ถ้าไม่ใช้พื้นลามิเนตในงานรีโนเวท จะเกิดอะไรขึ้น?

Table of Contents

           การรีโนเวทบ้านเป็นโอกาสสำคัญในการปรับปรุงพื้นที่อยู่อาศัยให้สวยงามและใช้งานได้ดีขึ้น หนึ่งในวัสดุที่ได้รับความนิยมในการรีโนเวทบ้านคือ พื้นลามิเนต (Laminate Flooring) เพราะติดตั้งง่าย ไม่ต้องรื้อพื้นเดิม และช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของบ้านได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม หากเลือกวัสดุปูพื้นที่มีความหนาและโครงสร้างแตกต่างจากพื้นเดิม หรือเลือกใช้วัสดุที่ไม่เหมาะกับงานรีโนเวท อาจทำให้เกิดปัญหาหลายอย่างตามมา ซึ่งไม่เพียงส่งผลต่อความสวยงามของบ้าน แต่ยังส่งผลต่อการใช้งานจริงภายในบ้านอีกด้วย บทความนี้จะพาไปดูว่า หากไม่เลือกใช้ การซ่อมพื้นลามิเนต ในงานรีโนเวท อาจเกิดปัญหาอะไรได้บ้าง

1. เกิดช่องว่างใต้ประตู

สาเหตุหลักเกิดจากวัสดุปูพื้นใหม่มี ความหนาไม่เท่ากับพื้นเดิม เมื่อระดับพื้นลดลงหรือเพิ่มขึ้น จะทำให้ช่องว่างใต้บานประตูเปลี่ยนไป

ผลกระทบที่เกิดขึ้น เช่น

  • เสียงจากภายนอกเล็ดลอดเข้ามาได้ง่าย

  • ฝุ่นหรืออากาศภายนอกเข้าบ้านมากขึ้น

  • ประตูดูไม่สวยงามและเสียสมดุลของดีไซน์

พื้นลามิเนตจึงมักถูกเลือกใช้ในงานรีโนเวท เพราะมี ความหนามาตรฐานที่เหมาะสม และช่วยลดปัญหาเรื่องระดับพื้นกับประตูได้

2. ระดับบานเลื่อนเปลี่ยน ทำให้การใช้งานไม่เสถียร

อีกหนึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นได้คือ ระดับพื้นกับบานเลื่อนหรือประตูบานเลื่อนเปลี่ยนไป เมื่อวัสดุปูพื้นมีความหนาแตกต่างจากพื้นเดิม ระดับของพื้นจะเปลี่ยน ส่งผลให้ตำแหน่งของรางบานเลื่อนหรือขอบบานประตูเปลี่ยนไป

ผลที่ตามมา เช่น

  • บานเลื่อนฝืดหรือเปิดปิดไม่ลื่น

  • เกิดการเสียดสีกับพื้น

  • อาจทำให้รางประตูเสียหายได้

การเลือกวัสดุปูพื้นที่เหมาะกับงานรีโนเวท เช่น พื้นลามิเนตที่ติดตั้งแบบ Floating Floor สามารถช่วยลดปัญหาการเปลี่ยนระดับพื้นได้

3. อาจเห็นช่องว่างระหว่างพื้นกับบัว

เมื่อมีการเปลี่ยนวัสดุปูพื้นใหม่ ระดับของพื้นอาจ ต่ำกว่าหรือสูงกว่าพื้นเดิม

ผลที่เกิดขึ้นคือ

  • เกิดช่องว่างระหว่างพื้นกับบัว

  • บัวดูไม่แนบกับพื้น

  • ทำให้ภาพรวมของงานตกแต่งดูไม่เรียบร้อย

ในหลายกรณีต้องแก้ไขโดย

  • เปลี่ยนบัวใหม่

  • ติดบัวเพิ่ม

  • ใช้ตัวปิดรอยต่อ

ซึ่งอาจเพิ่มค่าใช้จ่ายในการรีโนเวทโดยไม่จำเป็น

4. ระดับพื้นเปลี่ยน เห็นคราบซิลิโคนหรือรอยเดิม

อีกปัญหาที่พบได้บ่อยคือ เมื่อเปลี่ยนวัสดุปูพื้นแล้ว ระดับพื้นลดลงหรือสูงขึ้น

ทำให้เกิดสิ่งที่เคยถูกปิดไว้ เช่น

  • คราบซิลิโคน

  • รอยยาแนว

  • รอยต่อวัสดุเก่า

สิ่งเหล่านี้อาจทำให้พื้นที่ดูไม่เรียบร้อย และต้องเสียเวลาในการแก้ไขเพิ่มเติม เช่น

  • เก็บซิลิโคนใหม่

  • ปรับระดับบัว

  • ปิดรอยต่อใหม่

5.ทำไมพื้นลามิเนตจึงเหมาะกับงานรีโนเวท

พื้นลามิเนตเป็นวัสดุที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับ งานรีโนเวทบ้านโดยเฉพาะ เนื่องจากมีคุณสมบัติหลายอย่าง เช่น

  • ติดตั้งแบบ Floating Floor ไม่ต้องรื้อพื้นเดิม

  • ความหนามาตรฐานช่วยลดปัญหาระดับพื้น

  • ติดตั้งรวดเร็ว ใช้งานได้ทันที

  • ลวดลายไม้สวยงามใกล้เคียงไม้จริง

  • ดูแลรักษาง่าย

             การเลือกวัสดุปูพื้นสำหรับงานรีโนเวทไม่ใช่เพียงเรื่องของความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับระดับพื้น การติดตั้ง และการใช้งานจริงภายในบ้าน หากเลือกวัสดุที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้เกิดปัญหาหลายอย่างตามมา เช่น ช่องว่างใต้ประตู ระดับบานเลื่อนเปลี่ยน ช่องว่างระหว่างพื้นกับบัว หรือคราบซิลิโคนจากพื้นเดิมที่มองเห็นได้ชัด ซึ่งล้วนส่งผลต่อความเรียบร้อยของงานตกแต่งและความสบายในการอยู่อาศัยในระยะยาว

           การเลือกใช้ พื้นลามิเนตคุณภาพสูง จึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ช่วยให้การรีโนเวทบ้านเป็นไปอย่างราบรื่น โดยเฉพาะ พื้นลามิเนต Kronoswiss จากสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีมาตรฐานการผลิตระดับยุโรป โครงสร้างพื้นแข็งแรง ทนต่อรอยขีดข่วน และมีลวดลายไม้ที่สวยงามสมจริง เหมาะทั้งกับบ้าน คอนโด และงานรีโนเวททุกประเภท เมื่อเลือกใช้พื้นลามิเนตที่มีคุณภาพตั้งแต่ต้น ไม่เพียงช่วยให้บ้านดูสวยงามและทันสมัย แต่ยังช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นหลังการติดตั้ง และทำให้พื้นบ้านของคุณใช้งานได้ยาวนานในระยะยาว