แลคเกอร์ คือหนึ่งในระบบเคลือบผิวที่ได้รับความนิยมสูงในงานไม้ เฟอร์นิเจอร์ และอุตสาหกรรมต่าง ๆ เนื่องจาก แลคเกอร์ ให้ฟิล์มที่แห้งไว โปร่งใส เงางาม และช่วยปกป้องพื้นผิวได้ดี หากคุณกำลังค้นหาข้อมูลว่า แลคเกอร์ คืออะไร, แลคเกอร์มีกี่ประเภท, วิธีผสมแลคเกอร์อย่างไร, หรือ แลคเกอร์กับยูรีเทนต่างกันอย่างไร บทความนี้จะเจาะลึกทุกมิติของ แลคเกอร์ ตั้งแต่โครงสร้างการทำงาน คุณสมบัติ การใช้งานจริง ไปจนถึงความปลอดภัยและการดูแลอย่างมืออาชีพ เพื่อให้คุณเลือกใช้ แลคเกอร์ ได้ถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก
1.แลคเกอร์คืออะไร? ทำงานอย่างไร
แลคเกอร์ เป็นสารเคลือบผิวชนิดหนึ่งที่อยู่ในรูปของเหลว และอาศัยตัวทำละลาย (Solvent) ในการทำให้เนื้อเรซินกระจายตัว เมื่อทา แลคเกอร์ ลงบนพื้นผิว ตัวทำละลายจะระเหยออกไปอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงฟิล์มแห้งของ แลคเกอร์ ที่ยึดเกาะติดกับวัสดุ
คุณสมบัติหลักของการทำงานของ แลคเกอร์ ได้แก่:
แห้งเร็ว
ฟิล์มบาง โปร่งใส
เห็นลายไม้ชัดเจน
ขัดแต่งซ้ำได้ง่าย
ซ่อมแซมเฉพาะจุดได้
ช่วยป้องกันรอยขีดข่วนในงานไม้ระดับเบา–ปานกลาง โดยฟิล์มของแลคเกอร์จะทำหน้าที่เป็นชั้นป้องกันผิวไม้จากแรงเสียดสี การกระแทกเล็กน้อย และการเสียดสีกับของใช้ประจำวัน เช่น แก้วน้ำ หนังสือ หรืออุปกรณ์บนโต๊ะ
2.ประเภทของแลคเกอร์
แลคเกอร์มีหลายประเภท สามารถแบ่งออกได้หลายประเภทตามลักษณะฟิล์มและการใช้งาน
2.1 แลคเกอร์ชนิดเงา (Gloss Lacquer)
ให้ความเงาสูง
เหมาะกับเฟอร์นิเจอร์โชว์ลายไม้
เพิ่มความหรูหรา
2.2 แลคเกอร์ชนิดด้าน (Matt Lacquer)
ฟิล์มเนียน ไม่สะท้อนแสงมาก
เหมาะกับงานโมเดิร์น มินิมอล
2.3 แซนดิ้งซีลเลอร์ (Sanding Sealer)
รองพื้นก่อนทาแลคเกอร์จริง
ช่วยอุดเสี้ยนไม้
2.4 แลคเกอร์อุตสาหกรรม
ใช้ในงานโลหะ บรรจุภัณฑ์ ยานยนต์
มีสูตรเฉพาะ เช่น Epoxy, Vinyl, Phenolic
3.ขั้นตอนวิธีการทาแลคเกอร์ในงานไม้
- ขัดไม้เบอร์ 240–320
- เช็ดฝุ่น
- รองพื้น (ถ้ามี)
- ทาแลคเกอร์ชั้นแรก
- เว้น 30 นาที
- ขัด 320–400
- ทาแลคเกอร์ชั้นสอง
- ทิ้งแห้งอย่างน้อย 24 ชม.
