สีทาไม้ หรือทา สีผนังไม้ ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยปกป้องโครงสร้างบ้านจากความชื้น คราบสกปรก เชื้อรา และสภาพอากาศ การเลือกสีทาผนังให้เหมาะสมกับพื้นที่ใช้งาน ทั้งภายในและภายนอก จึงมีผลต่อทั้งความทนทานและภาพลักษณ์ของบ้านในระยะยาว
บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจว่า สีทาผนังคืออะไร มีกี่ประเภท และควรเลือกแบบไหนให้ตอบโจทย์มากที่สุด เพื่อให้บ้านของคุณทั้งสวย ทน และดูดีได้ยาวนานในทุกสภาพแวดล้อม
1.สีทาผนัง คืออะไร
สีทาผนัง คือ ผลิตภัณฑ์เคลือบพื้นผิวผนังที่ช่วยเพิ่มสีสัน ความสวยงาม และปกป้องพื้นผิวจากปัจจัยภายนอก โดยเนื้อสีจะสร้างฟิล์มเคลือบบนผิวผนัง เพื่อป้องกันความชื้น รอยด่าง เชื้อรา และการเสื่อมสภาพจากแสงแดด
2.ประเภทของสีทาผนัง
2.1 สีทาผนังภายใน
เหมาะกับพื้นที่อยู่อาศัย เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องนอน หรือห้องทำงาน
คุณสมบัติที่ควรมองหา:
กลิ่นอ่อน
ปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัย
เช็ดล้างทำความสะอาดได้
ป้องกันเชื้อรา
ประเภทที่นิยม:
สีอะคริลิกสูตรน้ำ
สีเช็ดล้างได้ (Washable Paint)
สีด้าน / กึ่งเงา / เงา
2.2 สีทาผนังภายนอก
ผนังภายนอกต้องเผชิญแดด ฝน ความชื้น และมลภาวะ จึงต้องใช้สีที่ทนทานกว่า
คุณสมบัติที่ควรมี:
ทนรังสี UV
กันน้ำ
ป้องกันเชื้อราและตะไคร่น้ำ
ฟิล์มยืดหยุ่น ลดการแตกร้าว
ประเภทที่นิยม:
สีอะคริลิกแท้ 100%
สีสูตรกันแดดกันฝน
สีสะท้อนความร้อน
3.สีทาผนัง มีประโยชน์อะไรบ้าง?
3.1 ปกป้องผนังจากความชื้น
3.2 ป้องกันเชื้อราและตะไคร่น้ำ
3.3 ทนแดดและรังสี UV
3.4 ลดการสะสมคราบสกปรก
3.5 เพิ่มภาพลักษณ์และบรรยากาศของบ้าน
3.6 ช่วยยืดอายุโครงสร้างผนัง
4.ตัวอย่างสินค้าใช้กับผนังภายนอกและภายใน
4.1 สีทาผนังไม้แบบโชว์ลายไม้
4.1.1 TOA FIBERSTAIN ULTIMATE
จุดขายหลัก (Key Selling Points)
- สูตรน้ำ กลิ่นอ่อน ปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัย
- ฟิล์มสี โปร่งแสงด้าน ช่วยคงลายไม้ ดูเรียบหรูเป็นธรรมชาติ
- ยึดเกาะสูงกับไฟเบอร์ซีเมนต์โดยเฉพาะ
- ทนแดด ทนฝน ลดการซีดจางของสี
- ผ่านมาตรฐาน Low VOCs และ EN71
การนำไปใช้งาน
- ผนังไฟเบอร์ซีเมนต์ลายไม้
- แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ตกแต่งอาคาร
พื้นที่ที่เหมาะสม
- ผนังภายนอกอาคาร
- ผนังภายในอาคาร
- เช่น บ้านพักอาศัย อาคารพาณิชย์ ร้านอาหาร คาเฟ่ รีสอร์ต
ข้อดี/คุณสมบัติ ที่ลูกค้าเห็นผลจริง
- ฟิล์มสีซึมลึก ไม่ลอก ไม่พองง่าย
- ช่วยยืดอายุแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์
- ลดการเกิดเชื้อราและตะไคร่น้ำบนผิว
- ทำความสะอาดง่าย ดูแลรักษาง่าย
- ให้ผิวสัมผัสด้าน ช่วยลดแสงสะท้อน เหมาะกับงานดีไซน์ร่วมสมัย
ข้อควรระวัง การใช้งาน
- พื้นผิวต้องสะอาด แห้ง และปราศจากฝุ่น คราบไขมัน
- ควรทดสอบสีบนชิ้นงานจริงก่อนใช้งาน
- หลีกเลี่ยงการทาในขณะฝนตกหรือความชื้นสูง
- ห้ามผสมกับสีหรือทินเนอร์ชนิดอื่น
4.2 สีทาผนังไม้แบบไม่โชว์ลายไม้
4.2.1 Beger Wood Guard
คุณสมบัติเด่น :
- ทนแดด ทนฝุ่น และสภาพอากาศที่รุนแรงได้นานนับ 10 ปี
- สีเช็ดล้างทำความสะอาดง่าย ถ้วย StainGuard Technology
