Home » Wood Flooring » Engineered Wood Flooring » พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ (Engineered Wood) คืออะไร? รู้จักวัสดุปูพื้นไม้จริงที่ตอบโจทย์บ้านยุคใหม่
-
SALE พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ Imondi (Adison)
฿3,900.00Original price was: ฿3,900.00.฿3,600.00Current price is: ฿3,600.00. -
SALE พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ Imondi (Walnut Nature)
฿3,900.00Original price was: ฿3,900.00.฿3,600.00Current price is: ฿3,600.00. -
SALE พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ Imondi (Milton)
฿3,900.00Original price was: ฿3,900.00.฿3,600.00Current price is: ฿3,600.00. -
SALE พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ Imondi (Pamplona)
฿3,900.00Original price was: ฿3,900.00.฿3,600.00Current price is: ฿3,600.00.
พื้นไม้ เป็นองค์ประกอบสำคัญของบ้านและอาคารที่ส่งผลต่อทั้งความสวยงาม บรรยากาศ และความสะดวกสบายในการอยู่อาศัย ในปัจจุบัน พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ (Engineering Wood) กลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมที่ได้รับความสนใจจากเจ้าของบ้าน นักออกแบบ และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากสามารถมอบ ความรู้สึกของไม้ธรรมชาติ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมเสริม ความแข็งแรงและทนทาน ที่เหนือกว่าไม้จริงในหลายด้าน ด้วยโครงสร้างแบบหลายชั้น พื้นไม้เอ็นจิเนียร์สามารถลดปัญหาการขยายตัวและบิดงอจากความชื้นและอุณหภูมิได้ดีขึ้น ติดตั้งง่าย ดูแลรักษาสะดวก และยังมีเฉดสีและพื้นผิวให้เลือกหลากหลาย ทำให้เหมาะกับทุกสไตล์การตกแต่ง ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักอาศัย คอนโด หรือพื้นที่เชิงพาณิชย์
1.พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ (Engineered wood) คืออะไร
คือวัสดุปูพื้นที่ประกอบด้วยชั้นบนเป็นไม้จริง (veneer) ซึ่งเป็นแผ่นไม้แท้ ไม้ชั้นนี้จะเป็นส่วนที่แสดงลวดลายและสีสันธรรมชาติของไม้ เช่น ไม้โอ๊ค ไม้เมเปิ้ล หรือไม้สัก มอบสัมผัสและรูปลักษณ์เหมือนพื้นไม้จริง 100% ส่วนแกนกลางของ พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ จะทำจากแผ่นไม้อัดหลายชั้น (plywood) ที่วางสลับทิศทางของเสี้ยนไม้ในแต่ละชั้น หรือใช้แผ่นใยไม้อัดความหนาแน่นสูง (HDF) เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและลดการยืดหดตัวจากความชื้นและอุณหภูมิ สนใจสินค้าพื้นไม้เอ็นจิเนียร์คลิกที่นี่
2.โครงสร้างของ พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ (Engineered wood)
ภาพนี้แสดง โครงสร้าง พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ของแบรนด์ Imondi ซึ่งประกอบด้วย
-White Oak Veneer (3 mm) : ผิวหน้า ทำมาจาก ไม้ไวท์โอ๊ค ซึ่งมีความแข็งแรงกว่า ไม้โอ็คปกติ และ หนาถึง 3 มิลลิเมตร จึงให้สัมผัสเป็น ไม้จริง แต่ แข็งแรงมากกว่า มากไปกว่านั้นยังทำให้ Imondi สามารถทำสีได้หลากหลาย และสีสันสวยงาม