อ่านบทความ แลคเกอร์มีคุณสมบัติอะไรบ้าง พร้อมขั้นตอนการทาแลคเกอร์งานไม้ แบบช่างมืออาชีพ ได้ที่นี่
4.วิธีผสมแลคเกอร์กับทินเนอร์
ก่อนใช้งาน แลคเกอร์ ต้องผสมกับ Lacquer Thinner เพื่อปรับความหนืด
อัตราส่วนผสมโดยทั่วไป:
1:1
1:1.5
1:2 (ขึ้นอยู่กับความเข้มข้น)
วิธีเช็คความหนืดของ แลคเกอร์:
ยกไม้คนขึ้น
หากหยดเป็นช่วงขาดกัน = พร้อมใช้งาน
หากยืดเป็นเส้นยาว = ยังข้นเกินไป
5.ปัญหาที่พบบ่อย และวิธีแก้
5.1 ฟิล์มแลคเกอร์ย้อย
เกิดจากทาหนาเกินไป
แก้ด้วยการขัดแล้วทาซ้ำบาง ๆ
5.2 แลคเกอร์ขุ่น
ความชื้นสูง
อากาศถ่ายเทไม่ดี
5.3 รอยแปรง
แลคเกอร์ข้นเกิน
แปรงคุณภาพต่ำ
5.4 แห้งช้า
ผสมผิดอัตราส่วน
อุณหภูมิต่ำ
สามารถอ่านบทความ วิธีเคลือบแลคเกอร์เฟอร์นิเจอร์ด้วยตัวเอง แบบมืออาชีพ ทำตามได้ทีละขั้นตอน ได้ที่นี่
6.ข้อควรระวังในการใช้แลคเกอร์
ห้ามใช้ใกล้เปลวไฟ
ห้ามสูดดมโดยตรง
ห้ามผสมทิ้งค้างคืน
หลีกเลี่ยงความชื้นสูง
อ่านฉลากก่อนใช้งาน
อ่านบทความ พิษของแลคเกอร์ อันตรายแค่ไหน และป้องกันอย่างไร ได้ที่นี่
7.วิธีดูแลแลคเกอร์
หลังจากทา แลคเกอร์ แล้วควร:
เช็ดด้วยผ้าแห้ง
หลีกเลี่ยงน้ำขัง
ไม่ใช้สารเคมีรุนแรง
ขัดเบา ๆ หากต้องการเคลือบเพิ่ม
ตรวจสอบรอยแตกร้าวทุกปี
8.แลคเกอร์ vs ยูรีเทน ต่างกันอย่างไร
| เปรียบเทียบ | แลคเกอร์ | ยูรีเทน |
|---|---|---|
| ความเร็วแห้ง | เร็ว | ช้ากว่า |
| ความหนาฟิล์ม | บาง | หนา |
| ความทนรอย | ปานกลาง | สูง |
| เหมาะกับ | เฟอร์นิเจอร์ | พื้นไม้ |
สามารถอ่านบทความ แลคเกอร์ กับ ยูรีเทน ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดีให้เหมาะกับงานไม้ของคุณ ได้ที่นี่
แลคเกอร์ เป็นระบบเคลือบผิวที่ให้ความเงางาม แห้งไว และใช้งานง่าย เหมาะกับงานเฟอร์นิเจอร์และงานไม้ที่ต้องการโชว์ลายไม้ให้โดดเด่นอย่างเป็นธรรมชาติ การเข้าใจว่า แลคเกอร์ คืออะไร, ประเภทของแลคเกอร์มีอะไรบ้าง, วิธีผสมแลคเกอร์อย่างไร และข้อควรระวังของแลคเกอร์ จะช่วยให้คุณใช้งานได้อย่างมืออาชีพ ปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่สวยงามยาวนาน
สำหรับผู้ที่กำลังมองหา แลคเกอร์คุณภาพสูง พร้อมคำแนะนำการเลือกใช้งานอย่างถูกต้อง วิวัฒน์ชัยค้าไม้ มีจำหน่ายแลคเกอร์หลากหลายประเภท ทั้งชนิดเงา ชนิดด้าน สีรองพื้น และทินเนอร์ที่เหมาะกับระบบแลคเกอร์โดยเฉพาะ พร้อมทีมงานให้คำปรึกษาเพื่อให้คุณเลือกสินค้าได้ตรงกับลักษณะงานไม้ของคุณมากที่สุด
