สวยทนนาน

เคล็ดลับดูแลพื้นหลังรีโนเวทบ้าน ให้พื้นสวยและทนนาน

7.1 หลีกเลี่ยงการใช้น้ำมากเกินไป

: เคล็ดลับในการดูแลพื้น โดยเฉพาะพื้นไม้จริงและพื้นลามิเนต ไม่ควรใช้น้ำถูพื้นจนชุ่ม เพราะจะทำให้พื้นบวม พอง หรือเกิดคราบด่างได้ ควรใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ หรือเครื่องดูดฝุ่นชนิดแห้งแทน และหมั่นเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทลดความชื้นในบ้าน

7.2 ใช้แผ่นรองขาเฟอร์นิเจอร์

: เพื่อป้องกันรอยขีดข่วนจากการขยับโต๊ะ เก้าอี้ หรือโซฟา พื้นไม้เอ็นจิเนียร์และพื้น SPC แม้จะทนกว่าไม้จริง แต่ก็ยังเสี่ยงเกิดรอยได้เมื่อมีแรงกดหรือการลากของหนัก

7.3 ใช้น้ำยาทำความสะอาดเฉพาะพื้นไม้

: หลีกเลี่ยงน้ำยาที่มีกรดหรือแอลกอฮอล์สูง เพราะอาจกัดผิวเคลือบ ควรเลือกสูตรเฉพาะสำหรับพื้นไม้หรือพื้นไวนิล และใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดตามแนวเสี้ยนไม้เพื่อรักษาความเงางามของผิว

                  การรีโนเวทพื้นบ้านที่ดี ไม่ได้อยู่ที่การเลือกวัสดุแพงที่สุด แต่อยู่ที่ “การเลือกให้เหมาะกับบ้านและการใช้งานจริง” หากคุณวางแผนล่วงหน้าอย่างรอบคอบ ประเมินพื้นเดิม เลือกวัสดุที่ตอบโจทย์งบและสไตล์ของคุณ พร้อมดูแลหลังติดตั้งอย่างถูกวิธี บ้านของคุณจะกลับมาสวย แข็งแรง และอบอุ่นได้อีกครั้งในทุกย่างก้าว สำหรับผู้ที่กำลังมองหาพื้นไม้คุณภาพสูง ทั้งพื้นไม้จริง พื้นเอ็นจิเนียร์ พื้นลามิเนต พื้นไวนิลจากแบรนด์ allure หรือพื้น SPC คุณสามารถขอคำปรึกษาจากทีมผู้เชี่ยวชาญของ VK Floor ได้ฟรี เพื่อให้การรีโนเวทของคุณ “คุ้มค่าในระยะยาว และสวยเหมือนบ้านใหม่ตั้งแต่วันแรกที่เสร็จงาน”

Google Map
Line
Line
Google Map