เมื่อพูดถึงงานเคลือบผิวไม้ คำถามที่ถูกค้นหาบ่อยที่สุดใน Google คือ “แลคเกอร์ vs ยูรีเทน ต่างกันอย่างไร” เพราะทั้ง แลคเกอร์ และยูรีเทนต่างก็เป็นระบบเคลือบผิวที่ใช้กับงานไม้ แต่คุณสมบัติ วิธีแห้ง ความทนทาน และการใช้งานจริงแตกต่างกันอย่างชัดเจน การเข้าใจว่า แลคเกอร์คืออะไร, แลคเกอร์ทำงานอย่างไร และแลคเกอร์เหมาะกับงานแบบไหน จะช่วยให้คุณเลือกวัสดุได้ถูกตั้งแต่ต้น ไม่ว่าจะเป็นงานเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ ตู้ บิวท์อิน หรือพื้นไม้ที่ต้องรับแรงใช้งานสูง
บทความนี้จะเปรียบเทียบ แลคเกอร์ และยูรีเทนในทุกมิติ ตั้งแต่โครงสร้างฟิล์ม ความหนา ความทนรอย ความชื้น วิธีทา อายุการใช้งาน และต้นทุน เพื่อให้คุณตัดสินใจได้แบบมืออาชีพ
1.แลคเกอร์คืออะไร
แลคเกอร์ เป็นระบบเคลือบผิว ที่แห้งด้วยการระเหยของตัวทำละลาย (Solvent Evaporation System) เมื่อทาแลคเกอร์ลงบนไม้ ตัวทำละลายจะระเหยออกอย่างรวดเร็ว เหลือฟิล์มบาง โปร่งใส และเงางาม
2.ยูรีเทนคืออะไร และแตกต่างจากแลคเกอร์อย่างไร
ยูรีเทน (Polyurethane) เป็นระบบเคลือบที่แข็งตัวด้วยปฏิกิริยาเคมี (Chemical Cure System) ฟิล์มที่ได้จะหนา แข็ง และทนรอยขีดข่วนสูงกว่าฟิล์มแลคเกอร์
ความแตกต่างหลักระหว่างแลคเกอร์และยูรีเทนคือ “โครงสร้างฟิล์ม”
แลคเกอร์ = ฟิล์มบาง + แห้งไว
ยูรีเทน = ฟิล์มหนา + แข็งแรงสูง
3.ตารางเปรียบเทียบ แลคเกอร์ vs ยูรีเทน
| หัวข้อเปรียบเทียบ | แลคเกอร์ (Lacquer) | ยูรีเทน (Polyurethane) |
|---|---|---|
| ระบบการแห้ง | แห้งด้วยการระเหยของตัวทำละลาย (Solvent Evaporation) | แข็งตัวด้วยปฏิกิริยาเคมี (Chemical Cure) |
| ระยะเวลาแห้ง | แห้งเร็วมาก 20–30 นาที ทาทับได้ | แห้งช้ากว่า 4–8 ชม. หรือมากกว่า |
| ความหนาฟิล์ม | ฟิล์มบาง โปร่งใส | ฟิล์มหนา แข็งแรง |
| ความเงา | เงาลึก เห็นลายไม้ชัด | เงาแน่น ผิวดูหนา |
| ความทนรอยขีดข่วน | ปานกลาง | สูงกว่าอย่างชัดเจน |
| ความทนความชื้น | ป้องกันได้ระดับหนึ่ง | ทนความชื้นได้ดีกว่า |
| ความยืดหยุ่นฟิล์ม | ค่อนข้างเปราะเมื่อหนามาก | ยืดหยุ่นและทนแรงกระแทกได้ดี |
| การซ่อมแซม | ซ่อมเฉพาะจุดได้ง่าย ขัดแล้วพ่นซ้ำได้ | ซ่อมเฉพาะจุดยาก ต้องทำทั้งแผ่น |
| กลิ่นและไอระเหย | มีกลิ่นแรง ต้องระบายอากาศดี | มีกลิ่น แต่สูตรน้ำกลิ่นน้อยกว่า |
| เหมาะกับงาน | เฟอร์นิเจอร์ภายใน ตู้ บิวท์อิน งานโชว์ลายไม้ | พื้นไม้ โต๊ะใช้งานหนัก เคาน์เตอร์ |
| ต้นทุนเวลา | ประหยัดเวลา เพราะแห้งไว | ใช้เวลานานกว่า |
| อายุการใช้งาน | ดีในงานภายในทั่วไป | ทนทานระยะยาวกว่าในงานหนัก |
4.เหมาะกับงานแบบไหน
4.1 งานแบบไหนควรเลือกแลคเกอร์
เฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน
ตู้โชว์
โต๊ะทำงาน
งานบิวท์อิน
งานที่ต้องการโชว์ลายไม้
ข้อดีของแลคเกอร์ในงานเฟอร์นิเจอร์คือ ซ่อมง่าย ขัดปรับได้ และควบคุมความเงาได้ดี
4.2 งานแบบไหนควรเลือกยูรีเทน
เลือกยูรีเทน หากเป็น:
พื้นไม้
โต๊ะที่ใช้งานหนัก
เคาน์เตอร์
งานที่ต้องการทนรอยสูง
5.คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแลคเกอร์และโพลียูรีเทน
5.1 ความแตกต่างหลักระหว่างการเคลือบแลคเกอร์และการเคลือบโพลียูรีเทนคืออะไร?