-Muti-Layer Plywood (11 mm) : แกนกลาง ทำมาจากไม้อัดสลับชั้น สลับเสี้ยน เพื่อลดการขยายตัว และ เพิ่มความแข็งแรงของพื้นไม้ *อ่านบทความ เกรดของพื้นเอ็นจิเนียร์ ได้ที่นี่
3. คุณสมบัติของ พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ (Engineered wood)
1.ให้สัมผัสไม้จริง : ผิวหน้าทำจากไม้จริง 100% เป็นวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สัมผัสได้ถึงลายไม้และผิวสัมผัสที่อบอุ่นเป็นธรรมชาติ
2.ลวดลายไม้เฉพาะตัวเป็นธรรมชาติ : ทุกแผ่นมีลวดลายไม่ซ้ำกัน เพราะใช้ไม้จริงแต่ละชิ้นแบบไม่ทำซ้ำ
3.ขัดผิวหน้าและทำสีใหม่ได้ : รุ่นที่มีชั้น veneer หนา สามารถขัดและเปลี่ยนสีได้หลายครั้ง เหมือนไม้แท้
4.แข็งแรง ทนทาน โก่งตัวน้อย : โครงสร้างไม้อัดสลับเสี้ยนเพิ่มความเสถียร ทนต่อแรงกระแทกและการยืดหด
5.คุ้มค่า : ราคาย่อมเยากว่าไม้แท้แบบแผ่นตัน แต่ให้ภาพลักษณ์และความรู้สึกที่ใกล้เคียงกัน สามารถดูบทความ พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ VS พื้นไม้จริง ได้ที่นี่เลย
4. ข้อควรระวัง ของ พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ (Engineered Wood)
4.1 ขัดพื้นใหม่ได้น้อยกว่าไม้จริง
- หากชั้นไม้แท้ (Top Layer) มีความหนาน้อย อาจขัดพื้นใหม่ได้เพียง 1-2 ครั้ง
- ไม้จริงสามารถขัดและทำสีใหม่ได้หลายครั้งกว่า
4.2 ไม่สามารถใช้ในพื้นที่เปียกชื้นมาก ๆ
- แม้จะทนต่อความชื้นได้ดีกว่าไม้จริง แต่ไม่สามารถใช้งานในห้องน้ำ หรือพื้นที่ที่มีน้ำขังได้
- ควรหลีกเลี่ยงการใช้ในพื้นที่ภายนอกอาคาร
4.3 คุณภาพขึ้นอยู่กับแบรนด์และกระบวนการผลิต
- พื้นไม้เอ็นจิเนียร์จากแบรนด์ที่ไม่มีมาตรฐานอาจใช้แกนกลางที่ไม่แข็งแรง
4.4 มีอายุการใช้งานสั้นกว่าไม้จริงบางประเภท
- ไม้จริงที่มีการดูแลดีสามารถใช้งานได้นานกว่า 50 ปีขึ้นไป
- พื้นไม้เอ็นจิเนียร์มีอายุการใช้งานเฉลี่ยประมาณ 20-30 ปี
*อ่านบทความ 5 ข้อผิดพลาดที่มักเกิดกับพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ได้ที่นี่
5.พื้นที่ที่เหมาะกับ พื้นไม้เอ็นจิเนียร์
พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ (Engineered Wood Flooring) คือทางเลือกที่ลงตัวสำหรับบ้านที่ใส่ใจทั้งเรื่องดีไซน์และฟังก์ชัน ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขก พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่น เรียบหรู และดูเป็นธรรมชาติอย่างมีระดับ ส่วนในห้องนอน พื้นไม้ชนิดนี้ให้สัมผัสที่นุ่มนวล ช่วยเสริมความผ่อนคลายให้การพักผ่อนเต็มอิ่มมากยิ่งขึ้น สำหรับห้องทำงานหรือห้องอ่านหนังสือ พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ช่วยลดเสียงสะท้อน มอบความเงียบสงบเหมาะกับการจดจ่ออย่างมีสมาธิ พื้นที่โถงทางเดินภายในบ้านซึ่งต้องรองรับการเดินผ่านบ่อยครั้งก็อุ่นใจได้ ด้วยโครงสร้างหลายชั้นที่ออกแบบมาให้มีความแข็งแรง และหากเป็นพื้นที่ชั้นบนของบ้านหรือคอนโดมิเนียม พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ถือว่าตอบโจทย์ เพราะมีน้ำหนักเบากว่าพื้นไม้ Solid Wood แต่ยังคงไว้ซึ่งลุคหรูและความทนทานอย่างมืออาชีพในงานตกแต่งระดับพรีเมียม บทความ พื้นที่การใช้งานของพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ อย่างละเอียดคลิกที่นี่
