Home » เกี่ยวกับบริษัท » Vk Floor by Viwatchai Kamai Exclusive Dealer Vk Top Floor Thailand – พื้นSPC เกรดพรีเมียมส่งออกทั่วโลก
พื้น SPC คุณภาพสำหรับการใช้งานจริง พร้อมมาตรฐานและเทคโนโลยีระดับสากล
VK Top Floor คือพื้น SPC (Stone Plastic Composite) ที่ VK Floor by Viwatchai Kamai คัดเลือกจากผู้ผลิตที่มีประสบการณ์ด้าน Flooring ในตลาดต่างประเทศ โดยให้ความสำคัญมากกว่าความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่พิจารณาถึงโครงสร้าง ความเสถียร ความทนทาน คุณภาพอากาศภายในอาคาร และความเหมาะสมกับการใช้งานจริง
ผู้ผลิตมีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทั้ง SPC, WPC, Vinyl และ Luxury Vinyl Flooring พร้อมพัฒนา Flooring ภายใต้แนวคิด Waterproof, More Stable Performance, High Technology และ Eco Friendly รวมถึงให้ความสำคัญกับดีไซน์และเทรนด์ระดับสากล
สำหรับ VK Floor เราจึงมองว่า VK Top Floor ไม่ใช่เพียงพื้น SPC ที่เน้นราคาคุ้มค่า แต่เป็นพื้น Non-Wood Flooring ที่ออกแบบมาเพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงของบ้านและโครงการยุคใหม่
1. VK Top Floor คือใคร? จากผู้ผลิต Flooring ในจีน สู่ตลาดระดับสากล
VK Top Floor เป็นแบรนด์พื้น SPC ที่ VK Floor by Viwatchai Kamai คัดเลือกจากผู้ผลิต Flooring ที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาวัสดุปูพื้นหลายประเภท ทั้ง SPC, Vinyl, WPC และ Laminate Flooring โดยมีจุดเริ่มต้นจากฐานการผลิตในประเทศจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของอุตสาหกรรม Flooring ในปัจจุบัน
สิ่งที่ทำให้เราเลือกแหล่งผลิตนี้ ไม่ได้อยู่ที่เพียงกำลังการผลิตหรือความคุ้มค่าของสินค้า แต่คือประสบการณ์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับตลาดต่างประเทศ และการนำเทคโนโลยี Flooring มาใช้กับผลิตภัณฑ์จริง โดยผู้ผลิตมีประวัติอยู่ในตลาด Resilient Flooring มาตั้งแต่ปี 2016 และได้รับการระบุเป็น Licensee ของ Välinge Innovation ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยี Flooring จากสวีเดน ในกลุ่ม Laminate และ Resilient Flooring จากประสบการณ์ดังกล่าว ทำให้ VK Top Floor ไม่ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับตลาดใดตลาดหนึ่งเท่านั้น แต่มีพื้นฐานจากการผลิต Flooring สำหรับตลาดต่างประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ VK Floor มั่นใจเลือกนำมาเป็นผลิตภัณฑ์ในประเทศไทย จากจีนสู่ตลาดต่างประเทศ
สิ่งที่ VK Floor ให้ความสำคัญอีกประการหนึ่งคือ ประสบการณ์ด้านการส่งออก เพราะในมุมมองของเรา ประเทศที่ผลิตไม่ได้เป็นตัวกำหนดคุณภาพของสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาว่าโรงงานมีประสบการณ์กับตลาดใด ผลิตตามข้อกำหนดของตลาดเหล่านั้นอย่างไร และมีระบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ในระดับใด
ผู้ผลิตของ VK Top Floor มีประวัติการส่งออก Flooring ไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดอเมริกาเหนือ และมีข้อมูลการค้าระหว่างประเทศที่พบการจัดส่งผลิตภัณฑ์ Vinyl และ Flooring ไปยังผู้ประกอบการในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นสำหรับ VK Floor เราจึงไม่ได้มอง VK Top Floor เพียงว่าเป็น “SPC จากประเทศจีน” แต่เป็นผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตที่มีประสบการณ์ใน International Flooring Market และมีพื้นฐานด้านเทคโนโลยีและการผลิตที่สอดคล้องกับตลาดสากล
2. จุดเด่นของ VK Top Floor ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง
