ยูรีเทน คือสารเคลือบผิวไม้ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในงานพื้นไม้และเฟอร์นิเจอร์ เพราะ ยูรีเทน มีคุณสมบัติช่วยปกป้องไม้จากรอยขีดข่วน ความชื้น และแรงกระแทกได้อย่างยอดเยี่ยม ปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นบ้านพักอาศัย พื้นไม้ปาร์เก้ บันไดไม้ หรือแม้แต่งานเชิงพาณิชย์อย่างฟลอร์ลีลาศ ก็เลือกใช้ ยูรีเทน หรือ โพลียูรีเทน เป็นตัวช่วยยืดอายุการใช้งานไม้ให้ยาวนานขึ้น
หลายคนอาจยังสงสัยว่า ยูรีเทนคืออะไร? ยูรีเทน 1K กับ 2K ต่างกันอย่างไร? ยูรีเทนสูตรน้ำกับสูตรน้ำมันเลือกแบบไหนดี? บทความนี้จะอธิบายทุกเรื่องเกี่ยวกับ ยูรีเทน แบบครบจบในที่เดียว
1.ยูรีเทน (Polyurethane) คืออะไร?
ยูรีเทน หรือชื่อทางเทคนิคว่า โพลียูรีเทน (Polyurethane) คือพอลิเมอร์ชนิดหนึ่งที่เมื่อทาลงบนพื้นผิวไม้ จะสร้าง “ฟิล์มเคลือบแข็ง” ป้องกันผิวไม้จาก:
ความชื้น
รอยขีดข่วน
แรงกระแทก
สารเคมี
แสง UV
โครงสร้างของ ยูรีเทน ทำให้เกิดชั้นฟิล์มที่ยืดหยุ่นแต่แข็งแรง จึงทนต่อการเสียดสีได้ดีมาก เหตุผลที่พื้นฟลอร์ลีลาศหรือรางโบว์ลิ่งนิยมใช้ ยูรีเทน ก็เพราะความสามารถในการรับแรงกระแทกและแรงเสียดสีสูง
2.ยูรีเทนมีกี่ประเภท?
2.1 ยูรีเทน 1K (1 ส่วน)
ใช้งานง่าย
เหมาะกับเจ้าของบ้าน
แห้งช้ากว่า 2K เล็กน้อย
อายุการใช้งาน 8–12 ปี (ขึ้นกับเกรด)
2.2 ยูรีเทน 2K (2 ส่วน)
แข็งแรงกว่า
ฟิล์มแน่นกว่า
เหมาะกับงานมืออาชีพ
ทนสารเคมีสูง
อายุการใช้งานยาวนานกว่า
2.3 ยูรีเทนสูตรน้ำ vs สูตรน้ำมัน
| ประเภท | กลิ่น | สี | ความทนทาน |
|---|---|---|---|
| ยูรีเทนสูตรน้ำ | กลิ่นน้อย | ใส / อำพันอ่อน | ดีมาก |
| ยูรีเทนสูตรน้ำมัน | กลิ่นแรงกว่า | เหลืองอำพัน | แข็งแรงมาก |
2.4 ยูรีเทนสูตรสี
ปรับสีไม้ได้ตามต้องการ
ปกปิดตำหนิหรือสีไม้ไม่สม่ำเสมอ
ยังคงคุณสมบัติความแข็งแรงของยูรีเทน
ทนรอยขีดข่วนและความชื้น
อายุการใช้งานเฉลี่ย 8–10 ปี (ขึ้นกับเกรด)
2.5 ยูรีเทนสูตรไฮบริด
แห้งไวใกล้เคียงสูตรน้ำ
กลิ่นเบากว่าสูตรน้ำมัน
ให้โทนสีอำพันเหมือนสูตรน้ำมัน
ทนทานกว่าสูตรน้ำทั่วไป
เหมาะกับงานภายนอกบางประเภท
*อ่านบทความ ยูรีเทนทาไม้ มีกี่ประเภท? คู่มือเลือกให้เหมาะกับงานไม้ของคุณ ได้ที่นี่
3.เลือกยูรีเทนอย่างไรให้เหมาะกับงานของคุณ?
