Home » เกี่ยวกับบริษัท » VK Floor by Viwatchai Kamai แบรนด์พื้นไม้ ที่ตอบโจทย์ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์(Developer) มีสี ประเภทพื้นไม้ให้เลือกหลากหลาย พร้อมตัวอย่างฟรี
Vk Floor สำหรับ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ Developer การเลือกพื้นไม้สำหรับโครงการไม่ได้จบที่คำถามว่า “พื้นรุ่นนี้สวยไหม?” แต่ต้องมองภาพรวมตั้งแต่ ต้นทุน คุณภาพ Specification ความสม่ำเสมอของสินค้า Supply การติดตั้ง ไปจนถึงการดูแลหลังส่งมอบ
VK Floor by Viwatchai Kamai จึงไม่ได้วางตัวเองเป็นเพียงผู้จำหน่ายพื้นไม้ แต่ต้องการเป็น Flooring Partner สำหรับ Developer ที่สามารถช่วยตั้งแต่การเลือกประเภทพื้น การทำ Material Selection การจัดหา Sample การประเมินหน้างาน ไปจนถึงการส่งมอบและติดตั้งจริง
ด้วยประสบการณ์ของวิวัฒน์ชัยค้าไม้ในอุตสาหกรรมไม้กว่า 50 ปี และประสบการณ์ของ VK Floor ในการส่งมอบผลงานมากกว่า 100 Projects และกว่า 30,000 ยูนิตทั่วประเทศไทย เราเข้าใจว่าพื้นที่ใช้ในโครงการจำนวนมากไม่ได้ต้องการเพียงวัสดุที่สวย แต่ต้องเป็นวัสดุที่สามารถบริหารจัดการได้จริงตั้งแต่วันเริ่มโครงการจนถึงวันที่ส่งมอบให้ลูกบ้าน
1. Vk Floor พื้นไม้สำหรับ Developer ต้องตอบทั้ง Design, Cost และ Function
ในการพัฒนาโครงการหนึ่ง Developer ต้องบริหารหลายปัจจัยพร้อมกัน พื้นไม้เองก็เช่นเดียวกัน
วัสดุที่เลือกต้องสอดคล้องกับ Positioning ของโครงการ ขณะเดียวกันต้องควบคุมต้นทุน สามารถจัดหาได้ตามจำนวนที่ต้องการ มี Specification ที่ชัดเจน และเหมาะกับการใช้งานจริง
โดยเฉพาะโครงการที่มีจำนวนยูนิตมาก ความแตกต่างเพียงเล็กน้อยของต้นทุนต่อพื้นที่ เมื่อคูณกับจำนวนหลายร้อยหรือหลายพันยูนิต สามารถกลายเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ได้
แต่ในทางกลับกัน การเลือกวัสดุที่ราคาต่ำที่สุดก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุดเสมอไป หากต้องแลกกับอายุการใช้งาน การดูแลรักษา หรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้นหลังส่งมอบ
VK Floor จึงมองการเลือก พื้นไม้สำหรับ Developer ในภาพรวมว่า
วัสดุต้องสวย + เหมาะกับโครงการ + บริหารต้นทุนได้ + ใช้งานจริงได้ + มี Supply รองรับ
2. มีพื้นไม้หลายประเภท เพื่อให้ Developer เลือกตามระดับของโครงการ
แต่ละโครงการมี Positioning แตกต่างกัน บ้านเดี่ยว Premium, Luxury Residence, Condominium, Hotel หรือโครงการที่เน้นความคุ้มค่า ย่อมไม่ควรใช้วัสดุแบบเดียวกันทั้งหมด
VK Floor จึงมีพื้นหลายประเภทให้เลือก เช่น พื้น SPC, พื้น Vinyl และ Engineered Vinyl, พื้น Laminate, พื้น Engineered Wood, Compound Wood และพื้นไม้จริง ความหลากหลายนี้ช่วยให้ Developer สามารถเลือกวัสดุให้เหมาะกับ Product Positioning และ Budget ของแต่ละโครงการ
โครงการที่ต้องการ Natural Wood Feeling อาจเลือก Engineered Wood หรือ Compound Wood ขณะที่พื้นที่ที่ต้องการความง่ายในการดูแลอาจพิจารณา SPC หรือ Vinyl เราไม่ได้พยายามให้ทุกโครงการใช้พื้นชนิดเดียวกัน แต่ต้องการช่วยหา วัสดุที่เหมาะกับ Product ที่ Developer กำลังสร้าง
