สีทาพื้นไม้ คืออะไร? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับพื้นไม้ภายในและภายนอก

Table of Contents

                    พื้นไม้เป็นพื้นที่ที่ต้องรับการใช้งานหนักกว่างานไม้ประเภทอื่น ทั้งแรงกดทับจากการเดิน การลากเฟอร์นิเจอร์ การทำความสะอาด รวมถึงสภาพอากาศในกรณีพื้นภายนอก การเลือก สีทาพื้นไม้ จึงต้องพิจารณาให้เหมาะกับลักษณะพื้นที่ใช้งาน เพราะพื้นไม้ภายในและพื้นไม้ภายนอกต้องการคุณสมบัติที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

                   บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจว่า สีทาพื้นไม้คืออะไร มีกี่ประเภท และควรเลือกใช้อย่างไรให้เหมาะกับพื้นไม้แต่ละพื้นที่ พร้อมแนะนำคุณสมบัติที่ควรมองหา และเทคนิค การทาสีทาไม้ สวย ทน และใช้งานได้ยาวนานที่สุด ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักอาศัย พื้นที่เชิงพาณิชย์ หรือพื้นไม้ภายนอกที่ต้องเผชิญแดดและฝนโดยตรง

1.สีทาพื้นไม้ คืออะไร

สีทาพื้นไม้ คือ ผลิตภัณฑ์เคลือบพื้นผิวไม้ที่ออกแบบมาให้มีฟิล์มสีแข็งแรง ทนต่อแรงกระแทก รอยขีดข่วน และความชื้นมากกว่าสีทาไม้ทั่วไป โดยมีหน้าที่ทั้งปกป้องพื้นผิวและเพิ่มความสวยงามให้ลายไม้

2.พื้นไม้ภายใน ควรใช้สีทาพื้นไม้แบบไหน

พื้นไม้ภายในบ้าน เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องนอน หรือโถงทางเดิน มักไม่ได้เผชิญแดดและฝนโดยตรง แต่ต้องรับแรงใช้งานจากการเดินและการทำความสะอาดบ่อยครั้ง

2.1 คุณสมบัติที่ควรมองหา

  • ทนรอยขีดข่วนสูง

  • ทนแรงกดทับ

  • ทำความสะอาดง่าย

  • กลิ่นไม่แรง (สำหรับบ้านที่อยู่อาศัย)

2.2 ตัวอย่างสินค้าที่ใช้กับพื้นภายใน

2.2.1 Beger Aqua WoodStain

จุดขายหลัก (Key Selling Points)

  • สูตรน้ำ กลิ่นอ่อน ใช้งานง่าย
  • ฟิล์มใส โชว์เสี้ยนไม้ชัด ไม่ทึบสี
  • UV Protection + กันน้ำ เหมาะงานภายนอก
  • ปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัย ใช้ได้ทั้งบ้านและพื้นที่ปิด

วิธีใช้งาน

  • เตรียมผิว: ขัดผิวไม้ตามเสี้ยน ทำความสะอาดให้แห้ง
  • การทา: แปรง / ลูกกลิ้ง / พ่น
  • การเจือจาง: ใช้น้ำสะอาด 0–10% ตามวิธีการทา
  • จำนวนเที่ยว: แนะนำ 2–3 เที่ยว
  • เวลาแห้ง: แห้งสัมผัส ~30 นาที / ทาทับ ~1 ชม. / ใช้งาน ~7 ชม.
  • การปกคลุม: ประมาณ 35–45 ตร.ม./แกลลอน/เที่ยว

การนำไปใช้งาน

  • งานย้อมไม้เพื่อโชว์ลายไม้ธรรมชาติ

พื้นที่ที่เหมาะสม

  • งานไม้ภายในและภายนอก เช่น
  • บ้านพักอาศัย, ผนังไม้, ประตู-หน้าต่าง, วงกบ, ระเบียง, รั้ว, เฟอร์นิเจอร์ไม้

ข้อดี/คุณสมบัติ ที่ลูกค้าเห็นผลจริง

  • งานไม้ดูเป็นธรรมชาติ สีไม่กลบลาย
  • พื้นผิวไม้ทนแดด ทนฝน สีซีดช้าลง
  • แห้งเร็ว กลิ่นไม่แรง เหมาะกับบ้านที่มีเด็ก/ผู้สูงอายุ
  • ดูแลรักษาง่าย และช่วยยืดอายุงานไม้

ข้อควรระวัง การใช้งาน

  • ควรทดสอบสีบนชิ้นงานจริงก่อนใช้งาน
  • พื้นผิวต้องสะอาด แห้ง ปราศจากฝุ่นและคราบมัน
  • หลีกเลี่ยงการทาขณะมีฝนหรือความชื้นสูง