- พื้นไม้จริง แนะนำ ยูรีเทน 2K
บันไดไม้ แนะนำ ยูรีเทนทนรอยสูง
เฟอร์นิเจอร์ แนะนำ ยูรีเทน 1K ก็เพียงพอ
ภายนอกบ้าน แนะนำ ยูรีเทนสูตรน้ำมัน
4.วิธีทายูรีเทนที่ถูกต้อง
Step 1: เตรียมพื้นผิว
ทำความสะอาด
ขัดกระดาษทราย 120–180
Step 2: ลงรองพื้น
ลงน้ำยารักษาเนื้อไม้
ทิ้งให้แห้ง 30–60 นาที
Step 3: ผสมยูรีเทน
Step 4: ขัดระหว่างเที่ยว
ใช้กระดาษทรายเบอร์ 320–400
Step 5: ทาทับเที่ยวสุดท้าย
*อ่านบทความ วิธีทายูรีเทนในงานไม้อย่างถูกต้อง ฉบับวิวัฒน์ชัยค้าไม้ ได้ที่นี่
5.ยูรีเทน vs แลคเกอร์ เลือกอะไรดี?
| เปรียบเทียบ | ยูรีเทน | แลคเกอร์ |
|---|---|---|
| ความทนทาน | สูงมาก | ปานกลาง |
| อายุการใช้งาน | 8–12 ปี | 3–5 ปี |
| การกันน้ำ | ดีมาก | ปานกลาง |
| ความเงา | เงา / กึ่งเงา / ด้าน | เงาสูง |
| ทาทับกันได้ไหม | ไม่แนะนำ | ไม่แนะนำ |
สรุปแล้ว
- ยูรีเทน เน้นการปกป้อง
- แลคเกอร์ เน้นความเงา
ไม่ควรทา ยูรีเทน ทับแลคเกอร์ เพราะอาจหลุดลอกได้
*อ่านบทความ ยูรีเทน VS แลคเกอร์ ต่างกันหรือไม่? เปรียบเทียบชัด ๆ เลือกแบบไหนเหมาะกับงานไม้ของคุณ ได้ที่นี่
6.ข้อควรระวังในการใช้ยูรีเทน
ยูรีเทนติดไฟได้
ต้องผสมตามอัตราส่วน
หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดขณะทา
หลีกเลี่ยงการทาทับแลคเกอร์
ควรใส่หน้ากากป้องกันไอระเหย
การเก็บรักษา ยูรีเทน ควรเก็บที่อุณหภูมิ 25–30°C
7.วิธีดูแลหลังทายูรีเทนเสร็จ
- รออย่างน้อย 7 วันก่อนใช้งานหนัก
- หลีกเลี่ยงการลากเฟอร์นิเจอร์
- ใช้น้ำยาทำความสะอาดสูตรอ่อน
- หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์เข้มข้น
- ใช้แผ่นรองขาโต๊ะ
*อ่านบทความ วิธีดูแลรักษาไม้เคลือบยูรีเทน ให้เงางามและทนทานยาวนาน ได้ที่นี่
สินค้ายูรีเทน คือหัวใจสำคัญของงานไม้ที่ต้องการทั้งความสวยงามและความทนทาน ไม่ว่าจะเป็นยูรีเทน 1K สำหรับงานทั่วไป ยูรีเทน 2K สำหรับงานมืออาชีพ ยูรีเทนสูตรน้ำ สูตรน้ำมัน สูตรสี หรือสูตรไฮบริด การเลือกยูรีเทนให้เหมาะกับประเภทงานและสภาพแวดล้อมคือปัจจัยที่ทำให้พื้นไม้หรือเฟอร์นิเจอร์ของคุณมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 10 ปี พร้อมคงความแข็งแรง ทนรอยขีดข่วน กันความชื้น และรักษาลายไม้ให้สวยงามอยู่เสมอ
หากคุณกำลังมองหายูรีเทนคุณภาพสำหรับงานพื้นไม้ เฟอร์นิเจอร์ หรือโปรเจกต์ระดับโครงการ วิวัฒน์ชัยค้าไม้ พร้อมให้คำปรึกษาโดยทีมงานมืออาชีพที่อยู่ในวงการไม้มากกว่า 50 ปี คัดเลือกเฉพาะวัสดุเกรดคุณภาพ มาตรฐานปลอดภัยต่อสุขภาพ และเหมาะกับการใช้งานจริง ทั้งงานบ้านและงานเชิงพาณิชย์ พร้อมบริการแนะนำสินค้าและจัดส่งทั่วประเทศ เพื่อให้ทุกโปรเจกต์ของคุณได้ผลลัพธ์ที่สวย ทน และคุ้มค่าที่สุด