6.พื้นที่ที่ไม่แนะนำให้ใช้พื้น Engineered Wood
แม้ พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ( Engineered Wood ) จะทนต่อความชื้นได้ดีกว่าไม้จริง แต่ก็ไม่เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีความชื้นสูงตลอดเวลา เช่น ห้องน้ำ ห้องซักรีด หรือพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดน้ำซึมซ้ำ ๆ ลงบนพื้น เพราะอาจทำให้เกิดการบวมหรือเสียรูปได้ในระยะยาว รวมถึงพื้นที่กลางแจ้งอย่างระเบียงหรือชานบ้านที่ต้องเผชิญแดดฝนโดยตรง ซึ่งควรเลือกวัสดุที่ออกแบบมาสำหรับการใช้งานภายนอกโดยเฉพาะเพื่อความปลอดภัยและอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า
7. 5 ชนิดไม้ที่นิยมใช้ทำ Veneer ใน Engineered Woo
1. ไม้ไวท์โอ๊ค (White Oak)
- ลายไม้: ลายตรง สม่ำเสมอ ดูคลาสสิก
- จุดเด่น: แข็งแรง ทนต่อการใช้งานหนัก ติดสีและเคลือบผิวได้สวยงาม เหมาะกับสไตล์โมเดิร์น-สแกนดิเนเวียน
*อ่านบทความ พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ทำมาจากไม้อะไรบ้าง? ได้ที่นี่
2. ไม้สัก (Teak)
- ลายไม้: ลายพริ้วธรรมชาติ มีน้ำมันในเนื้อไม้
- จุดเด่น: ทนความชื้น ทนปลวกได้ดีตามธรรมชาติ มีความหรูหราในตัว เหมาะกับบ้านสไตล์วินเทจหรือทรอปิคอล
3. ไม้วอลนัท (Walnut)
- ลายไม้: ลายโค้ง พริ้ว และมีมิติ
- จุดเด่น: ให้ความรู้สึกหรูหรา ลุ่มลึก เหมาะกับบ้านหรือพื้นที่ที่ต้องการความพรีเมียมแบบร่วมสมัย
4. ไม้แอช (Ash)
- ลายไม้: ลายตรงชัดเจน คล้ายโอ๊ค แต่สว่างกว่า
- จุดเด่น: ให้ลุคอบอุ่น สว่าง โปร่ง เหมาะกับบ้านสไตล์มินิมอลหรือญี่ปุ่น
5. ไม้เรดโอ๊ค (Red Oak)
- ลายไม้: ลายเปิดชัดเจน เส้นใยเด่น
- จุดเด่น: ให้ความรู้สึกอบอุ่น เข้มขรึม นิยมใช้ในงานตกแต่งแบบอเมริกันคลาสสิกหรือลอฟต์
นอกจากจะมีวีเนียร์จากไม้แท้ให้เลือกหลากหลายพร้อมมีลายไม้อย่างเป็นเอกลักษณ์แล้ว ยังมี โทนสีของพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ที่ให้ทุกความต้องการและหลากสไตล์ คลิกที่นี่เลย!
8.ขั้นตอนการติดตั้ง พื้นไม้เอ็นจิเนียร์
Step 1: เตรียมพื้นผิว (Subfloor Preparation)
- ตรวจสอบให้พื้นเดิมเรียบ สะอาด และแห้งสนิท
- หากพื้นไม่เรียบ ควรปรับระดับด้วยปูนปรับระดับหรือแผ่นรอง
Step 2: ปูแผ่นรองพื้น (Underlay Installation)
- ปูแผ่นรองพื้นชนิดโฟม/โฟมกันเสียง/กันชื้น ตามความเหมาะสม
- สำคัญสำหรับการติดตั้งแบบลอยตัว (Floating Floor)
Step 3:ทากาวและติดตั้ง
- ใช้เทคนิคทากาวก่อนติดตั้ง เพื่อให้พื้นไม้ยึดติดแน่น
Step 4: ตัดแต่งและปรับขอบ (Trimming & Edge Finishing)
- ใช้เลื่อยตัดแต่งแผ่นปลายให้พอดีกับขนาดห้อง
- ใส่บัวพื้นหรือขอบไม้ (Skirting/Quarter Round) เพื่อปิดรอยห่างระหว่างพื้นกับผนัง
5Step 5: ตรวจสอบและทำความสะอาด
- ตรวจสอบความเรียบร้อยของรอยต่อ ความแน่นของแต่ละแผ่น
- ทำความสะอาดด้วยผ้าแห้งหรือผ้าชุบน้ำหมาด ๆ ก่อนใช้งาน
*อ่านบทความ ติดตั้งพื้นไม้เอ็นจิเนียร์แบบไหนได้บ้าง? ได้ที่นี่
9.พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ปูทับพื้นเดิมได้ไหม?