ความแตกต่างหลักระหว่างแล็กเกอร์และโพลียูรีเทนอยู่ที่ส่วนประกอบและคุณลักษณะแล็กเกอร์โดยทั่วไปทำจากส่วนผสมของตัวทำละลายและเรซิน ทำให้ได้ผิวเคลือบที่บางและแห้งเร็ว ให้ความเงางามสูงและใส ช่วยเสริมความสวยงามตามธรรมชาติของไม้
ในทางกลับกันโพลียูรีเทนเป็นสารเคลือบผิวที่ทำจากพอลิเมอร์สังเคราะห์ มีทั้งแบบที่ใช้น้ำเป็นตัวทำละลายและแบบที่ใช้น้ำมันเป็นตัวทำละลาย มันสร้างชั้นเคลือบที่หนาและปกป้องได้ดีกว่า ทนต่อความชื้น สารเคมี และการสึกหรอได้สูง โพลียูรีเทนอาจดูคล้ายพลาสติก และมีระดับความเงาให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ด้านจนถึงเงามาก
5.2 การเคลือบผิวแบบไหนง่ายกว่ากัน ระหว่างแล็กเกอร์กับโพลียูรีเทน?
โดยทั่วไปแล้ว การ ทาสีแลคเกอร์จะง่ายขึ้นหากคุณมีอุปกรณ์ที่เหมาะสม สามารถพ่นได้โดยใช้เครื่องพ่นสีแบบปริมาณสูง แรงดันต่ำ (HVLP) ซึ่งช่วยให้ได้ผิวเคลือบที่เรียบเนียนสม่ำเสมอ แล็กเกอร์แห้งเร็ว มักจะแห้งภายในไม่กี่นาที ทำให้สามารถทาหลายชั้นได้ในเวลาอันสั้น อย่างไรก็ตาม การทาสีแล็กเกอร์นั้นต้องอาศัยทักษะเพื่อหลีกเลี่ยงการไหลย้อยและการหยด
โพลียูรีเทนโดยเฉพาะชนิดที่ใช้น้ำมันเป็นส่วนประกอบ มักจะใช้แปรงทา มีระยะเวลาการแห้งนานกว่า โดยมักใช้เวลาหลายชั่วโมงในการแห้งระหว่างการทาแต่ละชั้น ระยะเวลาการแห้งที่นานขึ้นนี้อาจเป็นข้อเสียหากคุณรีบร้อน แต่ก็ทำให้แก้ไขข้อผิดพลาดระหว่างการทาได้ง่ายขึ้น โพลียูรีเทนชนิดที่ใช้น้ำเป็นส่วนประกอบจะแห้งเร็วกว่าชนิดที่ใช้น้ำมันเป็นส่วนประกอบ แต่ก็ยังต้องใช้เวลานานกว่าเมื่อเทียบกับแล็กเกอร์
5.3 การเคลือบผิวแบบใดทนทานกว่ากัน ระหว่างแล็กเกอร์กับโพลียูรีเทน?
เมื่อพูดถึงความทนทานโพลียูรีเทนคือผู้ชนะ มันสร้างชั้นหนาและแข็งที่ทนต่อรอยขีดข่วน ความชื้น และสารเคมีได้ดีเยี่ยม ทำให้เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีการใช้งานบ่อย เช่น พื้นและโต๊ะ รวมถึงเฟอร์นิเจอร์กลางแจ้งที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศ
แม้ว่า แล็กเกอร์จะทนทาน แต่ก็มีโอกาสแตกและเป็นรอยขีดข่วนได้ง่ายกว่า จึงเหมาะสำหรับเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านที่ไม่ใช้งานหนัก ข้อดีที่สำคัญอย่างหนึ่งของแล็กเกอร์คือซ่อมแซมได้ง่าย รอยขีดข่วนและความเสียหายสามารถแก้ไขได้ง่ายโดยการทาแล็กเกอร์ชั้นใหม่และขัดเงาพื้นผิว ในขณะที่การซ่อมแซมด้วยโพลียูรีเทนนั้นมักต้องขัดและเคลือบใหม่ในบริเวณที่เสียหาย
โดยสรุปแล้วโพลียูรีเทนมีความทนทานและปกป้องได้ดีกว่า จึงเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าสำหรับการใช้งานหนักและการใช้งานกลางแจ้ง ในขณะที่ แล็กเกอร์ให้ผิวเงางามสวยงามและซ่อมแซมได้ง่ายกว่า จึงเหมาะสำหรับเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านที่มีการใช้งานไม่มากนัก
ref : https://www.rubcorp.com/difference-between-lacquer-and-polyurethane/
การเลือกใช้ แลคเกอร์ หรือยูรีเทน ไม่มีคำตอบตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับประเภทงานและระดับการใช้งานเป็นหลัก หากคุณต้องการผิวเงางาม แห้งไว ซ่อมแซมง่าย และโชว์ลายไม้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ แลคเกอร์ ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับงานเฟอร์นิเจอร์ภายในและงานบิวท์อินทั่วไป แต่หากงานต้องรับแรงใช้งานหนัก ต้องการความทนรอย ทนความชื้น และความแข็งแรงสูงในระยะยาว ยูรีเทนอาจตอบโจทย์ได้ดีกว่า การเข้าใจความแตกต่างของ แลคเกอร์ และยูรีเทนอย่างชัดเจน จะช่วยให้คุณเลือกวัสดุได้ตรงลักษณะงาน ลดปัญหาการหลุดลอกหรือเสียหายในอนาคต และยืดอายุการใช้งานของงานไม้ได้อย่างมืออาชีพ
ที่ วิวัฒน์ชัยค้าไม้ เรามีจำหน่ายทั้งแลคเกอร์และยูรีเทนคุณภาพ พร้อมให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คุณเลือกสารเคลือบผิวได้เหมาะสมกับงานที่สุดในทุกโปรเจกต์



