รวม 6 แบรนด์พื้นไม้คุณภาพดีประเทศไทย 2026

สารบัญ

การเลือกพื้นสำหรับบ้านหรือโครงการในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเพียงการเลือกวัสดุที่มีสีสวยหรือเข้ากับการตกแต่งเท่านั้น แต่พื้นเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลต่อทั้งบรรยากาศ ความรู้สึกในการอยู่อาศัย และประสิทธิภาพการใช้งานในระยะยาว

ปัจจุบันตลาดวัสดุปูพื้นมีทางเลือกหลากหลายมากขึ้น ตั้งแต่พื้นไม้ธรรมชาติ พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ พื้นลามิเนต พื้น SPC ไปจนถึงพื้นไวนิลคุณภาพสูง ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกวัสดุให้เหมาะกับ Lifestyle รูปแบบบ้าน และลักษณะพื้นที่ได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเลือกพื้นไม่ได้ควรพิจารณาเพียง “ความสวยงาม” เท่านั้น แต่ควรดูถึงโครงสร้างของวัสดุ เทคโนโลยีการผลิต มาตรฐานสินค้า ความเหมาะสมกับพื้นที่ รวมถึงบริการติดตั้งและหลังการขาย

VK Floor by Viwatchai Kamai จึงคัดเลือกแบรนด์พื้นไม้และวัสดุปูพื้นคุณภาพจากหลากหลาย Category เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกัน ตั้งแต่บ้านพักอาศัยระดับ Premium งาน Interior Design ไปจนถึงโครงการ Commercial

แต่ละแบรนด์ไม่ได้ถูกเลือกมาเพื่อแข่งขันกันว่าแบรนด์ใดดีที่สุด แต่ถูกเลือกมาเพื่อทำหน้าที่แตกต่างกันตามประเภทวัสดุและการใช้งาน

1. ทำไม VK Floor by Viwatchai Kamai จึงเลือกหลายแบรนด์สำหรับ Flooring Solution?

พื้นแต่ละประเภทมีจุดเด่นและข้อจำกัดแตกต่างกัน เช่น

พื้นไม้เอ็นจิเนียร์เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสไม้จริงและความหรูหรา

พื้น SPC และ Vinyl เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความทนทาน ดูแลรักษาง่าย และเหมาะกับการใช้งานประจำวัน

พื้นลามิเนตเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลายไม้สวยในราคาที่เข้าถึงง่าย

ดังนั้น การเลือกวัสดุปูพื้นที่ดีจึงควรเริ่มจากการเข้าใจพื้นที่ก่อน เช่น

ใช้งานบริเวณไหน?

มีความชื้นหรือไม่?

ต้องการความรู้สึกแบบไม้จริงหรือเน้นดูแลง่าย?

เป็นบ้านพักอาศัยหรือโครงการ?

ต้องการ Mood & Tone แบบใด?

VK Floor by Viwatchai Kamai จึงนำเสนอวัสดุปูพื้นหลาย Category เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือก Solution ที่เหมาะสมที่สุด

2. BOEN — Premium Engineered Wood Flooring จากยุโรป

พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ที่โดดเด่นด้านความเป็นธรรมชาติและคุณภาพงานไม้

BOEN เป็นแบรนด์พื้นไม้จากยุโรปที่มีชื่อเสียงด้านพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ โดยเน้นความสวยงามของไม้ธรรมชาติและรายละเอียดของงานผลิต

พื้นไม้ BOEN มีชั้นผิวหน้าเป็นไม้จริง ทำให้ยังคงสัมผัส ลวดลาย และ Character ของไม้ธรรมชาติ พร้อมโครงสร้าง Engineered ที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงของพื้น

จุดเด่นของ BOEN คือการผสมผสานระหว่าง Craftsmanship ของงานไม้แบบดั้งเดิมกับเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่

  • จุดเด่นของ BOEN
  • พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ผิวหน้าไม้จริง
  • ลายไม้ธรรมชาติ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
  • มีเฉดสีและชนิดไม้หลากหลาย
  • เหมาะกับงานออกแบบระดับ Premium
  • เหมาะสำหรับ
  • ✓ บ้าน Luxury Residential
  • ✓ คอนโดระดับ Premium
  • ✓ โรงแรม
  • ✓ งาน Interior ที่ต้องการความเป็นธรรมชาติของไม้จริง

3. Imondi — Designer Engineered Wood Flooring

พื้นไม้สำหรับงานออกแบบที่ต้องการสร้างเอกลักษณ์

Imondi เป็นแบรนด์พื้นไม้ที่ให้ความสำคัญกับดีไซน์และรูปแบบการติดตั้งที่หลากหลาย โดยเฉพาะงานที่ต้องการให้พื้นเป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลักของ Interior Design

