หลังจากช่วงเวลาของ COVID-19 ที่ทำให้การทำงานของวงการก่อสร้าง งานออกแบบ และธุรกิจวัสดุต้องเปลี่ยนแปลงไป การพบปะกับลูกค้าและการเข้าไปยังโครงการต่าง ๆ ลดลงอย่างมาก หลายโครงการจำกัดการเข้าพื้นที่ ขณะที่ลูกค้า ช่าง นักออกแบบ และ Partner ต่างต้องเว้นระยะห่างจากกัน
สำหรับวิวัฒน์ชัยค้าไม้ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้มีเพียงผลกระทบต่อการทำงาน แต่ยังทำให้ ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับลูกค้าหลายกลุ่มต้องห่างออกไป
เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ผู้บริหารของวิวัฒน์ชัยค้าไม้จึงต้องการสร้างโอกาสให้ผู้คนกลับมาเจอกันอีกครั้ง จึงเกิดเป็น “วิวัฒน์ชัยค้ากาแฟ — Event Open House” กิจกรรมที่เปิดโรงไม้ย่านบางโพให้ทั้งลูกค้าเดิม ลูกค้าใหม่ และคนทั่วไปได้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศของโรงไม้จริง พร้อมชมวัสดุ ดื่มกาแฟ ถ่ายภาพ และทำความรู้จักกับวิวัฒน์ชัยค้าไม้ในอีกมุมหนึ่ง
1. จาก COVID-19 สู่การกลับมาเปิดบ้านอีกครั้ง
ก่อนเกิด COVID-19 วิวัฒน์ชัยค้าไม้มีโอกาสพบปะและทำงานร่วมกับลูกค้าอย่างใกล้ชิด ทั้งโรงงานเฟอร์นิเจอร์ ช่างไม้ ผู้รับเหมา Interior Designer และเจ้าของโครงการ แต่เมื่อเกิดสถานการณ์ COVID-19 การเดินทางและการเข้าพื้นที่โครงการถูกจำกัด หลายโครงการต้องหยุดหรือชะลอการทำงาน การพบปะกับลูกค้าจึงลดลงตามไปด้วย
ลูกค้าหลายรายที่เคยเข้ามาที่โรงไม้ พูดคุยเรื่องวัสดุ หรือเลือกสินค้าด้วยตัวเอง ก็ไม่มีโอกาสกลับมาเหมือนเดิม เมื่อสถานการณ์เริ่มดีขึ้น วิวัฒน์ชัยค้าไม้จึงไม่ได้คิดเพียงว่า “จะกลับมาขายสินค้าอย่างไร?”แต่คิดว่า“เราจะกลับมาเชื่อมความสัมพันธ์กับผู้คนอีกครั้งได้อย่างไร?”
แนวคิดนี้จึงนำไปสู่การจัด Open House ที่ไม่ได้ตั้งใจเปิดเพียงเพื่อกลุ่มลูกค้าเดิม แต่ต้องการเปิดประตูโรงไม้ให้ผู้คนกลุ่มใหม่ได้เข้ามารู้จักเราด้วย
2. วิวัฒน์ชัยค้ากาแฟ — Open House ที่เปิดโรงไม้ให้ทุกคนเข้าถึงได้
“วิวัฒน์ชัยค้ากาแฟ” ถูกออกแบบให้เป็นงานที่ทุกคนสามารถเข้ามาสัมผัสได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นลูกค้าหรืออยู่ในอุตสาหกรรมไม้
คนที่ชอบงานไม้ ชอบความ Vintage ชอบ Design ชอบถ่ายภาพ หรือแม้แต่คนที่ชอบกาแฟ ก็สามารถเข้ามาเดินชมและใช้เวลาอยู่ภายในโรงไม้ได้ ความตั้งใจของงานจึงไม่ใช่การเปลี่ยนโรงไม้ให้กลายเป็นสถานที่อื่น แต่คือการนำ ตัวตนของโรงไม้จริง มาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์