9.คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแลคเกอร์
แลคเกอร์คือสารเคลือบผิวที่ใช้สร้างฟิล์มใสหรือกึ่งใสบนพื้นผิวไม้ โลหะ หรือวัสดุบางประเภท เพื่อเพิ่มความเงางามและช่วยปกป้องผิวงาน
แลคเกอร์เด่นเรื่องแห้งเร็ว ให้ผิวเงาสวย เคลือบง่าย และช่วยให้ชิ้นงานไม้ดูเรียบเนียนขึ้น
แลคเกอร์ที่ใช้ในงานไม้โดยทั่วไปมีทั้งแลคเกอร์เงา แลคเกอร์ด้าน แลคเกอร์กึ่งเงา แลคเกอร์ใส แลคเกอร์สี และแลคเกอร์รองพื้น
แลคเกอร์ใช้สำหรับเคลือบผิวไม้ เฟอร์นิเจอร์ ประตู วงกบ งานบิลต์อิน งานตกแต่งภายใน และชิ้นงานที่ต้องการผิวเงาหรือผิวเรียบสวย
แลคเกอร์เน้นแห้งเร็ว ผิวสวย และเหมาะกับงานตกแต่งภายใน ส่วนยูรีเทนเน้นความทนทาน ทนรอย และเหมาะกับพื้นที่ใช้งานหนักมากกว่า
สีย้อมไม้ใช้ปรับสีหรือย้อมเนื้อไม้ให้ได้โทนที่ต้องการ ส่วนแลคเกอร์ใช้เคลือบผิวเพื่อเพิ่มความเงาและปกป้องผิวงาน
ก่อนทาแลคเกอร์ควรขัดผิวไม้ให้เรียบ แห้ง สะอาด และไม่มีฝุ่น คราบมัน หรือสีเก่าที่หลุดล่อน เพราะฝุ่นและความชื้นจะทำให้แลคเกอร์ยึดเกาะไม่ดี เกิดผิวด่าง ฟองอากาศ หรือผิวไม่เรียบ หลังขัดควรเช็ดฝุ่นออกให้หมด และหากต้องการงานเนียนมากขึ้น อาจใช้แลคเกอร์รองพื้นก่อนลงชั้นเคลือบจริง
โดยทั่วไปควรทาแลคเกอร์อย่างน้อย 2–3 เที่ยว เพื่อให้ผิวเรียบ สวย และมีชั้นฟิล์มที่สม่ำเสมอ
แลคเกอร์ควรผสมกับทินเนอร์แลคเกอร์โดยเฉพาะ ไม่ควรใช้ทินเนอร์ทั่วไปหรือตัวทำละลายผิดประเภท
ข้อควรระวังคือแลคเกอร์มีกลิ่นแรง ระเหยง่าย และไวไฟ จึงควรใช้งานในพื้นที่อากาศถ่ายเทดีและห่างจากเปลวไฟ ควรสวมหน้ากาก ถุงมือ และหลีกเลี่ยงการสูดดมโดยตรง ไม่ควรทาในพื้นที่ชื้นหรือมีฝุ่นมาก เพราะอาจทำให้ผิวงานเสีย และควรปิดฝาภาชนะให้สนิทหลังใช้งานทุกครั้ง
ปัญหาที่พบบ่อยคือผิวเป็นฟอง ผิวสาก ผิวด่าง แลคเกอร์แห้งช้า ผิวแตกลายงา หรือฟิล์มหลุดลอก สาเหตุมักมาจากพื้นผิวไม่สะอาด ความชื้นสูง ผสมทินเนอร์ผิดประเภท ทาหนาเกินไป หรือไม่ขัดระหว่างชั้น วิธีป้องกันคือเตรียมผิวให้ดี ใช้ทินเนอร์ให้ถูกชนิด และทาเป็นชั้นบาง ๆ อย่างสม่ำเสมอ
ควรดูแลผิวไม้เคลือบแลคเกอร์ด้วยผ้านุ่มหรือผ้าหมาด หลีกเลี่ยงน้ำขัง น้ำยากัดกร่อน และของมีคมที่อาจขูดผิว หากมีคราบควรรีบเช็ดออก ไม่ควรวางของร้อนโดยตรงบนผิวเคลือบ และควรหลีกเลี่ยงการโดนแดดจัดเป็นเวลานาน เพื่อให้ผิวแลคเกอร์คงความสวยได้นานขึ้น
