Home » ไม้ » บัวโพลียูรีเทน » บัวพื้น คืออะไร? มีกี่ประเภท เลือกแบบไหนดีให้เหมาะกับบ้านของคุณ
ถ้าคุณกำลังรีโนเวทบ้าน แต่งคอนโด หรือเลือกวัสดุตกแต่งภายใน หนึ่งในดีเทลที่หลายคนมองข้ามแต่ส่งผลต่อ “ความรู้สึกของบ้าน” อย่างชัดเจนก็คือ บัวพื้น โดยเฉพาะในปัจจุบันที่หลายคนเริ่มมองหา บัวโพลียูรีเทน มากขึ้น เพราะให้ลุคที่ดูเรียบร้อย สวย และช่วยให้งานตกแต่งดูจบขึ้นทันที
จริง ๆ แล้ว บัวพื้น ไม่ได้มีหน้าที่แค่ปิดรอยต่อระหว่างพื้นกับผนังเท่านั้น แต่ยังมีผลต่อทั้งความสวยงาม ความเป็นระเบียบ และภาพรวมของงานอินทีเรียอีกด้วย ไม่ว่าคุณจะใช้พื้นลามิเนต พื้น SPC พื้นไม้จริง หรือพื้นกระเบื้อง การเลือก บัวพื้น ให้เหมาะสม จะช่วยให้บ้านดู “แพงขึ้นแบบไม่ต้องทำอะไรเยอะ” บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักว่า บัวพื้นคืออะไร, บัวพื้นมีกี่ประเภท, เลือกแบบไหนดี รวมถึงวิธีติดตั้งและดูแลรักษาแบบครบจบในบทความเดียว
1.บัวพื้น คืออะไร
บัวพื้น หรือที่หลายคนเรียกว่า บัวเชิงผนัง คือแถบวัสดุที่ติดตั้งบริเวณรอยต่อระหว่าง “พื้น” กับ “ผนัง” เพื่อช่วยเก็บงานให้ดูเรียบร้อยและช่วยปิดช่องว่างบริเวณขอบพื้น ซึ่งเป็นส่วนที่มักเกิดรอยต่อจากการติดตั้งพื้น ไม่ว่าจะเป็นพื้นลามิเนต พื้นไม้จริง พื้น SPC หรือวัสดุปูพื้นชนิดอื่น ๆ
2.หน้าที่ของบัวพื้น
หลายคนคิดว่า บัวพื้น มีไว้ “ให้บ้านดูสวย” เท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วหน้าที่ของ บัวพื้น มีมากกว่านั้นมาก และถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่ช่วยให้บ้านใช้งานได้ดีขึ้นในชีวิตประจำวันด้วย
2.1 ปิดรอยต่อระหว่างพื้นกับผนัง
หน้าที่พื้นฐานที่สุดของ บัวพื้น คือช่วยปิดช่องว่างหรือแนวต่อที่เกิดจากการติดตั้งพื้น เพื่อให้งานดูจบและเรียบร้อยมากขึ้น
2.2 ป้องกันผนังจากรอยเปื้อนและแรงกระแทก
ในชีวิตจริง บริเวณด้านล่างของผนังมักเป็นจุดที่โดน:
- ไม้ถูพื้น
- เครื่องดูดฝุ่น
- ขาเฟอร์นิเจอร์
- รองเท้าหรือของใช้ต่าง ๆ
2.3 ช่วยให้ห้องดูมีสัดส่วน
ในเชิงดีไซน์ บัวพื้น ทำหน้าที่เหมือนเส้นแบ่งที่ช่วยให้ห้องดู “ครบ” และมี transition ระหว่างพื้นกับผนังอย่างนุ่มนวล
2.4 ช่วยซ่อนความไม่เรียบของขอบงาน
บางครั้งแนวขอบผนังหรือขอบพื้นอาจไม่เรียบ 100% โดยเฉพาะงานรีโนเวท การใช้ บัวพื้น จะช่วยเก็บงานให้ดูเรียบร้อยขึ้นมาก
3. บัวพื้น ช่วยอะไรได้บ้าง