ㆍให้การยึดเกาะดีเยี่ยม ทนทานนานกว่าสีน้ำมันถึง 3 เท่า - ฟิล์มสีกึ่งมาถึงด้าน ทึบแสง ปกปิดลายไม้ได้เรียบเนียน
- สึไม่เหลืองตัว (non-yellowing)
- ฟิล์มสีมีความยืดหยุ่นตัว ป้องกันสีแตกจากการบิดตัวของไม้
- ป้องกันน้ำซึมเข้าเนื้อไม้ได้ดีเยี่ยม
- ป้องกันการเกิดเชื้อรา และตะไคร่น้ำได้ดีเยี่ยม
- ไม่มีกลิ่นของสารระเหย ปลอดภัยจากสารปรอกและตะกั่ว
พื้นที่ใช้งาน :
- เหมาะสำหรับทาตกแต่งพื้นผิวไม้ทุกชนิด เช่น บ้านไม้ งานไม้กลางแจ้ง ม้าสนาม วงกบ ประตู หน้าต่าง ชายคา ไม้ฉลุ รั้วบ้าน โต๊ะ เก้าอี้ ราวบันได เฟอร์นิเจอร์ไม้ทุกชนิด และไม้ฝาเทียม (Fiber Cement)
ระบบการใช้งาน :
1. การเตรียมพื้นผิว
- กรณีไม้เคยทาสีมาก่อนและฟิล์มสีลอกล่อน หรือ เป็นไม้เก่าที่ไม่เคยทำสีมาก่อน ให้ขัดด้วยกระดาษทรายจนถึงเนื้อไม้เดิม ถ้าเป็นไม้ใหม่ให้ขัดเพื่อขจัดเสี้ยนไม้ ส่วนเกิน แล้วทำความสะอาดพื้นผิวให้ปราศจากคราบไขมัน ฝุ่น น้ำมัน หรือสิ่งแปลกปลอม
- กรณีที่ฟิล์มสีอยู่ในสภาพดีและต้องการทากับด้วยสีชนิดเดิม ให้ลูบผิวฟิล์มด้วยกระดาษทรายเบอร์ 320 แล้วทำความสะอาดพื้นผิวให้ปราศจากคราบไขมัน ฝุ่นน้ำมัน หรือสิ่งแปลกปลอม
- ถ้าในกรณีที่ไม้มียาง ควรเช็ดทำความสะอาดยางไม้ด้วย เบเยอร์ ทินเนอร์ M-77อุดโป๊วรูหรือรอยหัวตะปู ด้วยเบเยอร์ วูดฟิลเลอร์ ทิ้งไว้ 30 นาที จากนั้นขัดแต่งด้วยกระดาษทรายแล้วทำความสะอาด
2. การทาสีรองพื้น
ทาด้วยรองพื้นกับยางไม้ เมเยอร์ วูดซีลเลอร์ B-2000 จำนวน 1 เกี่ยว ทิ้งให้แห้ง ประมาณ 2 ชั่วโมง โดยไม่ต้องขัดแต่งหลังทารองพื้นแล้ว
3. การทาทับหน้า
ทาเบเยอร์ วูดการ์ด จำนวน 2 เที่ยว ทิ้งให้แห้งประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนทาเที่ยวต่อโดยในการทาสามารถผสมน้ำสะอาด 10-15% ภายหลังทาเสร็จทิ้งไว้ให้แห้ง 1 วัน
เคล็ดลับ :
ถ้าเป็นไม้เนื้ออ่อน หลังการเตรียมพื้นผิวให้ทาด้วยน้ำยารักษาเนื้อไม้ เบเยอร์ B-6900 สำหรับรองพื้นกันเชื้อรา ปลวก มอด และแมลงกินไม้ จำนวน 1 เกี่ยว ทิ้งให้แห้ง 1-2 ชั่วโมง
5.วิธีเลือกสีทาผนังให้เหมาะกับบ้าน
เลือกตามพื้นที่ใช้งาน (ภายใน / ภายนอก)
พิจารณาระดับความทนทานที่ต้องการ
เลือกเฉดสีให้เหมาะกับสไตล์บ้าน
ดูคุณสมบัติเพิ่มเติม เช่น กันเชื้อรา เช็ดล้างง่าย หรือสะท้อนความร้อน
6.เทคนิคทาสีผนังให้ติดทน
เตรียมพื้นผิวให้สะอาดและเรียบ
ซ่อมรอยแตกร้าวก่อนทาสี
ลงสีรองพื้นก่อนทุกครั้ง
ทาอย่างน้อย 2 รอบ
เว้นระยะเวลาให้แห้งตามคำแนะนำ
สีทาผนังมีบทบาทมากกว่าการตกแต่ง เพราะเป็นเกราะป้องกันบ้านจากปัจจัยภายนอก ทั้งความชื้น แสงแดด คราบสกปรก และเชื้อรา การเลือกประเภทสีให้เหมาะกับผนังภายในหรือภายนอก จะช่วยยืดอายุการใช้งาน ลดปัญหาสีซีด ลอก หรือเกิดคราบดำก่อนเวลา พร้อมคงความสวยงามของบ้านให้ดูใหม่ได้นานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
หากกำลังมองหา สีทาผนังคุณภาพดี ทั้งสำหรับงานภายในและภายนอก แนะนำเลือกซื้อจากร้านที่มีความเชี่ยวชาญและให้คำแนะนำได้ตรงจุดอย่าง วิวัฒน์ชัยค้าไม้ ซึ่งมีจำหน่ายสีมาตรฐานจากแบรนด์ชั้นนำ พร้อมทีมงานช่วยเลือกสูตรที่เหมาะกับลักษณะพื้นที่และงบประมาณ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าบ้านจะทั้งสวย ทน และคุ้มค่าในระยะยาว



