พื้นลามิเนต คืออะไร? รู้จักพื้นไม้ยอดฮิต โครงสร้าง ประเภท และคุณสมบัติครบในบทความเดียว

พื้นลามิเนต คืออะไร? รู้จักพื้นไม้ยอดฮิต โครงสร้าง-ประเภท-คุณสมบัติครบในบทความเดียว

พื้นลามิเนตคืออะไร? รู้จักพื้นไม้ยอดฮิต โครงสร้าง-ประเภท-คุณสมบัติครบในบทความเดียว

          หากคุณกำลังมองหาวัสดุปูพื้นที่สวยเหมือนไม้จริง ติดตั้งง่าย ราคาเข้าถึงได้ และดูแลรักษาไม่ยุ่งยาก “ พื้นลามิเนต ” คือหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมที่ไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะใช้ในบ้าน คอนโด หรือออฟฟิศ พื้นลามิเนต ก็สามารถสร้างบรรยากาศอบอุ่นและหรูหราได้อย่างลงตัว

     บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก พื้นลามิเนตให้ลึกซึ้ง ตั้งแต่โครงสร้างแต่ละชั้น ประเภท ไปจนถึงคุณสมบัติที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ พร้อมคำแนะนำในการเลือกใช้งานอย่างมืออาชีพในบทความเดียว!

1.พื้นลามิเนตคืออะไร?

พื้นลามิเนต คือวัสดุปูพื้นที่ผลิตจากวัสดุหลายชั้น ซึ่งถูกอัดแน่นเข้าด้วยกันผ่านกระบวนการ Laminate Pressing โดยใช้แรงดันและความร้อนสูง จุดเด่นสำคัญของพื้นไม้ลามิเนตอยู่ที่ ชั้นแกนกลาง ซึ่งมักทำจากแผ่นไม้อัดความหนาแน่นสูง หรือที่เรียกว่า HDF (High-Density Fiberboard) วัสดุชนิดนี้ผลิตจากเยื่อไม้คุณภาพดีที่ผ่านการอัดแน่นด้วยแรงดันสูง จนได้แผ่นที่มีความหนาแน่นสูงมาก มีความแข็งแรง ทนแรงกระแทก และไม่โก่งงอง่าย *อ่านบทความ พื้นลามิเนต HDF vs MDF ต่างกันยังไง?  ได้ที่นี่

2.ประวัติที่มาของพื้นลามิเนต

พื้นไม้ลามิเนตเริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2520 จากการพัฒนาแผ่นลามิเนตแบบ HPL (High Pressure Laminate) ซึ่งใช้การอัดเมลามีนด้วยแรงดันสูงบริเวณผิวหน้าลวดลายเพื่อความทนทาน ต่อมาเทคโนโลยีและการออกแบบได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2568) พื้นไม้ลามิเนตยังคงได้รับความนิยมและถูกพัฒนาให้มีความแข็งแรง ลวดลายเสมือนไม้จริงมากขึ้น พร้อมทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและตอบโจทย์การใช้งานในทุกพื้นที่  ดูบทความประวัติพื้นลามิเนตได้ที่นี่

3.โครงสร้างพื้นลามิเนต

โครงสร้างพื้นลามิเนตแต่ละชั้น ตั้งแต่ชั้นเคลือบผิวจนถึงชั้นแกนกลาง

พื้นลามิเนต Kronoswiss จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์มีชื่อเสียงในด้านคุณภาพระดับพรีเมียม ด้วยโครงสร้าง 4 ชั้นที่ผ่านกระบวนการผลิตขั้นสูง ให้ความทนทาน ความปลอดภัย และดีไซน์ที่สวยงามเหมือนไม้จริง

