Home » Wood Flooring » Compound Wood Flooring » พื้นไม้คอมพาวด์คืออะไร? รู้จักโครงสร้าง คุณสมบัติ ชนิดวีเนียร์ และวิธีเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน
หลายคนกำลังมองหาพื้นไม้ที่ให้ความรู้สึกหรูหรา แต่ยังตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตแระจำวัน พื้นไม้คอมพาวด์ Compound Wood คือคำตอบที่ผสานความงามจากธรรมชาติ ความแข็งแรง และความคุ้มค่าในหนึ่งเดียว ก่อนตัดสินใจ ลองมาทำความเข้าใจโครงสร้าง คุณสมบัติ และพื้นที่การใช้งานที่เหมาะสมไปพร้อมกัน
-
SALE พื้นไม้คอมพาวด์ Boen Oak Smoked Marcato 110-1
฿4,800.00Original price was: ฿4,800.00.฿4,500.00Current price is: ฿4,500.00. -
SALE พื้นไม้คอมพาวด์ Boen Oak Arizona 106
฿4,800.00Original price was: ฿4,800.00.฿4,500.00Current price is: ฿4,500.00. -
SALE พื้นไม้คอมพาวด์ Boen Oak Andante 102
฿4,800.00Original price was: ฿4,800.00.฿4,500.00Current price is: ฿4,500.00. -
SALE พื้นไม้คอมพาวด์ Boen Oak Toscana 101
฿4,800.00Original price was: ฿4,800.00.฿4,500.00Current price is: ฿4,500.00.
1.พื้นไม้คอมพาวด์ (Compound Wood) คืออะไร
พื้นไม้คอมพาวด์ (Compound Wood) คือพื้นไม้จริงที่นำมาประกอบซ้อนกันหลายชั้น โดยชั้นบนสุดนิยมใช้วีเนียร์ไม้จริงคุณภาพสูงอย่างไม้โอ๊ค เพื่อโชว์ลวดลายธรรมชาติที่สวยงามและสามารถขัดเคลือบใหม่ได้เมื่อใช้งานไปนาน ชั้นกลางเสริมด้วยไม้จริงทั้งชิ้นเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความมั่นคงของโครงสร้าง ส่วนชั้นล่างใช้ไม้เนื้อแข็งเต็มแผ่นเป็นฐานรองรับ ช่วยเพิ่มเสถียรภาพ ป้องกันการโก่งงอ และยืดอายุการใช้งานของพื้นไม้โดยรวม ทำให้พื้นไม้คอมพาวด์เป็นทางเลือกที่ผสมผสานความสวยงามแบบไม้แท้เข้ากับความทนทานที่เหนือกว่าไม้จริงทั้งแผ่นเพียงชั้นเดียว ลวดลายเป็นเอกลักษณ์สามารถใช้งานได้หลายพื้นที่ในบ้าน *อ่านบทความ ทริคการทาสีห้องให้ดูกว้างยังไงได้ที่นี่
2.โครงสร้างของ พื้นไม้คอมพาวด์ (Compound Wood)
โครงสร้างของพื้นไม้คอมพาวด์ ยกตัวอย่างแบรนด์ BOEN จากประเทศนอร์เวย์ (Norway) แบรนด์พื้นไม้ชั้นนำของโลก
2.1 Top layer ผิวหน้าไม้จริง (ชั้นบนสุด)
ให้รูปลักษณ์ ลายไม้ และสัมผัสธรรมชาติ เป็นตัวกำหนด “โทนและสไตล์” ของพื้น เคลือบด้วยแลคเกอร์/ออยล์ UV-cured เพื่อต้านรอยขีดข่วน คราบ และรังสี UV สามารถซ่อมผิว/ทำสีซ้ำได้ (ขึ้นกับความหนาผิวหน้า) จึงยืดอายุการใช้งานได้ยาว