3.1 ช่วยให้บ้านดูเรียบร้อยขึ้นทันที
นี่คือสิ่งแรกที่สังเกตได้เลย บ้านที่มี บัวพื้น มักดู “จบ” กว่าบ้านที่ปล่อยแนวพื้นชนผนังแบบเปลือย ๆ
3.2 ช่วยให้บ้านดูแพงขึ้นแบบไม่ต้องใช้งบเยอะ
โดยเฉพาะถ้าเลือก บัวพื้นโพลียูรีเทน หรือบัวที่มีสัดส่วนและทรงสวย จะช่วยให้ห้องดูมีดีไซน์ขึ้นทันที แม้ไม่ได้เพิ่มเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งมาก
3.3 ช่วยให้การทำความสะอาดง่ายขึ้น
เพราะช่วยกันคราบและกันแรงเสียดสีจากการถูพื้นในชีวิตประจำวัน
3.4 ช่วยให้การออกแบบภายในดูสมบูรณ์ขึ้น
ในงานอินทีเรียระดับมืออาชีพ รายละเอียดอย่าง บัวพื้น ถือเป็น “ตัวเก็บงาน” ที่สำคัญมาก เพราะมันทำให้วัสดุทุกส่วนในห้องเชื่อมต่อกันอย่างสวยงาม
4.บัวพื้น มีกี่ประเภท
4.1 บัวพื้นไม้จริง
บัวพื้นไม้จริงให้ลุคธรรมชาติและความรู้สึกอบอุ่น เหมาะกับบ้านที่ต้องการกลิ่นอายไม้แท้ แต่ต้องยอมรับว่าต้องดูแลมากกว่า และต้องระวังเรื่องความชื้น ปลวก และการหด-ขยายตัว
เหมาะกับ:
- บ้านสไตล์อบอุ่น
- งานไม้จริง
- บ้านที่เน้นวัสดุธรรมชาติ
4.2 บัวพื้น MDF / ไม้เทียม
เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมเพราะราคาเข้าถึงง่าย ผิวเรียบ และให้ลุคใกล้ไม้ แต่ต้องเลือกเกรดให้เหมาะ โดยเฉพาะถ้าต้องเจอความชื้นบ่อย
เหมาะกับ:
- งานภายในทั่วไป
- บ้านที่ต้องการงบคุมง่าย
- งานบิลต์อินพื้นฐาน
4.3 บัวพื้น PVC
บัวพื้น PVC ได้รับความนิยมเพราะกันน้ำ ทนชื้น ติดตั้งง่าย และราคาค่อนข้างเป็นมิตร จึงเหมาะกับบ้านยุคใหม่และคอนโดจำนวนมาก โดยแหล่งข้อมูลหลายแห่งระบุว่า PVC เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับงานบัวพื้นเพราะน้ำหนักเบาและดูแลรักษาง่าย
เหมาะกับ:
- คอนโด
- บ้านทั่วไป
- พื้นที่ที่ต้องการดูแลง่าย
4.4 บัวพื้นไฟเบอร์ซีเมนต์
มีความแข็งแรง ทนชื้น และทนปลวกได้ดี เหมาะกับงานที่ต้องการความทนทานมากขึ้น แต่ลุคอาจดูแข็งกว่าแบบตกแต่งภายในบางสไตล์
เหมาะกับ:
- บ้านที่ต้องการเน้นความทน
- พื้นที่ใช้งานหนัก
- งานกึ่งภายใน / กึ่งภายนอกบางจุด
4.5 บัวพื้นโพลียูรีเทน
จุดเด่นของบัวโพลียูรีเทน
- ดีไซน์สวยและขึ้นลายได้คม
- น้ำหนักเบา
- เหมาะกับงานตกแต่งภายใน
- ใช้ได้ทั้งงานโมเดิร์นและ classic modern
- ภาพรวมดู premium กว่าบัวพื้นทั่วไปหลายแบบ
เหมาะกับ:
- บ้าน modern luxury
- บ้านที่ต้องการดีเทลสวย
- คนที่อยากให้บ้านดู “แพงขึ้น” อย่างชัดเจน