2.1 Water Resistant — ทนความชื้นและดูแลรักษาง่าย
หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ SPC คือแกนกลางไม่ได้ทำจากไม้ จึงไม่ดูดซึมน้ำในลักษณะเดียวกับวัสดุไม้หลายประเภท ทำให้เหมาะกับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อความชื้น พื้น SPC จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการลายไม้และบรรยากาศแบบธรรมชาติ แต่ต้องการวัสดุที่ดูแลรักษาง่ายกว่าในชีวิตประจำวัน
อย่างไรก็ตาม Water Resistant ไม่ได้หมายความว่าสามารถปล่อยให้พื้นแช่น้ำเป็นเวลานานได้ การติดตั้งและการดูแลพื้นที่อย่างเหมาะสมยังเป็นปัจจัยสำคัญต่ออายุการใช้งาน
2.2 Stable Performance — โครงสร้างแข็งแรงและมีความเสถียร
ด้วยโครงสร้าง Rigid Core พื้น SPC มีความแข็งและคงรูปได้ดี จึงเหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการพื้นซึ่งสามารถรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างต่อเนื่อง
ผู้ผลิตเองก็วาง More Stable Performance เป็นหนึ่งในจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ Flooring และมุ่งพัฒนาวัสดุให้มีความเสถียรมากขึ้นสำหรับการใช้งานจริง
2.3 Scratch & Wear Resistant — รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
พื้น SPC สามารถออกแบบชั้นผิวให้ช่วยปกป้องพื้นจากการใช้งานทั่วไป ทั้งรอยขีดข่วน รอยขูด และการสึกหรอ
สำหรับพื้นที่อยู่อาศัยที่มีการเดินผ่านเป็นประจำ การเคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์ หรือกิจกรรมภายในครอบครัว คุณสมบัตินี้ช่วยให้พื้นคงรูปลักษณ์และดูแลรักษาได้ง่ายขึ้น
ทั้งนี้ระดับความทนทานต่อการสึกหรอควรพิจารณาจาก Wear Layer และ Specification ของแต่ละรุ่น ไม่ควรเหมารวมพื้น SPC ทุกประเภทว่ามีประสิทธิภาพเท่ากัน
2.4 Realistic Wood Design — ได้ความสวยงามแบบไม้ โดยไม่ต้องใช้ไม้จริง
อีกหนึ่งจุดแข็งของพื้น SPC คือเทคโนโลยีด้าน Decorative Layer และ Surface Texture ที่สามารถถ่ายทอดลวดลายไม้ได้หลากหลาย
ตั้งแต่ไม้ Oak, Walnut ไปจนถึงโทนไม้ธรรมชาติและ Contemporary Design ทำให้สามารถนำไปใช้กับ Interior ได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่ Modern, Minimal, Scandinavian ไปจนถึง Luxury Interior
ผู้ผลิตระบุว่าดีไซน์ของ Flooring ถูกพัฒนาโดยให้ความสำคัญกับ International Design และ Color Trends พร้อมมีตัวเลือกด้านดีไซน์จำนวนมาก
3. Indoor Air Quality — พื้นที่ดีควรใส่ใจมากกว่าความสวยงาม
สำหรับ VK Floor การเลือกพื้นไม่ได้พิจารณาเพียงเรื่องความสวยงามและความทนทาน แต่ยังให้ความสำคัญกับ สุขภาพของผู้ใช้งานและคุณภาพอากาศภายในอาคาร
ผลิตภัณฑ์ของผู้ผลิตรายนี้เคยได้รับ FloorScore® Indoor Air Quality Certification จาก SCS Global Services สำหรับกลุ่ม Vinyl Tile ซึ่งครอบคลุมผลิตภัณฑ์ประเภท SPC Flooring, SPC Flooring with Backing, Vinyl Flooring และ WPC Flooring โดยผ่านการประเมินตามมาตรฐาน CDPH/EHLB Standard Method v1.2-2017 สำหรับการใช้งานเป็นวัสดุปูพื้น
จุดนี้สะท้อนให้เห็นว่า การพัฒนา Flooring ไม่ได้มองเฉพาะเรื่อง Performance แต่ยังให้ความสำคัญกับ Indoor Air Quality
หมายเหตุสำหรับเว็บไซต์: Certificate เลข SCS-FS-04557 ที่พบในเอกสารมีช่วงอายุใบรับรองเดิมปี 2021–2022 ดังนั้นไม่ควรนำเสนอเป็น “ใบรับรองปัจจุบันของ VK Top Floor” หากยังไม่มีเอกสารฉบับใหม่ที่ยืนยันรุ่นสินค้าโดยตรง
4. จากผู้ผลิตในจีน สู่ตลาด Flooring ระหว่างประเทศ
คำว่า “Made in China” ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดคุณภาพของวัสดุเพียงอย่างเดียว