3. VK Floor นำเข้าพื้นไม้ Global Brand และ Certification ที่ช่วยเพิ่มคุณค่าให้โครงการ
สำหรับ Developer การเลือก พื้นไม้ ไม่ได้จบเพียงเรื่องความสวยงามหรือความทนทาน แต่ปัจจุบัน มาตรฐานด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม มีบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะโครงการ Premium และโครงการที่ต้องการยกระดับมาตรฐานอาคาร
พื้นไม้จาก VK Floor มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับ Certification ในหลายด้าน ทั้ง Indoor Air Quality เช่น GREENGUARD Gold และ E1 รวมถึงมาตรฐานด้านความยั่งยืน เช่น FSC และ Carbon Neutral ในผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์ที่มีการรับรองตาม Specification ของแต่ละรุ่น
Certification เหล่านี้จึงไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะในเอกสาร Specification แต่สามารถนำไปต่อยอดกับโครงการได้หลายด้าน เช่น ใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา LEED หรือมาตรฐานอาคารสีเขียว และในกรณีที่เกณฑ์ของโครงการและสถาบันการเงินรองรับ อาจใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อหรือ Green Loan ได้
ขณะเดียวกัน Developer ยังสามารถนำข้อมูลด้าน Indoor Air Quality และมาตรฐานของวัสดุ ไปสื่อสารกับลูกบ้านหรือผู้ซื้อได้อย่างมีหลักฐานรองรับ โดยเฉพาะโครงการที่วาง Positioning ด้าน Healthy Living, Sustainable Living และ Premium Lifestyle
สำหรับเรา สิ่งสำคัญคือ Certificate ต้องไม่ใช่เพียงตราบนโบรชัวร์ แต่ต้องมีมาตรฐานและข้อมูลที่ตรวจสอบได้ และต้องพิจารณาตาม Product รุ่นที่นำไปใช้จริงในแต่ละโครงการ
พื้นไม้จึงไม่ได้สร้างคุณค่าให้โครงการเพียงด้าน Design แต่สามารถช่วยเสริมทั้งด้าน Health, Sustainability, Building Standard และ Brand Value ของโครงการได้ด้วย
4. VK Floor มีประสบการณ์จริงกับ Developer และโครงการชั้นนำในประเทศไทย
ตลอดประสบการณ์การทำงาน VK Floor มีโอกาสร่วมงานกับ Developer ชั้นนำ เช่น Land & Houses, Q House และ Supalai รวมถึงโครงการที่อยู่อาศัยอย่าง เดอะ คีย์, เดอะ รูม, อินดี้, มัณฑนา, พฤกษ์ลดา และ วีเว่ ตลอดจนงาน Hospitality เช่น โรงแรมโวโค่, JW Marriott และ Grand Hyatt ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งจากประสบการณ์กว่า 100 Projects และ 30,000+ ยูนิตทั่วประเทศไทย
ประสบการณ์จากโครงการจริงทำให้เราเข้าใจทั้ง Design, Specification, Supply, Installation และข้อจำกัดของหน้างาน ตั้งแต่โครงการ Residential ไปจนถึง Hospitality ระดับ Premium จึงสามารถนำประสบการณ์เหล่านี้มาช่วย Developer เลือก Flooring Solution ที่เหมาะกับแต่ละโครงการ ได้อย่างเป็นระบบ ทำให้ Vk Floor เป็นพื้นไม้สำหรับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
5. Vk Floor มีStock สำคัญมากสำหรับโครงการที่มีหลายร้อยหรือหลายพันยูนิต
หนึ่งในความเสี่ยงของการเลือกวัสดุสำหรับโครงการขนาดใหญ่คือ Supply
สมมติว่า Developer เลือกพื้นไว้แล้ว แต่เมื่อถึงเวลาติดตั้งกลับมีสินค้าไม่เพียงพอ หรือเกิดปัญหาการนำเข้า อาจส่งผลต่อ Schedule ของโครงการได้ทันที
VK Floor จึงให้ความสำคัญกับการบริหาร Stock และ Warehouse เพื่อรองรับการส่งมอบงานโครงการ