แลคเกอร์ยี่ห้อที่ดีควรเลือกจากประเภทงาน วิธีทา คุณภาพฟิล์ม และความเข้ากันกับระบบสีเดิมมากกว่าดูแค่แบรนด์ แบรนด์ที่ช่างนิยมในงานไม้ เช่น TOA, Beger
วิวัฒน์ชัยค้าไม้ มีสินค้ากลุ่มสีงานไม้ แลคเกอร์ ยูรีเทน ทินเนอร์ น้ำมันสน และอุปกรณ์งานช่าง เหมาะสำหรับช่างไม้ ช่างสี เจ้าของบ้าน ผู้รับเหมา และงานเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับหน้างานจริง
แลคเกอร์ที่ยังไม่เปิดใช้งานมักเก็บได้ประมาณ 2–5 ปี ส่วนฟิล์มแลคเกอร์ที่เคลือบบนผิวไม้แล้วมักใช้งานได้ประมาณ 2–5 ปี ขึ้นอยู่กับคุณภาพสินค้า พื้นที่ใช้งาน ความชื้น แสงแดด และการดูแลรักษา
ควรเลือกแลคเกอร์จากลักษณะงาน ฟินิชที่ต้องการ วิธีทา และระดับความทนทานที่ต้องใช้จริง
เริ่มจากขัดผิวไม้ให้เรียบ ทำความสะอาดฝุ่น แล้วผสมแลคเกอร์กับทินเนอร์แลคเกอร์ตามสัดส่วนที่ผู้ผลิตแนะนำ จากนั้นทาหรือพ่นเป็นชั้นบาง ๆ ตามแนวเสี้ยนไม้ รอให้แห้ง แล้วขัดเบา ๆ ด้วยกระดาษทรายละเอียดก่อนทาชั้นถัดไป โดยทั่วไปควรทา 2–3 เที่ยว เพื่อให้ผิวเรียบ สวย และฟิล์มเคลือบสม่ำเสมอ
แลคเกอร์ทาไม้โดยทั่วไปมีราคาเฉลี่ยประมาณ 150–250 บาทสำหรับขนาด 1/4 แกลลอน และประมาณ 700–900 บาทสำหรับขนาด 1 แกลลอน ราคาจะแตกต่างกันตามแบรนด์
แลคเกอร์ 1K เป็นแลคเกอร์ส่วนเดียวพร้อมใช้งาน แห้งเร็วและใช้ง่าย ส่วนแลคเกอร์ 2K ต้องผสมตัวเร่งแข็งก่อนใช้งาน แต่ให้ความทนทานสูงกว่า 1K เหมาะกับงานไม้ทั่วไป งาน DIY และงานเฟอร์นิเจอร์ภายใน ส่วน 2K เหมาะกับงานที่ต้องการฟิล์มแข็งแรง ทนรอยขีดข่วน ทนสารเคมี และต้องการผิวงานคุณภาพสูงกว่า
พ่นแลคเกอร์ใหม่ทับแลคเกอร์เก่าได้ หากฟิล์มเดิมยังแน่น ไม่ลอก ไม่พอง และไม่เป็นฝ้า ก่อนพ่นทับควรขัดผิวเดิมด้วยกระดาษทรายละเอียดเพื่อเพิ่มการยึดเกาะ แล้วเช็ดฝุ่นและคราบมันออกให้หมด หากแลคเกอร์เดิมเสื่อม ลอก หรือแตกร้าว ควรลอกหรือขัดออกก่อน ไม่ควรพ่นทับทันที
หากต้องการพ่นทับใหม่ ให้ใช้กระดาษทรายน้ำเบอร์ละเอียดประมาณ 800–1500 ขัดให้ผิวด้านเพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะ แต่ถ้าต้องการลอกออกทั้งหมด อาจใช้น้ำยาลอกสีหรืออะซิโตนตามความเหมาะสม และควรทดลองในพื้นที่เล็กก่อน
แลคเกอร์ควรล้างด้วยทินเนอร์แลคเกอร์เป็นหลัก โดยเฉพาะตอนที่แลคเกอร์ยังไม่แห้งสนิท หากเป็นคราบที่แห้งแข็งแล้ว อาจต้องใช้อะซิโตน น้ำยาลอกสี หรือการขัดช่วยร่วมด้วย ทั้งนี้ควรใช้อย่างระมัดระวัง เพราะตัวทำละลายแรงอาจทำให้ผิวไม้ สีเดิม หรือชั้นเคลือบเดิมเสียหายได้