3.1 High Resistance Overlay (ชั้นผิวหน้าคุณภาพสูง)

ชั้นผิวหน้าของพื้นไม้ลามิเนตผลิตจาก Melamine Resin ชนิดพิเศษ ที่ผสม Aluminium Oxide เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและทนทานเป็นพิเศษ โดยผ่านกระบวนการ Thermosetting หรือการเคลือบด้วยความร้อน ซึ่งช่วยให้พื้นผิวทนต่อแรงกดกระแทก รอยขีดข่วน ความร้อน แสงแดด และสารเคมีได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยคงสภาพพื้นผิวให้ดูใหม่และไม่ซีดจางง่ายแม้ใช้งานเป็นระยะเวลานาน

3.2 Decorative Film (ชั้นลวดลายไม้)

ชั้นลวดลายไม้ของลามิเนตเป็นฟิล์มที่ผลิตจาก กระดาษพิมพ์ลายคุณภาพสูง ซึ่งสามารถจำลองลวดลายของไม้ธรรมชาติได้อย่างสมจริงที่สุด ทั้งในด้านสีสันและพื้นผิว โดยมีลายให้เลือกหลากหลายสไตล์ เช่น คลาสสิก โมเดิร์น หรือวินเทจ ลายไม้คมชัดและสม่ำเสมอ ทำให้เหมาะกับการตกแต่งภายในทุกรูปแบบที่ต้องการความอบอุ่นจากลายไม้แท้

3.3 Core Board – High Density Fiberboard (HDF Green Board – E1 Grade)

แกนกลางของพื้นลามิเนตทำจาก แผ่น HDF (High-Density Fiberboard) ผ่านกระบวนการอัดแน่นด้วยแรงดันสูงจนได้แผ่นที่แข็งแรง หนาแน่น และทนต่อแรงกดได้ดี โดยใช้วัสดุเกรด Green Board ซึ่งผ่านมาตรฐานความปลอดภัย E1 (European Formaldehyde Emission Standard) ทำให้ปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

3.4 Stabilizing Film (ชั้นเสถียรภาพด้านล่าง)

ชั้นล่างสุดของพื้นลามิเนตคือ แผ่นฟิล์มเสถียรภาพ (Stabilizing Film) ซึ่งช่วยป้องกันความชื้นจากพื้นด้านล่างไม่ให้เข้าสู่ชั้นแกนกลาง อีกทั้งยังช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย พร้อมทั้งรักษาเสถียรภาพของแผ่นพื้นไม่ให้เกิดการโก่งงอหรือบิดเบี้ยว ทำให้พื้นลามิเนตมีความมั่นคงตลอดอายุการใช้งาน   สินค้าพื้นลามิเนตคลิกที่นี่

4. คุณสมบัติของพื้นลามิเนต

  • ทนต่อรอยขีดข่วนและแรงกระแทก เคลือบผิวหน้าด้วยเรซินชนิดพิเศษ ทำให้ใช้งานในพื้นที่สัญจรบ่อยได้โดยไม่เสียหายง่าย  อ่านบทความทนรอยขีดข่วนเพิ่มเติมได้ที่นี่
  • มีลวดลายเสมือนไม้จริง พิมพ์ลายด้วยเทคโนโลยีคุณภาพสูง ให้ภาพลักษณ์เหมือนพื้นไม้ธรรมชาติ
  • ติดตั้งง่ายด้วยระบบคลิกล็อก (Click Lock) ไม่ต้องใช้กาว ติดตั้งเร็วและถอดเปลี่ยนแผ่นได้สะดวก
  • ดูแลรักษาง่าย ไม่ต้องขัดเคลือบหรือใช้น้ำยาไม้พิเศษ เพียงแค่กวาดและถูแบบหมาดก็เพียงพอ
  • มีชั้นป้องกันความชื้นด้านล่าง ช่วยลดโอกาสการโก่งงอหรือบิดเบี้ยวจากความชื้นใต้พื้น
  • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หลายรุ่นผ่านมาตรฐาน E1 หรือสูงกว่า ปลอดภัยต่อสุขภาพ ไม่มีสารฟอร์มัลดีไฮด์ในระดับอันตราย
  • เหมาะกับพื้นที่ใช้งานหลากหลาย ทั้งห้องนอน ห้องนั่งเล่น โฮมออฟฟิศ หรือแม้แต่คอนโดและบ้านพักอาศัยทั่วไป