บรรยากาศของไม้จริง วัสดุ งานช่าง และพื้นที่เก่าของโรงไม้ ถูกนำมาผสมเข้ากับกาแฟและการจัดพื้นที่ที่เหมาะกับ Lifestyle ของคนรุ่นใหม่ โดยจัดงานควบคู่กับช่วง Bangkok Design Week ในย่านบางโพ ซึ่งช่วยเชื่อมโยงงานเข้ากับบรรยากาศของ Design, Craft, Wood และ Lifestyle
จากสถานที่ที่คนเคยเข้ามาเพื่อ “ซื้อไม้” จึงกลายเป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถเข้ามาเพื่อ “สัมผัสแบรนด์”
3. Reconnect ลูกค้า Legacy พร้อม Update Product ใหม่ของวิวัฒน์ชัยค้าไม้
แม้งานจะเปิดให้คนทั่วไปเข้าร่วม แต่หนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือการได้ต้อนรับ ลูกค้าเก่าและลูกค้า Legacy กลับมายังโรงไม้อีกครั้ง เพราะตลอดช่วง COVID-19 เราอาจไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกับลูกค้าเหมือนในอดีต และในช่วงเวลาที่ผ่านมาวิวัฒน์ชัยค้าไม้เองก็มี Product เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากOpen House จึงเป็นโอกาสให้ลูกค้าเก่ากลับมา Update ว่าวันนี้วิวัฒน์ชัยค้าไม้มีอะไรเพิ่มขึ้นบ้างไม่ว่าจะเป็น
- ไม้จริง
- ไม้อัด
- HMR
- วัสดุปิดผิว
- Laminate
- วัสดุตกแต่ง
- สี
- Hardware
- วัสดุสำหรับงาน Furniture และ Interior
รวมถึง Product บางประเภทที่วิวัฒน์ชัยค้ามีอยู่แล้ว แต่ลูกค้าอาจไม่เคยรู้ว่ามี สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการนำเสนอสินค้า แต่คือการได้กลับมา พูดคุยกับคนที่เคยร่วมงานกันมา และสร้างความสัมพันธ์นั้นขึ้นมาใหม่
4. จากโรงไม้สู่ Brand Experience — เมื่อวัสดุถูกนำเสนอในรูปแบบที่แตกต่าง
โดยทั่วไปการเลือกวัสดุอาจเกิดขึ้นจากการดู Catalog หรือภาพสินค้า แต่สำหรับงานไม้ การเห็นและสัมผัสวัสดุจริง สามารถทำให้เข้าใจ Product ได้มากขึ้น วิวัฒน์ชัยค้าไม้จึงนำวัสดุและ Product ต่าง ๆ มาจัดแสดงภายในงานในรูปแบบที่เข้ากับบรรยากาศของโรงไม้และ Concept ของ Event ผู้เข้าร่วมสามารถเห็นทั้ง
สีจริง → ลายจริง → Texture จริง → วัสดุจริง
พร้อมสัมผัสบรรยากาศของสถานที่ที่มีประวัติและเรื่องราวของงานไม้จริง ๆ สำหรับลูกค้าเดิม นี่เป็นโอกาสในการค้นพบ Product ใหม่ส่วนสำหรับคนที่เพิ่งรู้จักวิวัฒน์ชัยค้าไม้ ก็ช่วยให้เห็นว่าเรามีมากกว่า “ไม้” ที่หลายคนอาจเคยจินตนาการไว้ เพราะวิวัฒน์ชัยค้าไม้มีวัสดุที่สามารถตอบโจทย์ตั้งแต่งาน Furniture, Interior, งานไม้ ไปจนถึงงาน Project
5. เมื่อ Open House สร้างกระแสบน Social Media และพาวิวัฒน์ชัยค้าไม้ไปสู่คนกลุ่มใหม่
หนึ่งในผลลัพธ์ที่น่าสนใจของงานคือ การที่ “โรงไม้” กลายเป็นพื้นที่ที่ผู้คนอยากเข้ามาถ่ายภาพและสร้าง Content ผู้เข้าร่วมงานไม่ได้มีเพียงลูกค้าหรือคนในวงการ แต่ยังมีทั้ง Influencer, Coffee Lover, Reviewer, Photographer และ Design Lover