นอกจากพื้นไม้แบบ Plank แล้ว Imondi ยังมีรูปแบบ Pattern Flooring เช่น

  • Herringbone
  • Chevron
  • Custom Pattern

ซึ่งช่วยเพิ่มมิติและความโดดเด่นให้กับพื้นที่

  • จุดเด่นของ Imondi
  • ดีไซน์พื้นไม้หลากหลาย
  • เหมาะกับงาน Interior ระดับสูง
  • ช่วยสร้าง Character ให้พื้นที่
  • มีทั้งความสวยงามและความเป็นธรรมชาติของไม้
  • เหมาะสำหรับ
  • ✓ Luxury Home
  • ✓ Boutique Hotel
  • ✓ ห้องรับแขกระดับ Premium
  • ✓ งานออกแบบเฉพาะทาง

4. SWISS KRONO ARTUREON — Sustainable Wood Flooring

พื้นไม้ที่ผสานดีไซน์ นวัตกรรม และแนวคิดด้านความยั่งยืน

SWISS KRONO ARTUREON เป็นพื้นไม้ที่พัฒนาภายใต้แนวคิด Sustainable Flooring โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบ วัสดุ และกระบวนการผลิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

จุดเด่นของ ARTUREON คือการนำแนวคิด Carbon Neutral มาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ พร้อมการออกแบบพื้นผิวที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงไม้ธรรมชาติ

  • จุดเด่นของ ARTUREON
  • แนวคิด Carbon Neutral Flooring
  • Swiss Board Technology
  • ลายไม้และ Texture สมจริง
  • เหมาะกับงานออกแบบยุคใหม่
  • เหมาะสำหรับ
  • ✓ บ้านที่ให้ความสำคัญกับ Sustainability
  • ✓ Green Building Concept
  • ✓ Modern Natural Interior
  • ✓ โครงการที่ต้องการวัสดุแนว Eco-Friendly

5. Kronoswiss — Premium Laminate Flooring

พื้นลามิเนตคุณภาพสูงสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มค่าและดีไซน์

Kronoswiss เป็นแบรนด์พื้นลามิเนตจากยุโรปที่ได้รับความนิยมจากคุณภาพของวัสดุและเทคโนโลยีพื้นผิว

พื้นลามิเนตในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงวัสดุเลียนแบบไม้ แต่มีการพัฒนา Texture และลวดลายให้ใกล้เคียงไม้ธรรมชาติมากขึ้น

  • จุดเด่นของ Kronoswiss
  • ลายไม้สมจริง
  • มีพื้นผิวหลากหลายรูปแบบ
  • ดูแลรักษาง่าย
  • เหมาะกับพื้นที่ใช้งานทั่วไป
  • เหมาะสำหรับ
  • ✓ บ้านพักอาศัย
  • ✓ คอนโดมิเนียม
  • ✓ Home Office
  • ✓ พื้นที่ที่ต้องการความคุ้มค่า

6. VK Top Floor — SPC Flooring

พื้น SPC ที่ตอบโจทย์ความทนทานและการใช้งานจริง

VK Top Floor เป็นพื้น SPC ที่พัฒนาสำหรับผู้ที่ต้องการวัสดุปูพื้นที่มีความแข็งแรง ดูแลรักษาง่าย และเหมาะกับ Lifestyle ปัจจุบัน

SPC (Stone Plastic Composite) มีโครงสร้างหลักจากส่วนผสมของผงหินและ Polymer ทำให้พื้นมีความมั่นคงและเหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการความทนทาน

  • จุดเด่นของ VK Top Floor
  • ทนต่อความชื้น
  • ดูแลรักษาง่าย
  • ลายไม้หลากหลาย
  • เหมาะกับ Residential และ Commercial
  • เหมาะสำหรับ
  • ✓ บ้านพักอาศัย
  • ✓ คอนโด
  • ✓ ร้านค้า
  • ✓ สำนักงาน

7. Allure — Luxury Vinyl Flooring

พื้นไวนิลคุณภาพสูงที่ผสานดีไซน์และความสะดวกในการใช้งาน

Allure เป็นแบรนด์พื้นไวนิลที่ได้รับการออกแบบสำหรับผู้ที่ต้องการพื้นลายไม้ที่สวยงาม พร้อมคุณสมบัติที่เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

พื้น Vinyl Flooring มีจุดเด่นด้านความยืดหยุ่น สัมผัสที่สบาย และความสามารถในการดูแลรักษาได้ง่าย ทำให้เหมาะกับพื้นที่หลากหลายรูปแบบ