5.ข้อเสียของพื้นลามิเนต

  • เป็นวัสดุเลียนแบบไม้ธรรมชาติ  แม้ว่า พื้นลามิเนต จะผลิตจากไม้จริงในรูปแบบของผงไม้หรือเส้นใยอัด แต่พื้นผิวด้านบนเป็นเพียงภาพพิมพ์ลวดลายไม้ หากใช้ภาพคุณภาพต่ำ อาจดูไม่สมจริงเท่าไม้จริงหรือวัสดุธรรมชาติที่พยายามเลียนแบบ  ดูบทความเปรียบเทียบพื้นลามิเนตกับพื้นเอ็นจิเนียร์ได้ที่นี่
  • ไม่สามารถขัดผิวใหม่ได้  พื้นลามิเนต มีความหนาของชั้นผิวบนค่อนข้างบาง เมื่อเกิดรอยขีดข่วนหรือการสึกหรอ จึงไม่สามารถขัดลอกผิวและเคลือบใหม่ได้เหมือนพื้นไม้จริง การเปลี่ยนแผ่นใหม่มักเป็นทางเลือกเดียว
  • ไวต่อน้ำและความชื้น  แม้ชั้นบนสุดจะเคลือบด้วยเรซิ่นกันน้ำ แต่ชั้นกลางของ พื้นลามิเนต ยังคงเป็นไม้อัดหรือไม้บด ซึ่งไวต่อน้ำ เมื่อมีน้ำหก ควรเช็ดออกทันที หากปล่อยให้น้ำขัง ใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ไม่เหมาะสม หรือใช้แปรงขัดแรง ๆ อาจทำให้ผิวหน้าสึกกร่อน และน้ำซึมเข้าทำลายพื้นได้ในที่สุด
  • ซ่อมแซมได้ยาก  หากพื้นเสียหายเพียงเล็กน้อย อาจใช้ชุดซ่อมเฉพาะเพื่อแต้มสีหรือเติมเนื้อไม้ แต่หากเกิดความเสียหายหนัก เช่น แผ่นพื้นโก่งหรือแตก การเปลี่ยนเฉพาะแผ่นที่เสียหายมักทำได้ยาก เพราะต้องรื้อพื้นโดยรอบออกก่อน จึงอาจต้องเปลี่ยนพื้นทั้งหมดในบางกรณี

6.ประเภทของพื้นลามิเนต

ภาพหน้าปกประเภทของพื้นลามิเนต พร้อมตัวอย่างลายไม้ยอดนิยม

6.1 High Density Fiberboard (HDF)

คือวัสดุแผ่นไม้สังเคราะห์คุณภาพสูงที่ผลิตจากเส้นใยไม้บดละเอียด ผสมกับเรซิน แล้วอัดด้วยแรงดันและความร้อนสูง ทำให้ได้แผ่นไม้ที่บาง แข็งแรง และมีความหนาแน่นสูงกว่าพาร์ติเคิลบอร์ดทั่วไป จุดเด่นของ HDF คือทนต่อแรงกด ความชื้น การสึกหรอ และการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความทนทานสูง เช่น พื้นลามิเนต เฟอร์นิเจอร์ที่รับน้ำหนักมาก หรือใช้งานในพื้นที่ที่มีการสัญจรสูง

6.2Medium Density Fiberboard (MDF)

คือแผ่นไม้สังเคราะห์ที่ผลิตจากเศษไม้เนื้อแข็งหรือไม้เนื้ออ่อน ผสมกับแวกซ์และเรซิน แล้วอัดขึ้นรูปเป็นแผ่น MDF มีผิวเรียบเนียน ไม่หดตัวหรือบิดงอง่าย นิยมใช้ในงานตกแต่งภายในหรือเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการผิวเรียบ เช่น ตู้ ชั้นวาง หรือแผงผนัง แม้จะไม่แข็งแรงเท่า HDF และมีความเสี่ยงต่อแรงกระแทกมากกว่า แต่ก็เป็นวัสดุที่คุ้มค่าและใช้งานได้หลากหลาย  ดูบทความ พื้นลามิเนต กับบ้านรักษ์โลก เลือกใช้อย่างไรให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้ที่นี่

