ประเภทของแลคเกอร์ มีอะไรบ้าง? พร้อมข้อควรระวังและวิธีดูแลอย่างถูกต้อง

Table of Contents

           แลคเกอร์ คือวัสดุเคลือบผิว ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในงานไม้และงานเฟอร์นิเจอร์ เพราะแลคเกอร์ให้ความเงางาม แห้งเร็ว และช่วยโชว์ลายไม้ได้อย่างชัดเจน แต่หลายคนยังไม่เข้าใจว่าแลคเกอร์มีหลายประเภท แต่ละประเภทของแลคเกอร์มีคุณสมบัติแตกต่างกัน รวมถึงข้อควรระวังในการใช้แลคเกอร์ และวิธีดูแลผิวงานแลคเกอร์ให้ใช้งานได้ยาวนาน

            การเลือกประเภทของแลคเกอร์ให้เหมาะสมตั้งแต่ต้น จะช่วยลดปัญหาผิวแตกร้าว ฟิล์มหลุดลอก หรือกลิ่นสะสมในพื้นที่ใช้งาน บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกทุกประเภทของแลคเกอร์ พร้อมแนวทางเลือกใช้และดูแลอย่างถูกวิธี

1.ประเภทของแลคเกอร์ที่นิยมใช้ในงานไม้

ภาพพื้นผิวไม้ที่เคลือบแลคเกอร์ชนิดเงา (Gloss Lacquer) แสดงความเงางามและผิวสะท้อนแสงชัดเจน

1.1 แลคเกอร์ชนิดเงา (Gloss Lacquer)

แลคเกอร์ชนิดเงา เป็นประเภทของแลคเกอร์ที่ให้ค่าความเงาสูง ฟิล์มที่ได้จะมีลักษณะใสอมเหลืองอ่อนตามธรรมชาติของเรซิน ทำให้ผิวไม้ดูมีมิติและเงาวาวอย่างชัดเจน จุดเด่นสำคัญของแลคเกอร์ชนิดเงาคือความสามารถในการ “ดึงลายไม้” ให้ดูโดดเด่นขึ้น เหมาะอย่างยิ่งกับงานเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการโชว์ความงามของเนื้อไม้แท้ เมื่อเคลือบด้วยแลคเกอร์ชนิดเงา ฟิล์มสีจะมีความโปร่งใส ช่วยขับลวดลายไม้ให้ชัดขึ้น เพิ่มความลึกของโทนสีไม้ และให้ความรู้สึกหรูหราแบบคลาสสิก งานที่นิยมใช้ เช่น โต๊ะรับแขก โต๊ะอาหาร ตู้โชว์ เตียงไม้ หรือเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินภายในบ้าน

ในเชิงเทคนิค แลคเกอร์ชนิดเงามักมีปริมาณเนื้อสี (Solid Content) ค่อนข้างสูง ทำให้สามารถเคลือบได้พื้นที่มากเมื่อผสมทินเนอร์ตามอัตราส่วนที่เหมาะสม ฟิล์มแห้งไว ขัดแต่งง่าย และยึดเกาะได้ดีทั้งบนไม้จริงและไม้อัดลายต่าง ๆ

เหมาะสำหรับ:

  • งานไม้ภายในที่ต้องการความเงางาม

  • เฟอร์นิเจอร์โชว์ลายไม้

  • งานสไตล์คลาสสิก ลักชัวรี หรือกึ่งโมเดิร์น

ข้อควรพิจารณา:
ผิวเงาจะสะท้อนแสงมาก อาจเห็นรอยนิ้วมือหรือรอยขีดข่วนได้ง่ายกว่าผิวด้าน

ภาพพื้นผิวไม้ที่เคลือบแลคเกอร์ชนิดด้าน (Matt Lacquer) แสดงผิวสัมผัสเรียบเนียน ไม่สะท้อนแสง

1.2 แลคเกอร์ชนิดด้าน (Matt Lacquer)