หลายคนเข้ามาเพราะกาแฟบางคนเข้ามาเพราะบรรยากาศ บางคนเข้ามาเพราะชอบงาน Vintage และบางคนเข้ามาเพราะอยากถ่ายรูปในโรงไม้จริง แต่เมื่อได้เข้ามา ก็ได้รู้จักชื่อ “วิวัฒน์ชัยค้าไม้” ไปพร้อมกัน
ประสบการณ์จากสถานที่จริงจึงถูกนำไปต่อยอดบน Social Media ผ่านภาพถ่ายและ Content ของผู้เข้าร่วมงาน ทำให้ Brand Awareness ขยายออกไปจากฐานลูกค้า B2B เดิม สู่กลุ่ม B2C และคนทั่วไป ที่อาจไม่เคยรู้จักวิวัฒน์ชัยค้าไม้มาก่อน บางคนอาจไม่ได้เข้ามาในฐานะลูกค้า แต่การได้รู้จักแบรนด์ในวันนี้ อาจทำให้กลายเป็น Potential Customer หรือ N-User ในอนาคต นี่คือคุณค่าของ Event ที่ไม่ได้จบลงเมื่อผู้เข้าร่วมเดินออกจากโรงไม้ แต่ยังสามารถเดินทางต่อผ่าน Social Media และ Word of Mouth
6. วิวัฒน์ค้ากาแฟ — มากกว่า Event แต่คือการกลับมาเชื่อมโยงกับผู้คน
ท้ายที่สุดแล้ว ความหมายของ “วิวัฒน์ชัยค้ากาแฟ” ไม่ได้อยู่ที่จำนวนคนที่เข้าร่วมงานเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การทำให้คน 3 กลุ่มกลับมาเชื่อมโยงกับวิวัฒน์ชัยค้าไม้อีกครั้ง ลูกค้าเก่า ได้กลับมาเจอกันและ Update Product
คนในวงการและลูกค้าใหม่ ได้กลับมาพูดคุยและรู้จักธุรกิจของเรามากขึ้น และ คนทั่วไป ได้มีโอกาสสัมผัสโรงไม้จริง ๆ โดยไม่จำเป็นต้องเข้ามาในฐานะลูกค้า จากช่วงเวลาที่ COVID-19 ทำให้ทุกคนต้องห่างออกจากกัน Open House จึงเปรียบเสมือนการ “เปิดประตูโรงไม้อีกครั้ง”
ไม่ใช่เพียงเพื่อให้คนกลับมาซื้อไม้แต่เพื่อให้ผู้คนกลับมา พบกัน พูดคุย สัมผัสวัสดุ และรู้จักวิวัฒน์ชัยค้าไม้ในแบบที่แตกต่างออกไป
วิวัฒน์ชัยค้ากาแฟ — Open House จึงเป็นอีกหนึ่ง Event ที่สะท้อนตัวตนของวิวัฒน์ชัยค้าไม้ได้อย่างชัดเจน
เราเปิดพื้นที่ของโรงไม้ให้กับทั้ง ลูกค้า Legacy คนรักงานไม้ นักออกแบบ คนรักกาแฟ คนที่ชอบ Vintage และคนทั่วไป เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้ามาสัมผัสบรรยากาศและเรื่องราวของโรงไม้จริง
เพราะเราเชื่อว่า ธุรกิจที่มีประวัติกว่า 50 ปี ไม่ควรอยู่เพียงในความทรงจำของลูกค้ารุ่นเก่า แต่ควรเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามารู้จักด้วยตัวเอง
และบางครั้ง การทำให้คนรู้จักวิวัฒน์ชัยค้าไม้ อาจไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยการบอกว่า “เราขายอะไร”
แต่อาจเริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการ เปิดประตูโรงไม้ ชงกาแฟสักแก้ว ให้คนเดินดูไม้ สัมผัสวัสดุ ถ่ายรูป และปล่อยให้พวกเขาได้รู้จัก “วิวัฒน์ชัยค้าไม้” ด้วยตัวเอง