7.มาตรฐานการใช้งานของพื้นลามิเนต

พื้นลามิเนตมีการจัดเกรดตามมาตรฐานยุโรป โดยใช้ค่า AC (Abrasion Classification) เพื่อวัดความทนต่อการสึกถลอก และค่า IC (Impact Classification) เพื่อวัดความทนต่อแรงกระแทก โดยค่ายิ่งสูง ยิ่งแสดงถึงความแข็งแรงและทนทานมากขึ้น

7.1 AC Rating (AC1 – AC5):

ใช้ระบุความทนต่อการสึกหรอของผิวหน้า เช่น

  • AC1–AC2: สำหรับพื้นที่ใช้งานเบา เช่น ห้องนอน
  • AC3: สำหรับบ้านทั่วไป เช่น ห้องนั่งเล่น, บันได
  • AC4–AC5: สำหรับเชิงพาณิชย์หรือพื้นที่ใช้งานหนัก

7.2 IC Rating (IC1 – IC3):

ใช้ระบุความสามารถในการรับแรงกระแทกจากของตกหรือแรงกด เช่น

  • IC1: รับน้ำหนักได้เบา เหมาะกับใช้งานทั่วไป
  • IC2–IC3: รับแรงกระแทกได้มาก เหมาะกับพื้นที่ที่มีโอกาสโดนกระแทกบ่อย

ดูบทความ พื้นลามิเนตมีข้อควรระวังอะไรบ้าง? ได้ที่นี่

8.พื้นลามิเนต เหมาะกับใช้งานในพื้นที่แบบไหนบ้าง?

พื้นลามิเนตลายไม้ธรรมชาติ ติดตั้งในห้องนั่งเล่นทันสมัย
  • ภายในบ้าน ทางเดินและห้องต่าง ๆ พื้นลามิเนตเหมาะกับห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องทำงาน หรือโถงทางเดิน เพราะให้ความรู้สึกอบอุ่นแบบไม้จริง ติดตั้งได้เร็ว ดูแลรักษาง่าย และยังทนต่อรอยขีดข่วนจากการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดี เหมาะสำหรับบ้านที่ต้องการความสวยงามและความคุ้มค่าในระยะยาว
  • ร้านค้า ในร้านค้าที่มีคนเดินเข้าออกทั้งวัน พื้นลามิเนตที่มีค่า AC Rating สูง (AC4 หรือ AC5) จะช่วยรองรับแรงกระแทกจากการใช้งานหนักได้ดี อีกทั้งยังสร้างบรรยากาศอบอุ่นน่าเดิน เหมาะกับร้านเสื้อผ้า ร้านกาแฟ หรือโชว์รูมสินค้าทั่วไป
  • โรงแรม พื้นลามิเนตช่วยเพิ่มความหรูหราให้กับห้องพักในโรงแรมได้โดยไม่ต้องใช้ไม้จริง ราคาประหยัดกว่า ดูแลง่าย และยังมีลวดลายหลากหลายให้เลือก เหมาะกับทั้งโถงต้อนรับ ห้องพัก หรือทางเดินในอาคาร
  • โรงเรียน พื้นลามิเนตสามารถใช้ในห้องเรียน ห้องประชุม หรือห้องพักครู เพราะมีผิวที่ทนทานต่อการใช้งานหนัก และไม่ลื่น จึงปลอดภัยสำหรับเด็กและบุคลากร อีกทั้งยังช่วยดูแลรักษาได้ง่ายในพื้นที่ที่มีการใช้งานต่อเนื่องตลอดวัน
  • บ้านที่มีสัตว์เลี้ยง สำหรับคนที่มีสัตว์เลี้ยง เช่น หมา หรือแมว ควรเลือกพื้นลามิเนตที่มีผิวหน้าแบบด้านและค่า AC สูง เพื่อช่วยลดรอยเล็บ ป้องกันคราบ และทำความสะอาดได้ง่าย แนะนำเลือกลายไม้แบบวินเทจหรือขัดลายเพื่อช่วยพรางรอยเล็ก ๆ ที่เกิดจากสัตว์เลี้ยงได้ดีขึ้น