3.พื้นไม้ภายนอก ควรใช้สีทาพื้นไม้แบบไหน

พื้นไม้ภายนอก เช่น ระเบียงไม้ พื้นรอบสระว่ายน้ำ หรือพื้นทางเดินภายนอก ต้องเผชิญแดด ฝน ความชื้น และรังสี UV โดยตรง จึงต้องเลือกสีทาพื้นไม้ที่ออกแบบสำหรับงานภายนอกโดยเฉพาะ

3.1 คุณสมบัติที่ต้องมี

  • ทนรังสี UV

  • กันน้ำได้ดี

  • ป้องกันเชื้อราและตะไคร่น้ำ

  • ฟิล์มยืดหยุ่นสูง

  • ไม่ลื่นเมื่อเปียก

3.2 ตัวอย่างสินค้าที่ใช้กับพื้นภายใน

3.2.1 Beger SuperDeck

จุดขายหลัก (Key Selling Points)

  • 2 in 1 ย้อมสี + เคลือบปกป้องในขั้นตอนเดียว
  • ฟิล์มแข็งแรงกว่าสีย้อมพื้นไม้ทั่วไป
  • รองรับการใช้งานหนักและสภาพอากาศเมืองไทย
  • มีให้เลือกทั้งผิวเงาและผิวด้าน

วิธีใช้งาน

  • เตรียมผิวไม้ให้สะอาด แห้ง และปราศจากฝุ่น คราบไข เชื้อรา
  • คนสีให้เข้ากันก่อนใช้งาน
  • ทาด้วยแปรง ลูกกลิ้ง หรือเครื่องพ่น 2 เที่ยว
  • เว้นระยะแห้งระหว่างเที่ยวประมาณ 6–8 ชม.
  • หากจำเป็น สามารถปรับความหนืดด้วย ทินเนอร์ M-1199
  • การปกคลุมประมาณ 40–45 ตร.ม./แกลลอน/เที่ยว

การนำไปใช้งาน

  • พื้นไม้จริง ไม้เนื้อแข็ง งานไม้ภายนอก

พื้นที่ที่เหมาะสม

  • พื้นไม้ระเบียง (Deck)
  • ทางเดินไม้ พื้นเฉลียง
  • ศาลา พื้นไม้กลางแจ้งที่มีการเหยียบใช้งานบ่อย

ข้อดี/คุณสมบัติ ที่ลูกค้าเห็นผลจริง

  • พื้นไม้สวยทน ไม่ต้องเคลือบ PU เพิ่ม
  • ลดรอบการซ่อมบำรุงในระยะยาว
  • สีไม่ซีดง่าย แม้โดนแดดและฝนต่อเนื่อง
  • เหมาะกับบ้านพัก รีสอร์ท และงานโครงการ

4.เปรียบเทียบพื้นไม้ภายใน vs ภายนอก

หัวข้อพื้นไม้ภายในพื้นไม้ภายนอก
แรงใช้งานเดิน / ลากเฟอร์นิเจอร์แดด ฝน ความชื้น
ความต้องการหลักทนรอยขีดข่วนทน UV และน้ำ
ฟิล์มสีแข็งแรง เรียบยืดหยุ่นสูง
การดูแลรักษานาน ๆ เคลือบใหม่ต้องบำรุงตามรอบ

5.เทคนิคทาสีพื้นไม้ให้ติดทน

  • ขัดพื้นให้เรียบ

  • กำจัดฝุ่นให้หมด

  • ทาอย่างน้อย 2–3 รอบ

  • เว้นระยะให้แห้งตามคำแนะนำ

  • หลีกเลี่ยงการใช้งานหนักก่อนสีแห้งสนิท 48–72 ชั่วโมง

 

 

                  สีทาพื้นไม้สำหรับภายในและภายนอกมีคุณสมบัติแตกต่างกันอย่างชัดเจน พื้นภายในเน้นความทนรอยและแรงกระแทกเพื่อรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ส่วนพื้นภายนอกต้องเน้นการทนแดด ฝน และความชื้นเป็นหลัก เพื่อป้องกันการซีดจาง แตกร้าว หรือผุกร่อนก่อนเวลา การเลือกผลิตภัณฑ์ให้ถูกประเภทจึงช่วยยืดอายุพื้นไม้ ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม และทำให้พื้นไม้ของคุณสวยงามได้ยาวนานมากขึ้น

                  หากกำลังมองหา สีทาพื้นไม้คุณภาพดีทั้งสำหรับงานภายในและภายนอก แนะนำเลือกซื้อจากร้านที่เชี่ยวชาญด้านวัสดุไม้โดยเฉพาะอย่าง วิวัฒน์ชัยค้าไม้ ซึ่งมีจำหน่ายผลิตภัณฑ์มาตรฐานจากแบรนด์ชั้นนำ พร้อมให้คำแนะนำในการเลือกสูตรให้เหมาะกับประเภทไม้และพื้นที่ใช้งาน เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าพื้นไม้จะสวย ทน และคุ้มค่ากับการลงทุนในระยะยาว