เรามีประสบการณ์บริหารการส่งมอบวัสดุให้กับโครงการจำนวนมาก และเข้าใจว่าการมีสินค้าในจำนวนที่เพียงพอเป็นส่วนหนึ่งของ Project Service ไม่ใช่เพียงเรื่องของการขายสินค้า
สำหรับ Developer วัสดุที่ดีแต่ไม่มีของเมื่อถึงเวลาใช้งาน ก็ไม่ใช่วัสดุที่ตอบโจทย์โครงการ
6. ไม่ต้องกลัวว่าสินค้าจะหายไปก่อนโครงการจบ
โครงการอสังหาริมทรัพย์อาจใช้เวลาหลายปีตั้งแต่ Design, Construction จนถึงการส่งมอบ ดังนั้น Product Continuity จึงเป็นเรื่องที่ควรพิจารณาตั้งแต่ต้น
หากพื้นรุ่นหนึ่งถูกใช้ในหลายอาคารหรือหลายเฟส แล้วเกิดปัญหาเรื่องการจัดหาวัสดุ อาจทำให้ต้องเปลี่ยนสีหรือเปลี่ยน Product กลางโครงการ ซึ่งส่งผลต่อทั้ง Design และการบริหารจัดซื้อ ด้วยเหตุนี้ VK Floor จึงให้ความสำคัญกับการบริหาร Product และ Stock เพื่อช่วยลดความเสี่ยงด้าน Supply
เราไม่สามารถรับประกันได้ว่าสินค้าทุกรุ่นจะมีจำหน่ายตลอดไป แต่เราสามารถวางแผน Stock และ Supply ให้เหมาะกับ Project ตั้งแต่ต้นได้
7. Sample พร้อมให้ Developer และทีมออกแบบพิจารณาก่อนตัดสินใจ
ก่อนที่พื้นไม้จะถูกติดตั้งในโครงการจริง ทีม Design และ Developer จำเป็นต้องเห็นวัสดุจริง VK Floor สามารถจัดเตรียม Sample พื้นไม้ เพื่อให้ทีมโครงการนำไปเปรียบเทียบกับวัสดุอื่น เช่น ผนัง หิน กระเบื้อง Furniture และ Built-in เพราะสีที่เห็นในภาพ Render หรือบนหน้าจออาจแตกต่างจากวัสดุจริงภายใต้สภาพแสงของโครงการ การทดลอง Sample ก่อนตัดสินใจจึงช่วยลดความเสี่ยงเรื่องสีและ Texture ไม่ตรงกับ Concept ที่วางไว้
8. ดูหน้างานก่อนติดตั้ง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง
อีกหนึ่งบริการที่สำคัญสำหรับ Developer คือการประเมินพื้นที่ก่อนติดตั้ง
ทีม VK Floor สามารถเข้าไปดูหน้างานเพื่อประเมินสภาพพื้นที่และให้คำแนะนำเกี่ยวกับวัสดุและการติดตั้งตามความเหมาะสม
เพราะปัญหาของพื้นบางอย่างไม่ได้เกิดจาก Product แต่เกิดจาก สภาพพื้นที่หรือขั้นตอนการติดตั้ง
การตรวจสอบตั้งแต่ก่อนเริ่มงานจึงช่วยให้ทีม Project สามารถวางแผนและแก้ไขข้อจำกัดได้ตั้งแต่ต้น
แนวคิดของเราคือ ป้องกันปัญหาก่อนติดตั้ง ดีกว่ารอแก้ปัญหาหลังส่งมอบ
9. มีทีม Sale และทีมงานรองรับตั้งแต่ Material Selection ถึง Project Site
Developer ต้องประสานงานกับหลายฝ่าย ทั้ง Architect, Interior Designer, Procurement, Contractor และทีม Site VK Floor จึงไม่ได้มีเพียงทีมขายที่นำเสนอสินค้า แต่สามารถสนับสนุนการทำงานตั้งแต่การเลือก Material การส่ง Sample การพูดคุยเรื่อง Specification ไปจนถึงการประสานงานด้านหน้างาน
ทีม Sale สามารถเข้าไปพบลูกค้าและนำตัวอย่างวัสดุไปให้พิจารณาได้ รวมถึงประสานงานกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องของโครงการ จุดประสงค์คือทำให้ พื้นไม้สำหรับโครงการ ไม่กลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ Developer ต้องเสียเวลาแก้ไขเองทั้งหมด
10.มี Showroom และ Partner ทั่วประเทศ รองรับ Developer ที่ทำโครงการหลายพื้นที่
โครงการของ Developer ไม่ได้มีเฉพาะกรุงเทพฯ หลายโครงการอยู่ในจังหวัดท่องเที่ยวหรือหัวเมืองต่าง ๆ