ดูบทความไอเดียการแต่งห้องด้วยพื้นลามิเนตคลิกที่นี่

9.การดูแลพื้นลามิเนต

การดูแลและบำรุงรักษาพื้นลามิเนตยังไงให้สวยเหมือนใหม่ เป็นคำถามที่เจ้าของบ้านหลายคนสงสัย เพราะแม้พื้นลามิเนตจะทนรอย ดูแลง่าย และให้ลุคบ้านสวยทันสมัย แต่การใช้งานทุกวันก็อาจทำให้เกิดรอยหรือความหมองได้ หากไม่รู้วิธีดูแลที่ถูกต้อง บทความนี้จะพาไปดูขั้นตอนง่าย ๆ ที่ช่วยยืดอายุพื้นลามิเนตให้ดูใหม่ เงางาม และใช้งานได้ยาวนานเหมือนวันแรกที่ปู

  • กวาดหรือดูดฝุ่นเป็นประจำ เพื่อป้องกันเศษฝุ่นหรือเม็ดทรายที่อาจขูดผิวพื้นจนเป็นรอย
  • ถูพื้นด้วยผ้าชุบน้ำหมาด ๆ หลีกเลี่ยงการใช้น้ำมากหรือปล่อยให้น้ำขัง เพราะความชื้นมากเกินไปอาจทำให้พื้นบวม
  • หลีกเลี่ยงน้ำยาทำความสะอาดที่มีฤทธิ์รุนแรง น้ำยาขัดพื้นแบบกรด/ด่าง เพราะอาจทำลายชั้นเคลือบของผิวลามิเนต
  • ใช้แผ่นรองใต้ขาเฟอร์นิเจอร์ ป้องกันรอยขีดข่วนจากการเลื่อนเก้าอี้ โต๊ะ หรือของหนัก
  • เช็ดของเหลวที่หกทันที เช่น น้ำซุป น้ำผลไม้ หรือกาแฟ เพราะหากทิ้งไว้อาจซึมเข้าสู่รอยต่อได้
  • ไม่ควรใช้แว็กซ์หรือเคลือบเงาแบบไม้จริง เพราะพื้นลามิเนตมีชั้นเคลือบในตัว ไม่ต้องขัดหรือลงเงา
  • เปิดหน้าต่างระบายอากาศสม่ำเสมอ เพื่อควบคุมความชื้นภายในห้องและลดการสะสมของกลิ่นอับ
  • ทำความสะอาดตามแนวลายไม้ เพื่อไม่ให้คราบหรือฝุ่นเกาะในร่องและช่วยถนอมพื้นได้มากกว่า

10.วิธีเลือกพื้นลามิเนตให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

  • เลือกแผ่น HDF ที่ได้มาตรฐาน E1 / E0 หรือ CARB Phase 2

  • มองหาสัญลักษณ์ FSC หรือ PEFC เพื่อยืนยันว่าไม้มาจากป่าปลูก ไม่ทำลายธรรมชาติ

  • เลือกแบรนด์ที่โชว์ใบรับรองชัดเจน และมีโรงงานที่มีระบบควบคุมมลพิษ

  • เลือกลวดลายที่เป็น Digital Overlay ลดการใช้หมึกเคมี

  • เลือกพื้นหนา 8–12 มม. ซึ่งทนทานกว่าและเปลี่ยนบ่อยน้อยกว่า  ลดขยะ

  • เลือกแบรนด์ยุโรปหรือสหรัฐ  *อ่านบทความ เลือกพื้นลามิเนตยี่ห้อไหนดี? 5 แบรนด์ระดับโลกที่น่าจับตาในปี 2025 ได้ที่นี่