แลคเกอร์ชนิดด้าน ให้ฟิล์มที่มีค่าความเงาต่ำ ผิวที่ได้จะดูเรียบเนียน นุ่มสายตา และไม่สะท้อนแสงมาก แตกต่างจากแลคเกอร์ชนิดเงาที่เน้นความมันวาว แลคเกอร์ชนิดด้านจะให้ความรู้สึกเรียบหรูแบบร่วมสมัย เหมาะกับงานตกแต่งแนวโมเดิร์น มินิมอล หรือสแกนดิเนเวียน

ในเชิงเทคนิค แลคเกอร์ชนิดด้านมีการเติมสารลดความเงา (Matting Agent) ลงในสูตร ทำให้ฟิล์มที่ได้มีพื้นผิวด้านสม่ำเสมอ แม้จะเป็นผิวด้าน แต่ยังคงคุณสมบัติพื้นฐานของแลคเกอร์ เช่น แห้งเร็ว ขัดซ่อมได้ และยึดเกาะดีทั้งบนไม้จริงและไม้อัด

เหมาะสำหรับ:

  • งานเฟอร์นิเจอร์สไตล์โมเดิร์น / มินิมอล

  • พื้นผิวที่ไม่ต้องการสะท้อนแสง

  • บิวท์อินภายในบ้าน คอนโด หรือสำนักงาน

ข้อควรพิจารณา:
ผิวด้านอาจเกิดรอยถูเงา (burnish) ได้หากมีการเสียดสีบ่อย ๆ จึงควรดูแลทำความสะอาดอย่างเหมาะสม

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.toagroup.com/th/blogs/toa-tips-how-to/155/lacquer-for-wood

2.ข้อควรระวังในการใช้แลคเกอร์

ภาพการใช้งานแลคเกอร์พร้อมหน้ากากและถุงมือ แสดงข้อควรระวังในการใช้แลคเกอร์อย่างปลอดภัย

การใช้แลคเกอร์อย่างไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดปัญหาได้

2.1 ความปลอดภัยด้านสุขภาพ

  • สวมหน้ากากกรองไอระเหย

  • หลีกเลี่ยงพื้นที่อับอากาศ

2.2 ความไวไฟ

แลคเกอร์เป็นสารไวไฟ ควรเก็บห่างจากเปลวไฟ

2.3 ความชื้นในพื้นที่

ความชื้นสูงอาจทำให้ฟิล์มแลคเกอร์ขุ่น

 

สามารถอ่านบทความ พิษของแลคเกอร์ อันตรายแค่ไหน และป้องกันอย่างไร ได้ที่นี่

3.วิธีดูแลผิวงานแลคเกอร์อย่างถูกวิธี

3.1 ทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน

ผิว แลคเกอร์ เป็นฟิล์มบางและเรียบ ถ้าทำความสะอาดผิดวิธีจะเกิดรอยขนแมวหรือผิวด้านได้ง่าย วิธีที่เหมาะที่สุดคือใช้ ผ้าไมโครไฟเบอร์ เพราะเส้นใยละเอียดไม่ทำให้เกิดรอยขีดข่วน

  • เช็ดฝุ่นแบบแห้งเป็นประจำ ลดการสะสมของผงฝุ่นที่อาจกลายเป็น “เม็ดทราย” ขูดผิวตอนเช็ด

  • หากมีคราบ ให้ใช้ผ้าชุบน้ำ หมาด ๆ (บิดให้แห้งมาก) แล้วเช็ดตามด้วยผ้าแห้งทันที

  • หลีกเลี่ยงการปล่อยให้น้ำขังบนผิวงาน เพราะความชื้นสะสมอาจทำให้ผิวเริ่มหมองหรือเกิดคราบด่างได้

3.2 หลีกเลี่ยงสารเคมีรุนแรง

สารเคมีบางชนิดสามารถ “กัดฟิล์ม” ของ แลคเกอร์ ได้ ทำให้ผิวเริ่มด้าน เหลือง หรือเป็นฝ้าขุ่น โดยเฉพาะน้ำยาที่มีส่วนผสมของ แอลกอฮอล์, แอมโมเนีย, ทินเนอร์ หรือสารทำละลาย