VK Floor จึงมี Showroom และ Partner ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางผ่าน บุญถาวรและ Partner อื่น ๆ ทำให้สามารถเข้าถึง Sample และ Product ได้สะดวกขึ้น
สำหรับ Developer ที่มีโครงการหลายจังหวัด สิ่งนี้ช่วยให้การนำเสนอวัสดุให้กับทีมท้องถิ่นหรือเจ้าของโครงการสามารถทำได้ง่ายขึ้น
11.พื้นไม้สำหรับ Developer ต้องคิดถึงวันที่ลูกบ้านเข้าอยู่ ไม่ใช่แค่วันที่ติดตั้งเสร็จ
เราเชื่อว่าการเลือกวัสดุที่ดีควรมองไปไกลกว่าวันส่งมอบโครงการเพราะหลังจากลูกบ้านรับมอบห้องแล้ว พื้นจะต้องเผชิญกับการใช้งานจริงทุกวัน ดังนั้นนอกจาก Design และราคาแล้ว Developer ควรพิจารณาเรื่อง Durability, Maintenance, Indoor Air Quality, Certification และความเหมาะสมกับ Lifestyle ของผู้ใช้งานโดยเฉพาะโครงการ Premium ที่ลูกค้าไม่ได้ซื้อเพียงพื้นที่อยู่อาศัย แต่ซื้อประสบการณ์และคุณภาพของการใช้ชีวิต
VK Floor จึงให้ความสำคัญกับการเลือก Product ที่ตอบโจทย์ทั้ง ความสวยงาม สุขภาพ การใช้งาน และคุณค่าในระยะยาว
Conclusion — VK Floor ไม่ได้ขายเพียงพื้น แต่ช่วย Developer เลือก Flooring Solution ให้เหมาะกับโครงการ
สำหรับ Developer การเลือก พื้นไม้สำหรับโครงการ ไม่ควรมองเพียงสี ราคา หรือความสวยงาม แต่ต้องมองตั้งแต่วันเลือก Material ไปจนถึงวันที่ลูกบ้านเข้ามาใช้งานจริง
VK Floor by Viwatchai Kamai จึงพยายามเป็นมากกว่า Supplier แต่เป็น Flooring Partner สำหรับ Developer ที่สามารถสนับสนุนตั้งแต่ Material Selection, Sample, Site Visit, Specification, Supply และ Installation
ด้วยประสบการณ์ด้านไม้กว่า 50 ปี ประสบการณ์ส่งมอบมากกว่า 100 Projects และ 30,000 ยูนิต มีพื้นหลากหลายประเภทจาก Global Brand มี Stock รองรับ รวมถึง Showroom และ Partner ทั่วประเทศ
เราอาจไม่ใช่พื้นไม้ที่ถูกที่สุดในตลาด แต่เราเลือก Positioning ที่แตกต่างออกไป
เราต้องการนำเสนอพื้นไม้ที่เหมาะกับ Developer ที่ให้คุณค่ากับทั้ง Design, Quality, Function, Health, Sustainability และ Long-Term Value
เพราะสำหรับโครงการที่สร้างขึ้นเพื่ออยู่ไปอีกหลายสิบปี พื้นไม้ไม่ควรถูกเลือกเพียงเพราะวันนี้ราคาดีที่สุด แต่ควรเป็นวัสดุที่เหมาะสมและสร้างคุณค่าให้กับโครงการได้ตลอดอายุการใช้งาน
Developer เลือก VK Floor เพราะเราไม่ได้เป็นเพียง Supplier พื้นไม้ แต่เป็น Flooring Partner ที่ช่วยตั้งแต่การเลือก Material, จัดทำ Sample, ให้ข้อมูล Specification, ประเมินหน้างาน ไปจนถึงติดตั้งจริง
ด้วยประสบการณ์ด้านไม้กว่า 50 ปี และผลงานกว่า 100 Projects ทั่วประเทศไทย ทำให้เราเข้าใจความต้องการของโครงการ ทั้งด้าน Design, Budget, Supply และการใช้งานระยะยาว
การเลือกพื้นไม้สำหรับโครงการควรพิจารณามากกว่าความสวยงาม โดยต้องดูทั้ง Positioning ของโครงการ, งบประมาณ, Specification, ความเหมาะสมกับพื้นที่, ความต่อเนื่องของสินค้า และการดูแลหลังส่งมอบ
VK Floor ช่วยวิเคราะห์และเลือก Flooring Solution ที่เหมาะกับแต่ละโครงการ ตั้งแต่ Residential, Luxury Residence, Condominium ไปจนถึง Commercial Project
VK Floor มีพื้นหลากหลายประเภท เพื่อรองรับโครงการหลายระดับ เช่น
- Engineered Wood Flooring
- Compound Wood Flooring