พื้นไม้เอ็นจิเนียร์สามารถปูทับพื้นเดิมได้ในหลายกรณี ทำให้เหมาะมากสำหรับงานรีโนเวทที่ต้องการความรวดเร็วและเลี่ยงการรื้อพื้นเก่า พื้นเดิมเพียงต้องมีความเรียบ แน่น ไม่ยุบ และไม่มีความชื้นสะสมเกินมาตรฐาน หากเป็นพื้นกระเบื้องก็สามารถปูทับได้เช่นกัน ตราบใดที่กระเบื้องไม่แตกหรือเป็นแอ่ง การใช้โฟมรองพื้นจะช่วยลดเสียง รองรับแรงกระแทก และปรับระดับเล็กน้อย ทำให้เดินแล้วรู้สึกนุ่มขึ้น ทั้งยังช่วยยืดอายุของแผ่นไม้เอ็นจิเนียร์ โดยรวมแล้วเป็นตัวเลือกที่ทำให้บ้านสวยขึ้นได้เร็ว ไม่เลอะเทอะ และไม่ต้องเสียเวลาในการรื้อพื้นเก่าออก
10.วิธีดูแลพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ให้สวยเหมือนใหม่
- กวาดหรือดูดฝุ่นเป็นประจำ ลดการสะสมของฝุ่นที่อาจขีดข่วนผิวไม้
-
ใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เท่านั้น หลีกเลี่ยงผ้าน้ำเปียกเพราะอาจทำให้ผิวไม้บวม
-
ติดแผ่นรองขาเฟอร์นิเจอร์ (Felt Pad) ป้องกันรอยขีดข่วนขณะเลื่อน
-
ห้ามใช้น้ำยาที่มีกรด/ด่างแรง เพราะอาจทำลายผิวเคลือบของไม้
-
เช็ดน้ำทันทีเมื่อมีน้ำหก ไม่ปล่อยให้น้ำขังหรือซึมลงร่องไม้
-
หลีกเลี่ยงแดดจัดโดยตรง ใช้ผ้าม่านหรือฟิล์มกันแดดลดการซีดจาง
-
งดใช้สครับแข็งหรือแผ่นขัดหยาบ เพราะจะทำลายผิวหน้าไม้
-
ใช้พรมซับรองจุดที่มีการเดินเยอะ เช่น หน้าประตูหรือโถงเชื่อม เพื่อยืดอายุพื้น
-
ตรวจสภาพรอยต่อเป็นระยะ หากมีการยกตัวหรือร่องเปิด ให้ช่างเข้าตรวจแก้ก่อนลุกลาม
*อ่านบทความ วิธีดูแลพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ได้ที่นี่
11.สรุปตารางเปรียบเทียบ พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ vs พื้นลามิเนต
| หัวข้อ | พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ (Engineered Wood) | พื้นลามิเนต (Laminate) |
| วัสดุ | ไม้จริงด้านบน + แผ่นไม้จริงลายชั้น | HDF + ผิวลายพิมพ์ |
| ความสวยงาม | สวยเหมือนไม้จริง 100% ลายไม่ซ้ำ | ลายพิมพ์เหมือนไม้ ราคาคุ้มค่า |
| ความทนทาน | ทนกว่าพื้นไม้จริง | ทนรอยขีดข่วนดี แต่กันชื้นจำกัด |
| สัมผัสเวลาเดิน | ให้ฟีลไม้จริง นุ่ม อบอุ่น | เดินแข็งกว่า มีเสียงดังกว่าเล็กน้อย |
| อายุการใช้งาน | 15–25 ปี | 10–15 ปี |
| ราคา | สูงกว่า | ประหยัดกว่า เหมาะกับรีโนเวทงบจำกัด |
สามารถอ่านบทความ พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ vs พื้นลามิเนต: ต่างกันอย่างไร? เพิ่มเติมได้ที่นี่
พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ คือ พื้นไม้ที่เจ้าของบ้านเลือกใช้ เป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับคนที่ชื่นชอบเสน่ห์ของไม้แท้ แต่ต้องการความทนทานและดูแลรักษาง่ายในแบบที่เหมาะกับบ้านสมัยใหม่ ด้วยโครงสร้างที่ถูกออกแบบมาอย่างมีระบบ อีกทั้งยังมีหลากหลายลวดลาย สี และเกรดไม้ให้เลือก เพื่อตอบโจทย์ทุกสไตล์การตกแต่งภายใน ไม่ว่าคุณจะสร้างบ้านใหม่ รีโนเวทคอนโด หรือออกแบบโครงการบ้านระดับพรีเมียม พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ถือเป็นวัสดุปูพื้นที่คุ้มค่าและมีคุณภาพระดับสูง ทั้งในแง่ของฟังก์ชัน ความงาม และอายุการใช้งานระยะยาว หากคุณกำลังมองหาพื้นไม้ที่ “ให้ความรู้สึกเหมือนไม้จริง แต่เหนือกว่าในแง่ของการใช้งาน” พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ คือคำตอบที่ลงตัวที่สุดในยุคนี้
ref : https://www.ukflooringdirect.co.uk/blogs/flooring-advice/what-is-engineered-flooring
12.คำถามที่พบบ่อย
พื้นไม้เอ็นจิเนียร์คือพื้นไม้ที่มีชั้นผิวหน้าทำจากไม้จริง และมีโครงสร้างด้านล่างเป็นไม้หลายชั้นเพื่อเพิ่มความเสถียรของแผ่นพื้น ทำให้ได้ความสวยของไม้จริง แต่ลดปัญหาการบิด โก่ง หด หรือขยายตัวได้ดีกว่าพื้นไม้จริงทั้งแผ่น เหมาะกับบ้าน คอนโด ห้องนอน ห้องนั่งเล่น และพื้นที่ที่ต้องการความพรีเมียมแบบไม้ธรรมชาติ
พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ใช้ไม้จริงเป็นชั้นผิวหน้า แต่มีโครงสร้างหลายชั้นด้านล่างเพื่อช่วยให้พื้นนิ่งกว่าไม้จริงทั้งแผ่น ส่วนพื้นไม้จริงผลิตจากไม้ทั้งชิ้น จึงให้ความเป็นธรรมชาติสูงมาก แต่มีโอกาสหด ขยาย บิด หรือโก่งตามความชื้นได้มากกว่า พื้นไม้เอ็นจิเนียร์จึงเหมาะกับบ้านยุคใหม่ที่ต้องการลุคไม้จริงแต่ดูแลง่ายขึ้น
พื้นไม้เอ็นจิเนียร์โดยทั่วไปประกอบด้วยชั้นไม้จริงด้านบน ชั้นแกนไม้หรือไม้อัดคุณภาพ และชั้นรองด้านล่างเพื่อเพิ่มความแข็งแรง ชั้นไม้จริงด้านบนช่วยให้เห็นลายไม้แท้ ส่วนโครงสร้างหลายชั้นช่วยลดการเคลื่อนไหวของไม้ ทำให้พื้นมีความเสถียร เหมาะกับงานตกแต่งภายในที่ต้องการพื้นไม้จริงแต่ต้องการลดปัญหาจากความชื้นและอุณหภูมิ
ข้อดีของพื้นไม้เอ็นจิเนียร์คือสวยเหมือนไม้จริง สัมผัสพรีเมียม มีเสถียรภาพดี และเหมาะกับบ้านสมัยใหม่มากกว่าพื้นไม้จริงในบางสภาพแวดล้อม
ข้อควรระวังของพื้นไม้เอ็นจิเนียร์คือไม่ควรโดนน้ำขังหรือความชื้นสูงต่อเนื่อง และราคามักสูงกว่าพื้นลามิเนตหรือ SPC แม้จะเสถียรกว่าไม้จริง แต่ยังมีชั้นผิวเป็นไม้จริง จึงควรดูแลเรื่องความชื้น รอยขีดข่วน และการเคลือบผิว หากใช้งานผิดพื้นที่หรือปล่อยให้น้ำซึมตามรอยต่อ อาจทำให้พื้นเสียหายได้