สำหรับ VK Floor สิ่งสำคัญกว่าคือ ผู้ผลิตเป็นใคร มีประสบการณ์อย่างไร ผลิตด้วยเทคโนโลยีอะไร และสินค้ามีประวัติการใช้งานในตลาดใดบ้าง
ผู้ผลิตของ VK Top Floor มีประวัติการส่งออก Flooring ไปยังตลาดสหรัฐอเมริกาและอเมริกาเหนือ โดยข้อมูลการค้าระหว่างประเทศที่ตรวจสอบได้พบ Shipment ของทั้ง Vinyl Flooring และ Laminate Flooring ไปยังบริษัทในตลาด Flooring ของสหรัฐฯ และแคนาดาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีข้อมูล Shipment ในปี 2026 ด้วย
ข้อมูลการค้าที่ยังปรากฏในฐานข้อมูลยังแสดงเส้นทางการนำเข้าสินค้าไปยังท่าเรือสำคัญของสหรัฐฯ เช่น Long Beach, Seattle, Los Angeles, Oakland และ Tacoma ซึ่งสะท้อนถึงการทำตลาดในระดับ International Supply Chain ไม่ใช่เพียงการผลิตเพื่อจำหน่ายภายในประเทศจีน
5. International Flooring Technology — เทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรม
อีกหนึ่งหลักฐานที่น่าสนใจคือ Välinge Innovation บริษัทเทคโนโลยี Flooring จากสวีเดน ซึ่งเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยี Click Flooring และมีสิทธิบัตรจำนวนมากในอุตสาหกรรม ได้ระบุผู้ผลิตรายนี้อยู่ในรายชื่อ Global Licensees โดยมีสถานะตั้งแต่ปี 2016 ในกลุ่ม Laminate Flooring และ Resilient Flooring
จึงเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ VK Floor ใช้ประกอบการพิจารณาในการเลือกผู้ผลิต เพราะเราไม่ได้มองเพียงว่า “ผลิตจากประเทศไหน” แต่พิจารณาถึง เทคโนโลยี ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม Flooring ในระดับสากล
6. VK Top Floor เหมาะกับใคร?
VK Top Floor เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพื้นลายไม้ที่มีความสวยงามและใช้งานง่าย โดยเฉพาะ บ้านพักอาศัย คอนโดมิเนียม ห้องพัก พื้นที่ส่วนกลาง งานรีโนเวท และโครงการที่ต้องการควบคุมงบประมาณ รวมถึงผู้ที่ต้องการวัสดุที่มีความทนทานต่อความชื้นและดูแลรักษาง่ายกว่าพื้นไม้บางประเภท
สำหรับ Developer และผู้รับเหมา พื้น SPC ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับโครงการที่ต้องการความสม่ำเสมอของวัสดุ การติดตั้งที่เป็นระบบ และการดูแลรักษาที่ไม่ซับซ้อน ขณะที่เจ้าของบ้านสามารถเลือกดีไซน์ได้หลากหลายตาม Lifestyle และรูปแบบของ Interior
7. ทำไม VK Floor จึงเลือก VK Top Floor?
VK Floor ไม่ได้เลือกพื้น SPC เพียงเพราะเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยม หรือเพียงเพราะมีราคาที่เข้าถึงง่าย แต่เลือกจาก ความเหมาะสมในการใช้งานจริง
เราพิจารณาตั้งแต่โครงสร้างของวัสดุ ความเสถียร ความทนทานต่อการใช้งาน ความสวยงาม มาตรฐานด้านสุขภาพ ไปจนถึงประสบการณ์ของผู้ผลิตในตลาดต่างประเทศ
เพราะสำหรับ VK Floor พื้นคุณภาพที่ดีไม่ได้หมายถึงพื้นที่สวยที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่คือพื้นที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานของผู้ใช้งานได้จริงในระยะยาว
VK Top Floor คือพื้น SPC ที่ VK Floor คัดเลือกภายใต้แนวคิด “Quality for Real Life” ผสานความสวยงามของลายไม้เข้ากับคุณสมบัติที่เหมาะกับการใช้งานยุคใหม่ ทั้งความทนทานต่อความชื้น ความเสถียร การดูแลรักษาง่าย และตัวเลือกด้านดีไซน์ที่หลากหลาย
มากไปกว่านั้น การเลือกผู้ผลิตที่มีประสบการณ์ในตลาด Flooring ระหว่างประเทศ มีประวัติการส่งออกไปยังอเมริกาเหนือ และมีประสบการณ์ด้านเทคโนโลยี Flooring ระดับสากล ทำให้ VK Floor สามารถนำเสนอ SPC ที่ไม่ได้ถูกเลือกเพียงจาก “ราคา” แต่ผ่านการพิจารณาจาก คุณภาพ เทคโนโลยี มาตรฐาน และการใช้งานจริง
เพราะเราเชื่อว่า พื้นที่ดี ไม่ควรแค่สวยในวันที่ติดตั้ง แต่ควรใช้งานได้ดีในทุกวันหลังจากนั้น