- Solid Wood Flooring
- Laminate Flooring
- SPC Flooring
- Vinyl Flooring
ช่วยให้ Developer สามารถเลือกวัสดุให้เหมาะกับทั้ง Design Concept, Function และ Budget ของโครงการ
มี โดย VK Floor มีพื้นไม้จากแบรนด์ระดับโลก เช่น BOEN, Kronoswiss, Imondi, Artureon และแบรนด์อื่น ๆ ที่ตอบโจทย์โครงการ Premium ที่ต้องการวัสดุมีเอกลักษณ์ มีมาตรฐาน และช่วยเพิ่ม Value ให้กับพื้นที่
ได้ VK Floor มีบริการจัดเตรียม Sample พื้นไม้สำหรับ Developer, Architect และทีม Design เพื่อใช้เปรียบเทียบกับ Material อื่น เช่น หิน กระเบื้อง ผนัง และ Furniture ก่อนเลือกใช้จริงในโครงการ
มี ทีม VK Floor สามารถเข้าไปประเมินหน้างาน เพื่อช่วยดูความเหมาะสมของพื้นที่ วิธีติดตั้ง และข้อจำกัดต่าง ๆ ก่อนเริ่มงาน
เพราะพื้นไม้ที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับ Product เพียงอย่างเดียว แต่ต้องติดตั้งให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่จริงด้วย
มี VK Floor ให้ความสำคัญกับการบริหาร Stock และ Warehouse เพื่อรองรับงานโครงการที่ต้องใช้วัสดุจำนวนมากและมี Timeline ชัดเจน
สำหรับ Developer การมี Supply ที่พร้อมเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องวัสดุไม่เพียงพอหรือส่งผลกระทบต่อกำหนดการก่อสร้าง
เพราะโครงการอสังหาริมทรัพย์อาจใช้เวลาหลายปีตั้งแต่ Design จนถึงส่งมอบ หากวัสดุขาดหรือเปลี่ยนรุ่นระหว่างโครงการ อาจส่งผลต่อทั้ง Design และการบริหารจัดซื้อ
VK Floor จึงให้ความสำคัญกับ Product Continuity และการวางแผน Supply เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของโครงการ
มี ผลิตภัณฑ์ของ VK Floor หลายรุ่นมาพร้อมมาตรฐานและ Certification ตาม Specification ของแต่ละแบรนด์ เช่น E1, FSC, FloorScore, CE และมาตรฐานด้าน Sustainability
ข้อมูลเหล่านี้สามารถช่วย Developer และ Designer ใช้ประกอบการเลือก Material สำหรับโครงการที่ให้ความสำคัญกับ LEED,Health, Green Building และ Sustainable Living
มี VK Floor มีประสบการณ์ร่วมงานกับ Developer, Architect และ Contractor ในหลากหลายโครงการ ทั้ง Residential, Condominium, Hotel และ Commercial Project
ด้วยประสบการณ์ส่งมอบมากกว่า 100 Projects และกว่า 30,000 ยูนิต ทำให้เราเข้าใจทั้งขั้นตอน Material Selection, Supply และ Installation
รับ VK Floor ให้บริการติดตั้งพื้นไม้ทั่วประเทศไทย พร้อม Showroom และ Partner Network ในหลายพื้นที่
รองรับทั้ง Developer ที่มีโครงการในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด และโครงการหลายพื้นที่ โดยสามารถดูแลตั้งแต่การเลือกวัสดุจนถึงการติดตั้งจริง
เพราะ VK Floor ไม่ได้มองเพียงการขายพื้นไม้ แต่ต้องการช่วย Developer เลือกวัสดุที่เหมาะกับโครงการในระยะยาว
ด้วยประสบการณ์กว่า 50 ปี, พื้นไม้หลากหลายประเภท, Global Brand, ระบบ Stock, ทีมติดตั้ง และประสบการณ์โครงการจริง VK Floor พร้อมเป็น Partner ตั้งแต่ขั้นตอนเลือก Material จนถึงวันที่ส่งมอบพื้นที่ให้ลูกค้า
ศิรวิชญ์ หาญวิวัฒนกูล
ผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุไม้ พื้นไม้ จาก วิวัฒน์ชัยค้าไม้