8.คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ยูรีเทน
ยูรีเทนทาไม้ หรือโพลียูรีเทน คือสารเคลือบผิวไม้ชนิดฟิล์มแข็งที่ช่วยปกป้องไม้และเพิ่มความเงางามให้ผิวงาน นิยมใช้กับพื้นไม้ ผนังไม้ ประตูไม้ วงกบ เฟอร์นิเจอร์ และงานตกแต่งภายใน เพื่อช่วยให้ไม้ทนรอยขีดข่วน ทนคราบ และใช้งานได้นานขึ้น
ยูรีเทนทาไม้เด่นเรื่องการสร้างฟิล์มเคลือบแข็งแรง ทนรอยขีดข่วน ทนการเช็ดถู และช่วยป้องกันความชื้นในระดับหนึ่ง เหมาะกับงานไม้ที่ต้องใช้งานจริง เช่น พื้นไม้ บันได โต๊ะไม้ และเฟอร์นิเจอร์ เพราะช่วยให้ผิวไม้สวยขึ้น ดูแลสะดวกขึ้น และยืดอายุการใช้งานของไม้ได้ดี
ยูรีเทนทาไม้หลัก ๆ แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ ยูรีเทน 1K และยูรีเทน 2K โดยเลือกตามความทนทานที่ต้องการและลักษณะการใช้งานจริง ยูรีเทน 1K เป็นระบบส่วนเดียว ใช้งานง่าย เปิดกระป๋องแล้วผสมทินเนอร์ตามสัดส่วนก็ทาได้ เหมาะกับงานไม้ภายใน งานเฟอร์นิเจอร์ ประตู วงกบ หรือเจ้าของบ้านที่ต้องการทำเอง ส่วนยูรีเทน 2K เป็นระบบสองส่วนที่ต้องผสมเนื้อยูรีเทนกับสารเร่งแข็งก่อนใช้งาน ให้ฟิล์มเคลือบแข็งแรง ทนรอยขีดข่วนและสารเคมีได้ดีกว่า เหมาะกับงานพื้นไม้ งานช่างมืออาชีพ หรือพื้นที่ที่มีการเดินและใช้งานหนัก
นอกจากนี้ยังแบ่งตามสูตรได้อีก เช่น ยูรีเทนสูตรน้ำ ที่แห้งไว กลิ่นอ่อน และเป็นมิตรต่อการใช้งานภายใน, ยูรีเทนสูตรน้ำมัน ที่ให้ฟิล์มหนา สีไม้ดูอุ่นและทนทานกว่าแต่กลิ่นแรงกว่า, ยูรีเทนสี ที่ช่วยปรับสีไม้และปกปิดตำหนิ และ ยูรีเทนสูตรไฮบริด ที่พัฒนามาให้แห้งไวแบบสูตรน้ำ แต่ยังให้โทนสีไม้สวยใกล้เคียงสูตรน้ำมัน
ยูรีเทนใช้เคลือบผิวไม้เพื่อเพิ่มความสวยงาม ความเงา และความทนทานให้กับชิ้นงานไม้ เหมาะกับพื้นไม้ ผนังไม้ ประตู วงกบ เฟอร์นิเจอร์ โต๊ะไม้ เคาน์เตอร์ไม้ และงานไม้ตกแต่งภายใน โดยช่วยปกป้องผิวไม้จากรอย คราบ และการใช้งานในชีวิตประจำวัน
โพลียูรีเทนเน้นความทนทานและการปกป้องผิวไม้ ส่วนแลคเกอร์เน้นความเงางาม แห้งไว และให้ฟิล์มบางกว่า หากเป็นพื้นไม้หรือเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องใช้งานหนัก ยูรีเทนจะเหมาะกว่า แต่ถ้าเป็นงานตกแต่งภายในที่ต้องการผิวเงา แห้งเร็ว และไม่รับแรงมาก แลคเกอร์อาจตอบโจทย์กว่า ทั้งสองชนิดไม่ควรใช้ทาทับกันโดยไม่ตรวจระบบสีเดิมก่อน
สีย้อมไม้เน้นเปลี่ยนสีไม้และช่วยปกป้องไม้บางส่วน ส่วนยูรีเทนเน้นเคลือบใสเพื่อสร้างฟิล์มป้องกันผิวไม้ สีย้อมไม้เหมาะกับงานที่ต้องการปรับโทนสีหรือใช้กับงานภายนอกบางประเภท ส่วนยูรีเทนเหมาะกับงานไม้ภายในที่ต้องการผิวแข็ง ทนรอย และดูแลรักษาง่าย เช่น พื้นไม้หรือเฟอร์นิเจอร์