ผลต่อการใช้งาน: ยิ่งผิวหน้าหนากว่า ทนการขัดปรับสภาพซ้ำได้หลายรอบ เหมาะกับพื้นที่ใช้จริงหนักขึ้น
2.2 Middle layer แกนกลางไม้จริงวางสลับเสี้ยน (Core)
การวางสลับเสี้ยนลดการขยาย-หดตัวจากความชื้น/อุณหภูมิ จึงไม่โก่ง งอ หรือบิดตัวง่าย ทำให้กระจายแรงและรับน้ำหนัก เพิ่มความแข็งแรงเชิงโครงสร้าง เดินแน่น ไม่ยวบอีกทั้งรองรับระบบล็อก (5G click) ของ BOEN ทำให้ติดตั้งเร็ว ไม่ต้องใช้กาว และถอดเปลี่ยนได้สะดวก ช่วยให้ ใช้งานร่วมกับพื้นอุ่น (Underfloor heating) ได้ดีกว่าไม้จริงทั้งแผ่น เพราะกระจายความร้อนสม่ำเสมอ
ผลต่อการใช้งาน: แผ่นยาวและกว้างได้โดยยังคงเสถียรภาพ เหมาะทั้งบ้านพัก คอนโด และงานเชิงพาณิชย์
2.3 Bottom layer แผ่นสมดุล/แผ่นรองหลัง (Backing / Balance layer)
ป้องกันการแอ่น (cupping) หรือโก่ง (bowing) ซีลด้านหลัง ลดการรับความชื้นจากพื้นชั้นล่าง ช่วยให้อายุการใช้งานยาวขึ้น เป็นฐานรองรับเวลาล็อกแผ่น เพิ่มความแน่นของจุดประกบ ผลต่อการใช้งาน: พื้นนิ่ง เรียบ แนบสนิท ลดปัญหาร่อง เปิด หรือยกตัวเมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยน
3.ชนิดของไม้ที่นิยมใช้ในชั้นวีเนียร์ของ พื้นไม้คอมพาวด์ (Compound Wood)
- ไม้โอ๊ค (Oak) ทั้งแบบ Red Oak และ White Oak นิยมใช้มาก เพราะทนทาน มีลายไม้สวย และขัดเคลือบซ้ำได้หลายครั้ง
- ไม้เมเปิ้ล (Maple) ลายไม้สวยงาม สีอ่อน เหมาะกับงานโมเดิร์น มีความทนต่อรอยขูดขีดสูง
- ไม้วอลนัท (Walnut) สีเข้ม ลวดลายหรู เหมาะกับงานหรูหรา โดดเด่นทางด้านดีไซน์
- ไม้เชอร์รี่ (Cherry) สีแดงอ่อน (reddish‑brown) เมื่อใช้งานนานจะเข้มขึ้น มีความหรูหรา และให้ความรู้สึกอบอุ่น
- ไม้เบิร์ช (Birch) ลายละเอียด สีอ่อน ดูสะอาด เหมาะกับการตกแต่งสไตล์สแกนดิเนเวียน
- ไม้แอช (Ash) ลายไม้เด่น สีอ่อน และแข็งแรง ทนทาน เหมาะกับครอบครัวที่ใช้งานแน่นๆ
- ไม้พิเศษ/Exotic Wood เช่น Teak, Sapele, Rosewood, Iroko, Merbau ฯลฯ ให้ลายไม้ที่โดดเด่น มีความหรู และเหมาะกับงานระดับพรีเมียม
ตัวอย่างไม้ Exotic ที่นิยมใช้สำหรับวีเนียร์หน้า:
- Teak ทนต่อสภาพอากาศและน้ำได้ดี ถูกใช้มากในงานภายนอกและงานตกแต่งหรู
- Sapele เนื้อไม้มีประกาย มี tone สีอบอุ่น นิยมใช้ในงาน veneer พรีเมียม
- Anigre / Obeche (African whitewood) พื้นผิวเนียน สีเหลืองอ่อน ใช้ในงาน veneer และงานตกแต่งภายในระดับสูง
*หมายเหตุ : อ่านบทความ ชนิดวีเนียร์ของพื้นไมัคอมพาวด์ คลิกเลย!