พื้นไม้เอ็นจิเนียร์เหมาะกับพื้นที่ภายในที่ต้องการความสวยพรีเมียม เช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน โถงบ้าน และคอนโด
พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ทนความชื้นได้ดีกว่าพื้นไม้จริงบางประเภท แต่ไม่ได้กันน้ำ 100% หากมีน้ำหกควรรีบเช็ดให้แห้งทันที และไม่ควรปล่อยให้น้ำขังบนพื้นหรือซึมเข้ารอยต่อเป็นเวลานาน หากต้องการใช้ในพื้นที่เสี่ยงน้ำมาก ควรพิจารณาพื้น SPC หรือพื้นไวนิลแทน
พื้นไม้เอ็นจิเนียร์บางรุ่นสามารถขัดและทำสีใหม่ได้ ขึ้นอยู่กับความหนาของชั้นไม้จริงด้านบน หากชั้น Wear Layer หรือชั้นไม้จริงหนาพอ สามารถขัดปรับผิวและเคลือบใหม่ได้ในอนาคต แต่ถ้าชั้นไม้จริงบางมาก อาจขัดได้จำกัดหรือไม่ควรขัดลึก ควรเช็กสเปกสินค้าก่อนเลือกซื้อ
ควรเลือกพื้นไม้เอ็นจิเนียร์จากชนิดไม้จริงด้านหน้า ความหนาชั้นไม้จริง โครงสร้างแกนไม้ ระบบติดตั้ง ผิวเคลือบ และพื้นที่ใช้งานจริง หากต้องการใช้งานระยะยาว ควรเลือกพื้นไม้ที่มีโครงสร้างนิ่ง ผิวเคลือบทนรอย และความหนาเหมาะสมกับการใช้งาน เพื่อให้พื้นสวยและดูแลได้ง่ายขึ้น
ควรดูแลพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ด้วยการกวาดหรือดูดฝุ่นเป็นประจำ ใช้ผ้าหมาดเช็ด และหลีกเลี่ยงน้ำขังบนพื้น ควรติดแผ่นรองใต้ขาเฟอร์นิเจอร์ ไม่ลากของหนักบนพื้น และควบคุมความชื้นภายในห้องให้เหมาะสม เพื่อช่วยลดรอย ลดการบวม และรักษาผิวไม้ให้สวยนาน
พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ Imondi จาก VK Floor เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับบ้านยุคใหม่ เพราะให้ผิวสัมผัสไม้จริง สวยพรีเมียม และเหมาะกับงานตกแต่งภายใน
พื้นไม้เอ็นจิเนียร์มีราคาเฉลี่ยประมาณ 1,380–1,800 บาท/ตร.ม. รวมติดตั้ง ขึ้นอยู่กับชนิดไม้ รุ่นสินค้า และสภาพหน้างาน
VK Floor เป็นตัวเลือกสำหรับลูกค้าในกรุงเทพที่ต้องการพื้นไม้เอ็นจิเนียร์คุณภาพดี เช่น Imondi พร้อมคำแนะนำเรื่องสี ลายไม้ ความหนา และการติดตั้งตามหน้างานจริง
ควรเลือกผู้จำหน่ายที่มีทั้งสินค้าและทีมติดตั้ง เพราะพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ต้องอาศัยการเตรียมพื้นเดิมและการติดตั้งที่ถูกวิธี โดย VK Floor มีบริการให้คำแนะนำและติดตั้งพื้นไม้เอ็นจิเนียร์สำหรับบ้าน คอนโด และงานโครงการ ช่วยลดปัญหาพื้นยวบ รอยต่อไม่เรียบ หรือพื้นเสียหายหลังติดตั้ง
รอยขีดข่วนเล็กน้อยบนพื้นไม้เอ็นจิเนียร์สามารถแก้ด้วยชุดซ่อมสีไม้ แว็กซ์ซ่อมพื้น หรือปากกาแต้มสีที่ใกล้เคียงกับพื้นเดิมได้