โดยเฉพาะ Allure Isocore ที่มีโครงสร้าง Rigid Core ช่วยเพิ่มความมั่นคงและความรู้สึกในการใช้งาน

  • จุดเด่นของ Allure
  • พื้นผิวลายไม้สมจริง
  • ให้สัมผัสนุ่มกว่า Flooring บางประเภท
  • ดูแลรักษาง่าย
  • เหมาะกับงาน Renovation
  • เหมาะสำหรับ
  • ✓ บ้านพักอาศัย
  • ✓ คอนโดมิเนียม
  • ✓ ห้องนอน
  • ✓ พื้นที่ที่ต้องการความสบายในการใช้งาน

8. เปรียบเทียบ Product Category จาก VK Floor by Viwatchai Kamai

Product CategoryBrandจุดเด่นเหมาะกับ
Engineered Wood FlooringBOENไม้จริง สวยงามระดับ Premiumบ้าน Luxury
Designer Engineered WoodImondiPattern Flooring ดีไซน์พิเศษInterior ระดับสูง
Sustainable FlooringARTUREONCarbon Neutral ConceptGreen Design
Laminate FlooringKronoswissคุ้มค่า ดูแลง่ายบ้านทั่วไป
SPC FlooringVK Top Floorแข็งแรง ทนความชื้นResidential / Commercial
Vinyl FlooringAllureสัมผัสสบาย ใช้งานง่ายบ้านและ Renovation

อ่านเพิ่มเติม: เปรียบเทียบ

อ่านเพิ่มเติม: ซื้อพื้นไม้

9. วิธีเลือกพื้นจาก VK Floor by Viwatchai Kamai ให้เหมาะกับบ้าน

หากต้องการความรู้สึกของไม้ธรรมชาติ

เลือก:

  • BOEN
  • Imondi

เหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสและลวดลายของไม้จริง

หากต้องการวัสดุแนว Sustainable Design

เลือก:

SWISS KRONO ARTUREON

เหมาะกับงานออกแบบที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม

หากต้องการพื้นสวย ดูแลง่าย ใช้งานจริง

เลือก:

  • Kronoswiss
  • VK Top Floor
  • Allure

เหมาะกับบ้านที่ต้องการความสะดวกในการดูแลและใช้งานประจำวัน

10. สรุป 6 แบรนด์พื้นไม้และวัสดุปูพื้นคุณภาพจาก VK Floor by Viwatchai Kamai

การเลือกพื้นไม่ได้มีคำตอบเดียวสำหรับทุกพื้นที่ เพราะวัสดุแต่ละประเภทมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน

VK Floor by Viwatchai Kamai จึงคัดเลือกแบรนด์พื้นไม้และวัสดุปูพื้นหลากหลาย Category เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ตั้งแต่บ้านพักอาศัยทั่วไป ไปจนถึงโครงการระดับ Premium

ไม่ว่าจะเป็น

  • พื้นไม้เอ็นจิเนียร์จาก BOEN และ Imondi
  • พื้นไม้แนว Sustainable จาก SWISS KRONO ARTUREON
  • พื้นลามิเนตคุณภาพจาก Kronoswiss
  • พื้น SPC จาก VK Top Floor
  • พื้นไวนิลจาก Allure

ทุกแบรนด์ถูกเลือกจากแนวคิดเดียวกัน คือการนำเสนอวัสดุที่มีคุณภาพ เหมาะสมกับการใช้งาน และช่วยสร้างพื้นที่ที่สวยงามพร้อมใช้งานจริง

เพราะพื้นไม่ได้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของบ้าน แต่เป็นองค์ประกอบที่กำหนดความรู้สึก คุณภาพ และประสบการณ์ของพื้นที่ในระยะยาว

VK Floor by Viwatchai Kamai — Flooring Solution สำหรับทุกพื้นที่ ทุกสไตล์ และทุกความต้องการ.

อ้างอิงมาตรฐานสากล: Types of Wood Floors – National Wood Flooring Association

1. ซื้อ พื้นไม้ ที่ไหนดี?

คำตอบ: เลือกผู้ขายที่ระบุรหัสรุ่น แหล่งที่มา สเปก คู่มือติดตั้ง เงื่อนไขรับประกัน และบริการหลังการขายได้ชัดเจน หากมีงานติดตั้ง ควรมีการสำรวจพื้นที่และทำขอบเขตงานเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนวางมัดจำ

2. ควรขอตัวอย่าง พื้นไม้ ก่อนซื้อหรือไม่?