4. คุณสมบัติของ พื้นไม้คอมพาวด์ (Compound Wood)
พื้นไม้คอมพาวด์มีคุณสมบัติเด่นที่ตอบโจทย์ทั้งความสวยงามและการใช้งานจริง เพราะทำจากไม้จริงหลายชั้นที่ถูกออกแบบให้มีความแข็งแรงและทนทานเป็นพิเศษ ช่วยลดการหดตัว-ขยายตัวกว่าไม้จริง มอบลวดลายและสัมผัสที่มีเอกลักษณ์เฉพาะไม้แท้ ช่วยให้พื้นที่ดูอบอุ่นและหรูหราในเวลาเดียวกัน อีกทั้งยังสามารถขัดและเคลือบผิวใหม่ได้เมื่อใช้งานไปนาน ๆ ทำให้พื้นดูเหมือนใหม่อยู่เสมอ การติดตั้งก็ง่าย สะดวก และรวดเร็วด้วยระบบล็อกสมัยใหม่ พร้อมทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพราะใช้ทรัพยากรไม้ได้อย่างคุ้มค่าและลดการสูญเปล่า ทำให้พื้นไม้คอมพาวด์เป็นตัวเลือกที่ทั้งสวย คุ้มค่า และยั่งยืน
5. วิธีดูแลรักษาของ พื้นไม้คอมพาวด์ (Compound Wood)
5.1 การทำความสะอาดประจำวัน
พื้นไม้คอมพาวด์ควรได้รับการดูแลด้วยการกวาดหรือดูดฝุ่นทุกวัน โดยเลือกใช้ไม้กวาดไมโครไฟเบอร์หรือเครื่องดูดฝุ่นหัวแปรงขนนุ่ม เพื่อป้องกันการเกิดรอยขีดข่วนจากฝุ่นหรือเม็ดทราย นอกจากนี้ควรรีบเช็ดคราบน้ำหรือคราบอาหารที่หกลงพื้นทันทีด้วยผ้านุ่มชุบน้ำหมาด ๆ และตามด้วยผ้าแห้ง เพื่อป้องกันความชื้นซึมเข้าสู่เนื้อไม้
5.2 การถูพื้นอย่างถูกวิธี
การถูพื้นไม้คอมพาวด์ควรทำแบบชื้นหมาด โดยใช้ไม้ถูพื้นไมโครไฟเบอร์และน้ำยาทำความสะอาดที่มีค่า pH เป็นกลาง ข้อควรระวังของพื้นไม้คอมพาวด์ หลีกเลี่ยงการใช้น้ำมากเกินไป รวมถึงการใช้อุปกรณ์ประเภทสตีมม็อปหรือไอน้ำ เพราะความร้อนและความชื้นสูงอาจทำให้พื้นไม้บวมและเสียรูปได้
5.3 การบำรุงผิวหน้าไม้
สำหรับพื้นไม้ที่เคลือบแลคเกอร์ ควรลงผลิตภัณฑ์ Refresher หรือ Polish ประจำทุก 6–12 เดือน เพื่อช่วยเติมเต็มรอยขีดข่วนเล็ก ๆ และคืนความเงางาม ส่วนพื้นไม้ผิวน้ำมันควรทำความสะอาดล้ำลึกด้วยน้ำยาสูตรเฉพาะ และทาน้ำมันบำรุงใหม่เป็นระยะ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการใช้งานหนักอย่างห้องนั่งเล่นหรือโถงทางเดิน
5.4 การจัดการคราบเฉพาะจุด
หากพบคราบสกปรก เช่น คราบน้ำมัน คราบอาหาร หรือหมากฝรั่ง ควรใช้วิธีทำความสะอาดแบบเฉพาะจุด เช่น ใช้น้ำยาล้างจานเจือจางสำหรับคราบมัน ใช้ถุงน้ำแข็งประคบคราบหมากฝรั่งก่อนขูดออกด้วยพลาสติก หรือใช้แอลกอฮอล์เช็ดรอยปากกา แต่ต้องทดสอบกับพื้นที่ซ่อนก่อนเสมอเพื่อไม่ให้พื้นเสียหาย
5.5 การซ่อมและรีเฟรชพื้นไม้
ในกรณีที่พื้นไม้มีรอยเฉพาะจุด สามารถใช้ wax repair หรือ putty ซ่อมแซมเล็กน้อยได้ แต่หากพื้นซีดหมองทั่วทั้งแผ่น ควรขัดผิวหน้าและเคลือบใหม่ทั้งพื้นที่ โดยพื้นไม้คอมพาวด์ที่มีชั้นวีเนียร์หนา 3 มม. ขึ้นไป สามารถขัดปรับสภาพและทำสีใหม่ได้หลายครั้งตลอดอายุการใช้งาน
6.พื้นที่การใช้งานของ พื้นไม้คอมพาวด์ (Compound Wood)