  • หลีกเลี่ยงน้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์ที่แรงเกินไป และน้ำยาล้างคราบมันแบบอุตสาหกรรม

  • ไม่ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเข้มข้นเช็ดผิวเฟอร์นิเจอร์เป็นประจำ เพราะอาจทำให้ฟิล์มแห้งกรอบและเสื่อมเร็ว

  • หากจำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ให้เลือกชนิดอ่อน ๆ และ ทดสอบในมุมที่ไม่เห็นชัดก่อน เสมอ

3.3 หลีกเลี่ยงความร้อนสูง

ผิว แลคเกอร์ แม้จะเงาสวย แต่ความร้อนสามารถทำให้ฟิล์ม “นิ่ม” หรือเกิด รอยด่าง/วงแก้ว ได้ โดยเฉพาะบนโต๊ะไม้ที่โดนแก้วน้ำร้อน หม้อร้อน หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าความร้อน

  • อย่าวางหม้อร้อน กระทะร้อน หรือแก้วกาแฟร้อนลงบนผิวไม้โดยตรง

  • ใช้แผ่นรองจานรองแก้ว หรือแผ่นรองกันความร้อนเสมอ

  • หลีกเลี่ยงการวางเฟอร์นิเจอร์ชิดแสงแดดจัดต่อเนื่อง เพราะความร้อน + UV อาจทำให้ผิวซีดหรือเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

3.4 ซ่อมแซมรอยเล็กทันที

ข้อดีของ แลคเกอร์ คือ “ซ่อมเฉพาะจุดได้ง่าย” หากจัดการตั้งแต่รอยยังเล็ก จะช่วยกันความชื้นและคราบสกปรกไม่ให้ซึมเข้าเนื้อไม้
แนวทางซ่อมแบบมืออาชีพ :

  • เช็ดทำความสะอาดบริเวณที่เป็นรอย และปล่อยให้แห้งสนิท

  • ขัดเบา ๆ ด้วยกระดาษทรายละเอียด (ประมาณ 320–400) เพื่อเก็บขอบรอยให้เนียน

  • ปัดฝุ่นออกให้หมด แล้วค่อยพ่น/ทาแลคเกอร์บาง ๆ ซ้ำเฉพาะจุด

  • ปล่อยให้แห้ง แล้วขัดเก็บงานเบา ๆ เพื่อให้ผิวเรียบเสมอกับบริเวณรอบข้าง

การซ่อมเร็วจะช่วยให้ผิวงานดูใหม่ได้นาน และลดโอกาสเกิดปัญหาใหญ่จนต้องขัดทำใหม่ทั้งแผ่น

 

              พิษของแลคเกอร์เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานกับแลคเกอร์เป็นประจำ แม้แลคเกอร์จะให้ผิวงานที่สวยงามและแห้งไว แต่ไอระเหยจากตัวทำละลายในแลคเกอร์สามารถส่งผลต่อสุขภาพได้ หากไม่มีการป้องกันที่เหมาะสม การเข้าใจพิษของแลคเกอร์ กลไกการระเหยของ VOC และการใช้อุปกรณ์ป้องกันที่ถูกต้อง จะช่วยให้คุณใช้งานแลคเกอร์ได้อย่างปลอดภัยและมืออาชีพ

           หากคุณกำลังมองหา สินค้าแลคเกอร์คุณภาพ พร้อมคำแนะนำการใช้งานที่ถูกต้อง ที่ วิวัฒน์ชัยค้าไม้ มีจำหน่ายแลคเกอร์ สีรองพื้น ทินเนอร์แท้ และอุปกรณ์ครบชุด พร้อมให้คำปรึกษาเรื่องความปลอดภัยและวิธีใช้งาน เพื่อให้งานของคุณทั้งสวยงามและปลอดภัยในทุกขั้นตอน