คำตอบ: ควรขอตัวอย่างจริงและดูหลายแผ่น ไม่ใช่แผ่นเดียว โดยเฉพาะวัสดุลายไม้ที่มีความต่างของเฉดและลาย ควรยืนยันรหัสสี รหัสรุ่น และ lot ในใบเสนอราคาเพื่อให้สินค้าที่ส่งตรงกับตัวอย่างที่อนุมัติ

3. ควรเปรียบเทียบราคา พื้นไม้ อย่างไร?

คำตอบ: เปรียบเทียบด้วยขอบเขตเดียวกัน โดยรวมราคาวัสดุ ปริมาณเผื่อตัด แผ่นรองหรือกาว ค่าปรับระดับ ค่ารื้อและขนทิ้ง บัว ตัวจบ ขนส่ง ย้ายเฟอร์นิเจอร์ ค่าแรง และภาษี ใบเสนอราคาที่ราคาต่อตารางเมตรต่ำกว่าอาจมีต้นทุนรวมสูงกว่าเมื่อรวมงานเตรียมพื้น

4. ควรขอเอกสารอะไรจากผู้ขาย พื้นไม้?

คำตอบ: ขอ technical data sheet คู่มือติดตั้ง เงื่อนไขรับประกัน ใบรับรองที่ตรงกับรหัสรุ่น และรายละเอียดผู้รับผิดชอบงานติดตั้ง ควรเก็บใบเสร็จ ฉลาก lot รูปค่าความชื้น และรูปหน้างานไว้ด้วย เพื่อใช้ตรวจสอบหากเกิดปัญหาหลังส่งมอบ

5. ซื้อ พื้นไม้ ต้องเผื่อกี่เปอร์เซ็นต์?

คำตอบ: ปริมาณเผื่อขึ้นอยู่กับรูปทรงห้อง แนวปู ขนาดแผ่น การปูลายเฉียงหรือก้างปลา และจำนวนมุมตัด จึงควรให้ผู้ติดตั้งทำแผนการปูและถอดปริมาณ ไม่ควรใช้เปอร์เซ็นต์เดียวกับทุกหน้างาน และควรเก็บแผ่นสำรอง lot เดียวกันไว้ซ่อม

พื้นไม้ คืออะไร และมีโครงสร้างแบบไหน?

คำตอบ: พื้นไม้ คือวัสดุปูพื้นที่มีวัสดุปูพื้นลายไม้ซึ่งมีหลายประเภทและโครงสร้างต่างกัน ซึ่งเป็นตัวกำหนดความทนทาน การรับความชื้น และวิธีติดตั้งที่ใช้ได้ จึงควรอ่านสเปกโครงสร้างของรุ่นก่อนเทียบราคาต่อตารางเมตร

ข้อเสียของพื้นไม้ที่ควรรู้ก่อนซื้อคืออะไร?

คำตอบ: ทุกวัสดุมีข้อจำกัดของตัวเอง สิ่งที่ควรถามผู้ขายคือเงื่อนไขการใช้งานที่ผู้ผลิตไม่แนะนำ เช่น พื้นที่ความชื้นสูง แสงแดดจัด หรือการลากของหนัก รวมถึงข้อจำกัดในการซ่อมเฉพาะจุด

พื้นไม้ โดนน้ำหรือความชื้นได้แค่ไหน?

คำตอบ: ความสามารถรับน้ำต่างกันตามประเภท พื้นแกนหินหรือ PVC รับความชื้นได้ดีกว่าพื้นแกนไม้ แต่ทุกประเภทไม่ควรมีน้ำขังที่รอยต่อ

ควรเลือกความหนาของพื้นไม้อย่างไร?

คำตอบ: ควรดูความหนารวมควบคู่กับชั้นผิว เพราะชั้นผิวคือส่วนที่รับแรงใช้งานจริง และเป็นตัวกำหนดความทนรอยขีดข่วน

ซื้อพื้นไม้ออนไลน์กับดูหน้าร้าน ต่างกันอย่างไร?

คำตอบ: การดูแผ่นจริงช่วยให้เห็นเฉดสี ลายไม้ และผิวสัมผัสที่ภาพถ่ายแสดงไม่ครบ ส่วนการสั่งออนไลน์สะดวกเมื่อรู้รหัสรุ่นแน่นอนแล้ว ทางที่ปลอดภัยคือขอตัวอย่างแผ่นไปเทียบในพื้นที่จริงก่อนสั่งเต็มจำนวน

ศิรวิชญ์ หาญวิวัฒนกูล

ศิรวิชญ์ หาญวิวัฒนกูล

ผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุไม้ พื้นไม้ จาก วิวัฒน์ชัยค้าไม้