- พื้นที่อยู่อาศัย (บ้านและคอนโด)
- อาคารสูงและคอนโดมิเนียม
- พื้นที่เชิงพาณิชย์ (ร้านค้า คาเฟ่ โชว์รูม)
- พื้นที่ที่ไม่เหมาะสม : พื้นไม้คอมพาวด์ไม่เหมาะสำหรับห้องน้ำ พื้นที่กลางแจ้ง หรือบริเวณที่มีความชื้นสูงต่อเนื่อง เช่น ซาวน่า หรือห้องซักล้าง เนื่องจากไม้ไม่สามารถทนต่อการแช่น้ำหรือการสัมผัสความชื้นสูงตลอดเวลาได้ หากใช้ในพื้นที่เหล่านี้อาจเกิดการบวม โก่งงอ หรือเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ
*อ่านบทความ ไอเดียแต่งห้องด้วยพื้นไม้คอมพาวด์ ได้ที่นี่
7.คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ พื้นไม้คอมพาวด์
พื้นไม้คอมพาวด์คือวัสดุปูพื้นที่ออกแบบให้มีลุคและผิวสัมผัสใกล้เคียงพื้นไม้จริง แต่มีโครงสร้างหลายชั้นเพื่อเพิ่มความเสถียรและความทนทานในการใช้งาน คือพื้นไม้จริงที่นำมาประกอบซ้อนกันหลายชั้น โดยชั้นบนสุดนิยมใช้วีเนียร์ไม้จริงคุณภาพสูง ชั้นกลางเสริมด้วยไม้จริงทั้งชิ้นเพื่อเพิ่มความแข็งแรง โครงสร้างส่วนชั้นล่างใช้ไม้เนื้อแข็งเต็มแผ่นเป็นฐานรองรับ ช่วยเพิ่มเสถียรภาพ
คือพื้นไม้จริงที่นำมาประกอบซ้อนกันหลายชั้น โดยชั้นบนสุดนิยมใช้วีเนียร์ไม้จริงคุณภาพสูง ชั้นกลางเสริมด้วยไม้จริงทั้งชิ้นเพื่อเพิ่มความแข็งแรง โครงสร้างส่วนชั้นล่างใช้ไม้เนื้อแข็งเต็มแผ่นเป็นฐานรองรับ ช่วยเพิ่มเสถียรภาพ
พื้นไม้คอมพาวด์มีโครงสร้างหลายชั้นที่ช่วยให้พื้นเสถียรกว่าไม้จริงทั้งแผ่น ส่วนพื้นไม้จริงผลิตจากไม้ธรรมชาติทั้งชิ้นและให้ความเป็นไม้แท้สูงกว่า
พื้นไม้คอมพาวด์เด่นเรื่องลายไม้สวย เสถียรภาพดี เดินสบาย และให้ภาพลักษณ์พรีเมียมใกล้เคียงพื้นไม้จริง
วีเนียร์ของพื้นไม้คอมพาวด์มีหลายชนิด เช่น Oak, Walnut, Ash, ไม้สัก,ไม้เมเปิ้ล, ไม้บีช, ไม้เชอร์รี่ และไม้ธรรมชาติชนิดอื่น ๆ ตามดีไซน์ของแต่ละรุ่น
พื้นไม้คอมพาวด์เหมาะกับพื้นที่ภายใน เช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน ห้องรับแขก คอนโด และพื้นที่พักอาศัยที่ต้องการความสวยแบบพื้นไม้จริง
พื้นไม้คอมพาวด์ทนความชื้นได้ดีกว่าไม้จริงบางประเภท แต่ไม่ได้กันน้ำ 100% หากมีน้ำหกควรรีบเช็ดให้แห้งทันที และไม่ควรปล่อยให้น้ำขังหรือซึมเข้ารอยต่อเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้ชั้นไม้บวม เสียรูป หรือผิววีเนียร์เสียหายได้
ข้อดีของพื้นไม้คอมพาวด์คือให้ลายไม้จริง ดูพรีเมียม เสถียรกว่าไม้จริงทั้งแผ่น และเหมาะกับงานตกแต่งภายในหลายสไตล์ ส่วนข้อควรระวังคือยังต้องดูแลเรื่องความชื้น รอยขีดข่วน และไม่ควรใช้ในพื้นที่เปียกหรือกลางแจ้ง หากเลือกติดตั้งไม่ถูกวิธีหรือพื้นเดิมไม่เรียบ อาจเกิดเสียง รอยต่อ หรือพื้นยวบได้