11.วิธีเลือกพื้นลามิเนตสำหรับบ้านที่มีเด็กเล็ก

วิธีเลือกพื้นลามิเนตสำหรับบ้านที่มีเด็กเล็ก ควรเน้นทั้งเรื่องความปลอดภัย ความนุ่มเท้า และสารเคมีที่ปลอดภัยต่อการใช้งานในทุกวัน เพราะเด็กเล็กมักคลาน เดินล้มง่าย และอยู่ใกล้พื้นมากกว่าผู้ใหญ่ จึงต้องเลือกพื้นลามิเนตที่ตอบโจทย์สุขภาพและความปลอดภัยเป็นหลัก

  • เลือกพื้นลามิเนตที่มีค่าปล่อยสารฟอร์มาลดีไฮด์ต่ำ (E0 หรือ E1) ลดความเสี่ยงการระคายเคืองและปัญหาทางเดินหายใจ

  • พื้นหนา 8–12 มม. จะมีความนุ่มและซับแรงได้ดีกว่าเวลาเด็กเดินหรือหกล้ม

  • เลือกผิวหน้ากันลื่น (Anti-slip Surface) ลดโอกาสการลื่นไถล

  • ใช้โทนพื้นผิวลายไม้ด้าน (Matt Finish) ช่วยซ่อนรอยและดูสะอาดตา

  • มองหามาตรฐาน GREENGUARD / Blue Angel หรือ CARB2 เพื่อความปลอดภัยด้าน VOCs

  • ใช้แผ่นรองโฟมแบบกันเสียงคุณภาพดี ทำให้บ้านเงียบขึ้นเวลาเด็กวิ่งเล่น

  • หลีกเลี่ยงพื้นลามิเนตราคาถูกมาก เพราะมักคุมสารเคมีและมาตรฐานผิวหน้าได้ไม่ดี

  • เลือกแบรนด์ยุโรป/ญี่ปุ่นที่มีมาตรฐานคุณภาพชัดเจน เพื่อความปลอดภัยระยะยาว

  • ติดตั้งโดยช่างมืออาชีพ ลดช่องว่างระหว่างแผ่นกันน้ำและกันฝุ่นดีขึ้น

  • ใช้พรมเด็กเสริมในโซนเล่น เพื่อให้พื้นที่ปลอดภัยและนุ่มยิ่งขึ้น

12.ตารางเปรียบเทียบ พื้นลามิเนต vs พื้นไวนิล  vs พื้น SPC

พื้นลามิเนต vs พื้นไวนิล ต่างกันตรงไหน? เลือกแบบไหนดีสำหรับบ้านคุณ  ถ้าคุณกำลังลังเลว่าจะเลือกพื้นแบบไหนดีระหว่างพื้นลามิเนต พื้นไวนิล หรือพื้น SPC ตารางนี้จะช่วยให้เห็นความแตกต่างด้านความทนทาน การกันน้ำ ความปลอดภัยต่อเด็กและสัตว์เลี้ยง รวมถึงความเหมาะสมกับพื้นที่ใช้งานแต่ละแบบอย่างชัดเจน

คุณสมบัติพื้นลามิเนต (Laminate)พื้นไวนิล (Vinyl)พื้น SPC (Stone Plastic Composite)
โครงสร้างแผ่นไม้ HDF + ผิวลามิเนตPVC 100% แบบยืดหยุ่นหินปูน + PVC แข็งแรงมาก
ความทนทานต่อรอยดีมาก แต่ผิวแข็งดี ปานกลางถึงดีมากดีมาก ผิวแข็งและแน่น
กันน้ำไม่กันน้ำ 100%กันน้ำดีมากกันน้ำ 100%
ความนุ่มเท้านุ่มสบายที่สุด (ขึ้นกับแผ่นรอง)นุ่มยืดหยุ่นแข็งกว่าไวนิล แต่มั่นคง
ติดตั้งคลิกล็อกคลิกล็อก/กาวคลิกล็อก
ข้อจำกัดไม่ทนน้ำ, ไม่เหมาะกับพื้นที่ชื้นอาจบุ๋มได้เมื่อรับน้ำหนักมากผิวค่อนข้างแข็ง ไม่ยืดหยุ่น