5.เลือกบัวพื้นยังไง เรื่องสี / ขนาด / วัสดุ
มี 3 วิธีที่นิยมมากที่สุด
5.1 สีเดียวกับผนัง
- ทำให้ห้องดูสะอาด เรียบ และ modern
- เหมาะกับบ้านมินิมอล
5.2 สีเดียวกับพื้น
- ทำให้ห้องดูต่อเนื่อง
- เหมาะกับคนที่อยากให้บัวไม่เด่นเกินไป
5.3 สีตัดกับพื้นและผนัง
- ทำให้บัวพื้นกลายเป็น “ดีเทลตกแต่ง”
- เหมาะกับบ้านที่อยากได้ลุคชัดขึ้น
6.วิธีติดตั้ง
- เตรียมพื้นผิวผนังและพื้นให้พร้อม
ควรทำความสะอาดบริเวณที่จะติดตั้งให้เรียบร้อย โดยพื้นผิวควรแห้ง สะอาด และไม่มีฝุ่นหรือคราบมัน เพื่อให้กาวหรือระบบยึดเกาะได้ดีขึ้น - วัดระยะก่อนเริ่มตัดบัว
วัดความยาวของผนังแต่ละด้านให้ครบ และควรเผื่อเศษสำหรับการตัดเข้ามุมหรือการเก็บงานประมาณ 5–10% - ตัดบัวเข้ามุมให้พอดี
จุดสำคัญของงานติดตั้งอยู่ที่การตัดมุม โดยเฉพาะ มุม 45 องศา หากตัดไม่คม หรือขนาดไม่พอดี รอยต่อจะดูไม่สวยและส่งผลต่อความเนี้ยบของงานทันที - ติดตั้งด้วยกาวหรือระบบยึดที่เหมาะสม
โดยทั่วไปนิยมใช้ กาวยึดติดสำหรับงานบัวพื้น หรือในบางกรณีอาจใช้ การยิงตะปูร่วมด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของบัวพื้นและพื้นผิวผนังปลายทาง - เก็บรอยต่อและเก็บสีให้เรียบร้อย
หลังติดตั้งเสร็จ ควรอุดรอยต่อ เก็บมุม และเก็บสีให้เรียบร้อย เพื่อให้งานออกมาดู seamless และช่วยให้บัวพื้นดูกลมกลืนกับห้องมากขึ้น
7.วิธีดูแลรักษา บัวพื้น
- เช็ดฝุ่นเป็นประจำ
- ใช้ผ้าหมาด ไม่ชุ่มน้ำเกินไป
- หลีกเลี่ยงแรงกระแทกหนัก
- เช็ดคราบทันทีเมื่อเลอะ
บัวพื้น ไม่ใช่แค่ชิ้นงานเล็ก ๆ ที่เอาไว้ปิดรอยต่อ แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้บ้านดูเรียบร้อย ดูมีดีไซน์ และดูสมบูรณ์ขึ้นอย่างชัดเจน ไม่ว่าคุณจะเลือกบัวพื้นไม้จริง บัวพื้น PVC หรือ บัวโพลียูรีเทน การเลือกให้เหมาะกับพื้นบ้าน สไตล์การตกแต่ง และลักษณะการใช้งานจริง จะช่วยให้ทั้งห้องดูดีขึ้นแบบที่สัมผัสได้ตั้งแต่แรกเห็น
หากคุณกำลังมองหา บัวโพลียูรีเทนคุณภาพดี หรือวัสดุตกแต่งภายในที่ช่วยให้งานออกมาสวยและดูมืออาชีพมากขึ้น วิวัฒน์ชัยค้าไม้ พร้อมช่วยให้คุณเลือกสินค้าได้เหมาะกับการใช้งานจริง ไม่ว่าจะเป็นงานบ้านพักอาศัย งานบิลต์อิน หรือโปรเจกต์ตกแต่งภายใน ด้วยประสบการณ์กว่า 50 ปี เราคัดสรรวัสดุคุณภาพ พร้อมให้คำแนะนำเพื่อให้งานตกแต่งของคุณออกมาสวยครบในทุกดีเทล
*สนใจบัวพื้น สอบถามสินค้าได้ที่นี่