ควรเลือกพื้นไม้คอมพาวด์จากชนิดวีเนียร์ ความหนาของชั้นผิวไม้ โครงสร้างแกนกลาง ระบบติดตั้ง ผิวเคลือบ สีลายไม้ และพื้นที่ใช้งานจริง หากต้องการพื้นใช้งานระยะยาว ควรเลือกวัสดุที่มีชั้นผิวคุณภาพดี ผิวเคลือบทนรอย และติดตั้งโดยทีมช่างที่เข้าใจระบบพื้นไม้ เพื่อให้พื้นสวยและใช้งานได้ยาวนาน
ควรดูแลพื้นไม้คอมพาวด์ด้วยการกวาดหรือดูดฝุ่นเป็นประจำ ใช้ผ้าหมาดเช็ด และหลีกเลี่ยงน้ำขังบนพื้น
VK Floor เป็นตัวเลือกสำหรับลูกค้าในกรุงเทพฯ ที่ต้องการพื้นไม้คอมพาวด์ พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ และพื้นไม้จริงคุณภาพ พร้อมคำแนะนำเรื่องสี ลายไม้ โครงสร้าง และการติดตั้งตามหน้างานจริง
ปัญหาที่พบบ่อยคือพื้นบวม โก่ง รอยต่อแยก ผิวเป็นรอย หรือสีเปลี่ยน หากติดตั้งผิดวิธีหรือใช้งานในพื้นที่ชื้นเกินไป สาเหตุหลักมักมาจากพื้นเดิมไม่เรียบ ความชื้นสะสม ไม่เว้นระยะขยายตัว หรือเลือกวัสดุไม่เหมาะกับพื้นที่ใช้งาน จึงควรตรวจหน้างานก่อนติดตั้ง และดูแลไม่ให้น้ำขังบนพื้นไม้
พื้นไม้ Boen จาก VK Floor เป็นตัวเลือกพรีเมียมสำหรับผู้ที่ต้องการพื้นไม้จริงสลับชั้นคุณภาพสูงจากยุโรป จุดเด่นคือใช้วีเนียร์ไม้จริงหนาประมาณ 3.5 มม. แผ่นไม้ขนาดใหญ่ยาวประมาณ 2.2–4 เมตร ให้ลุคหรูและเป็นธรรมชาติ พร้อมมาตรฐานยุโรปด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม รวมถึงใช้ไม้จากป่าปลูกที่มีมาตรฐาน FSC เหมาะกับบ้าน คอนโด และโครงการที่ต้องการพื้นไม้คุณภาพระดับสูง
สามารถทำได้ด้วยตัวเองโดยการเตรียมพื้นที่ให้เรียบ วางโครงตงให้ได้ระดับ ยึดแผ่นไม้ด้วยคลิปล็อก และเว้นระยะห่างสำหรับการขยายตัว
พื้นไม้คอมพาวด์ Boen สีที่ได้รับความนิยมคือโทนไม้โอ๊คธรรมชาติ น้ำตาลอบอุ่น น้ำตาลเข้ม และโทนเบจอ่อน เพราะให้ความรู้สึกหรู อบอุ่น และเข้ากับบ้านสมัยใหม่ได้ง่าย โดยรุ่นที่น่าสนใจ ได้แก่ Boen Oak Smoked Marcato 110-1 โทนน้ำตาลเข้มสุขุม , Boen Oak Arizona 106 โทนเบจเทาอ่อน , Boen Oak Andante 102 โทนโอ๊คธรรมชาติอบอุ่น และ Boen Oak Toscana 101 โทนน้ำตาลทองคลาสสิก ให้บรรยากาศพรีเมียมแบบพื้นไม้จริงจากยุโรป
พื้นไม้คอมพาวด์ เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้ง ความทนทาน และ ความหรูหรา ในเวลาเดียวกัน เพราะมีโครงสร้างหลายชั้นที่แข็งแรง ลดการโก่งงอ ใช้งานได้ยาวนาน ขณะเดียวกันก็ยังคงความสวยงามแบบไม้แท้ที่ให้บรรยากาศอบอุ่นและดูมีระดับ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพื้นไม้ที่ทั้งใช้งานจริงได้ดี สร้างบรรยากาศภายในห้อง นอนอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ? และช่วยยกระดับสไตล์บ้านหรือคอนโดให้ดูหรูหราเหนือมาตรฐานทั่วไป
ref : https://kitchencabinetkings.com/glossary/composite-wood/