*หมายเหตุ สามารถอ่าน พื้นลามิเนต vs พื้น SPC ต่างกันยังไง? คลิกที่นี่ !

13.ข้อควรรู้ก่อนเปลี่ยนจากกระเบื้องเป็นพื้นลามิเนต

  • พื้นต้องเรียบและแน่น  กระเบื้องที่นูน/หลุดต้องแก้ก่อน ไม่งั้นลามิเนตจะยวบหรือมีเสียงดัง

  • ต้องตรวจความชื้นปูน  ความชื้นสูงทำให้บวมง่าย ค่า MC ต้องผ่านเกณฑ์ก่อนปู

  • กระเบื้องลื่นหรือเคลือบเงามากต้องใช้แผ่นรองรองรับ เพื่อให้ลามิเนตยึดแน่น ไม่ลื่น

  • ต้องเว้นร่องขยายตัวรอบห้อง  ป้องกันการโก่งหรือดันผนังเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน

  • เลือกแผ่นรอง (Underlay) ให้เหมาะกับบ้าน  กันเสียง / กันชื้น / รองรับพื้นกระเบื้องเก่า

  • ห้ามปูทับกระเบื้องแตกหรือเป็นแอ่ง  ต้องซ่อม หรือปรับระดับพื้นก่อน

  • เลือกความหนา (8–12 มม.) ตามการใช้งานจริง  หนากว่า = แน่นกว่า เงียบกว่า

  • ย้ำว่าลามิเนต “กันน้ำแบบจำกัด”  เหมาะกับห้องนั่งเล่น/นอน ไม่ใช่ห้องน้ำ

  • เฟอร์นิเจอร์หนักต้องมีแผ่นรองขา  ป้องกันรอยกดหรือรอยขีดข่วน

  • ติดตั้งโดยช่างที่ชำนาญ  งานละเอียด เช่น จุดต่อ ประตู บัวผนัง ส่งผลต่ออายุการใช้งานโดยตรง

*อ่านบทความ ข้อควรรู้ก่อนเปลี่ยนจากกระเบื้องเป็น พื้นลามิเนต ได้ที่นี่

 

 

           พื้นลามิเนตถือเป็นทางเลือกยอดนิยมของคนรักบ้านยุคใหม่ ด้วยคุณสมบัติที่ครบทั้งความสวยงาม ความทนทาน และราคาที่จับต้องได้ เมื่อคุณเข้าใจโครงสร้าง ประเภท และคุณสมบัติของพื้นลามิเนตแล้ว การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานก็เป็นอีกก้าวสำคัญ VK Floor คือผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุปูพื้นคุณภาพสูงที่คัดสรรพื้นลามิเนตเกรดพรีเมียมจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก เรามีให้เลือกหลากหลายลายไม้ สีสัน และระดับความหนา พร้อมระบบ Click Lock ที่ติดตั้งง่าย และมาตรฐานกันน้ำ กันปลวก ทนรอยขีดข่วน

           หากคุณกำลังมองหา พื้นลามิเนต Kronoswiss ที่ “สวย ทน ดูดี ระยะยาว” พร้อมทีมให้คำปรึกษาที่เข้าใจการใช้งานจริง VK Floor พร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

 

 

หากคุณอ่านบทความนี้แล้วกำลังสงสัยเกี่ยวกับพื้นลามิเนต อ่านบทความ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพื้นลามิเนต ได้ที่นี่ หรือสามารถ Inbox เข้ามาสอบถามได้เลย

Google Map
Line
Line
Google Map