ยูรีเทน 1K เป็นสูตรพร้อมใช้ ทาได้ทันที ส่วนยูรีเทน 2K เป็นระบบสองส่วนที่ต้องผสมก่อนใช้งานและให้ความทนทานสูงกว่า 1K เหมาะกับงานไม้ทั่วไป งาน DIY หรือเฟอร์นิเจอร์ภายใน ส่วน 2K เหมาะกับงานที่ต้องการฟิล์มแข็งแรง ทนรอย ทนสารเคมี และใช้งานหนักมากขึ้น
ยี่ห้อยูรีเทนทาไม้ที่ช่างนิยม เช่น TOA, Beger โดยควรเลือกให้เหมาะกับลักษณะงานมากกว่าดูแค่แบรนด์
ก่อนทายูรีเทนควรขัดผิวไม้ให้เรียบ แห้ง สะอาด และไม่มีฝุ่น คราบมัน หรือสีเก่าที่หลุดล่อน การเตรียมผิวที่ดีช่วยให้ยูรีเทนยึดเกาะแน่นขึ้น ลดปัญหาผิวด่าง ฟองอากาศ สีลอก หรือฟิล์มเคลือบไม่สม่ำเสมอ หลังขัดควรเช็ดฝุ่นออกให้หมดก่อนเริ่มทาชั้นแรก
โดยทั่วไปควรทายูรีเทนอย่างน้อย 2–3 เที่ยว เพื่อให้ฟิล์มเคลือบหนาและปกป้องผิวไม้ได้ดีขึ้น ระหว่างแต่ละเที่ยวควรรอให้แห้งตามคำแนะนำบนฉลาก แล้วขัดเบา ๆ ด้วยกระดาษทรายละเอียดก่อนทาชั้นถัดไป เพื่อให้ผิวเรียบและชั้นเคลือบยึดเกาะกันดีขึ้น
ยูรีเทน 1 แกลลอนโดยทั่วไปครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 35–45 ตารางเมตรต่อเที่ยว ขึ้นอยู่กับชนิดไม้ ความเรียบของผิว วิธีทา และความหนาที่ลงงาน หากพื้นผิวดูดซึมมากหรือทาหนา อัตราการครอบคลุมอาจลดลง ควรเผื่อปริมาณตามจำนวนเที่ยวที่ต้องทาจริง
ราคายูรีเทนเคลือบไม้ขนาด 1 แกลลอนโดยเฉลี่ยอยู่ประมาณ 1,100–2,600 บาท ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่น และระบบ 1K หรือ 2K รุ่นที่ทนรอยสูง ทนสารเคมี หรือเหมาะกับงานพื้นไม้มักมีราคาสูงกว่ายูรีเทนงานทั่วไป ควรสอบถามราคาล่าสุดและเลือกให้ตรงกับหน้างานก่อนซื้อ
ยูรีเทนมีอายุการใช้งานโดยเฉลี่ยประมาณ 8–15 ปี หากเตรียมผิวและทาอย่างถูกต้อง
ข้อควรระวังคือควรใช้ในพื้นที่อากาศถ่ายเทดี หลีกเลี่ยงฝุ่น ความชื้น และการทาหนาเกินไป หากเป็นสูตรน้ำมันหรือ 2K ควรสวมหน้ากาก ถุงมือ และระวังกลิ่นหรือไอระเหย ไม่ควรทาบนไม้ที่ยังชื้นหรือมีคราบมัน เพราะอาจทำให้ฟิล์มเคลือบลอก ด่าง หรือแห้งไม่สมบูรณ์
ปัญหาที่พบบ่อยหลังทายูรีเทนคือฟองอากาศ ผิวด่าง ผิวเป็นฝุ่น สีลอก แห้งช้า หรือผิวไม่เรียบ สาเหตุมักเกิดจากพื้นผิวไม่สะอาด ไม้มีความชื้น ทาหนาเกินไป คนสีแรงจนเกิดฟอง หรือไม่ขัดระหว่างชั้น ควรเตรียมพื้นผิวให้ดีและทาเป็นชั้นบาง ๆ ตามขั้นตอน
ยูรีเทนต่างยี่ห้ออาจทาทับกันได้ในบางกรณี แต่โดยทั่วไปไม่แนะนำ หากไม่แน่ใจเรื่องชนิดและระบบของสีเดิม เพราะยูรีเทนแต่ละยี่ห้ออาจมีสูตร ตัวทำละลาย และคุณสมบัติการยึดเกาะต่างกัน หากทาทับกันโดยไม่ตรวจสอบ อาจทำให้ฟิล์มเคลือบไม่เกาะ ผิวด่าง แห้งผิดปกติ หรือหลุดลอกในภายหลังได้








