พื้นไวนิล คืออะไร? เจาะลึกตั้งแต่โครงสร้างยันข้อควรระวัง ก่อนติดตั้งต้องอ่านให้จบ!

พื้นไวนิล คืออะไร? เจาะลึกตั้งแต่โครงสร้างยันข้อควรระวัง ก่อนติดตั้งต้องอ่านให้จบ!

ในยุคที่ความสวยงามต้องมาคู่กับความทนทานและติดตั้งง่าย “พื้นไวนิล” กลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมที่เข้ามาแทนพื้นไม้ กระเบื้อง หรือหินธรรมชาติในหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักอาศัย คอนโด ไปจนถึงร้านค้าและสำนักงานต่าง ๆ แต่รู้หรือไม่? พื้นไวนิลไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด! ทั้งโครงสร้าง การผลิต วัสดุ ไปจนถึงวิธีติดตั้ง ล้วนมีรายละเอียดที่ส่งผลต่ออายุการใช้งาน ความปลอดภัย และความคุ้มค่าในระยะยาว บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกทุกมิติของพื้นไวนิล ตั้งแต่ชนิดของวัสดุ โครงสร้างแต่ละชั้น สามารถกันน้ำกันปลวกได้หรือไม่ วิธีติดตั้ง ไปจนถึงข้อควรระวัง ก่อนตัดสินใจเลือกพื้นไวนิลที่ใช่สำหรับคุณ!

1.พื้นไวนิลคืออะไร?

พื้นไวนิล (Vinyl Flooring) หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อกระเบื้องยางไวนิล ซึ่ง พื้นไวนิลมีประวัติมายาวนาน เพราะคือวัสดุปูพื้นที่ถูกออกแบบมาให้มีลวดลายและพื้นผิวใกล้เคียงกับไม้หรือหินธรรมชาติ แต่ผลิตจากวัสดุสังเคราะห์ โดยพื้นไวนิลส่วนใหญ่ทำจากพลาสติกโพลิเมอร์ประเภทโพลิไวนิลคลอไรด์ (PVC) สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ตามวัตถุดิบที่ใช้

1.1 Virgin Vinyl 100% (ไวนิลบริสุทธิ์ 100%)

ข้อดี:

  • โครงสร้างแน่นหนา ไม่บิด ไม่หดตัว
  • สีและลายพิมพ์คมชัด ไม่ซีดง่าย
  • ปล่อยสาร VOC ต่ำ (ปลอดภัยต่อสุขภาพ)
  • อายุการใช้งานยาวนานกว่า 10-15 ปี
  • ไม่มีสิ่งเจือปนหรือกลิ่นฉุน

ข้อเสีย:

  • ราคาสูงที่สุดในทั้ง 3 ประเภท
  • มีน้ำหนักมากกว่าเล็กน้อย

1.2 Virgin Vinyl + Recycled Vinyl (ผสมระหว่างของใหม่และของรีไซเคิล)

ข้อดี:

  • ราคาเข้าถึงง่ายกว่าประเภท Virgin 100%
  • คุณภาพโดยรวมถือว่า “ดีพอใช้” สำหรับการใช้งานทั่วไป
  • ได้ทั้งความแข็งแรงระดับหนึ่ง และลดต้นทุนการผลิต

ข้อเสีย:

  • สีและลายอาจไม่คมเท่า Virgin 100%
  • อาจมีโอกาสปล่อย VOC ในปริมาณปานกลาง
  • หากสัดส่วน Recycle มากเกินไป อาจส่งผลต่อความทนทาน

1.3 Recycled Vinyl 100% (ไวนิลรีไซเคิลล้วน)

ข้อดี:

  • ราคาถูกที่สุด เหมาะกับงบจำกัด
  • เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับงานชั่วคราวหรืองานที่ไม่เน้นคุณภาพสูง

ข้อเสีย:

  • อายุใช้งานสั้น อาจหดตัวหรือบิดงอง่าย
  • ลายพิมพ์ไม่คม สีอาจซีด
  • มีกลิ่นสารเคมีมากกว่าปกติ
  • มีโอกาสปล่อย VOC สูง
  • ไม่แนะนำสำหรับพื้นที่เปียกหรือใช้งานหนัก

ซึ่งมีความแข็งแรงและยืดหยุ่นคล้ายยางรถยนต์ ทนทาน ราคาเข้าถึงได้ และติดตั้งง่ายกว่าพื้นไม้จริงหรือกระเบื้องเซรามิกทั่วไป ขณะเดียวกันก็มีประเภทที่ผลิตจากยางธรรมชาติ 100% ซึ่งให้ผิวสัมผัสนุ่ม เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ที่ต้องการลดแรงกระแทก เช่น ห้องเด็ก หรือบ้านพักอาศัยทั่วไป ทำให้พื้นไวนิลกลายเป็นทางเลือกยอดนิยมในยุคใหม่ที่ต้องการความสวยงาม ทนทาน และใช้งานได้หลากหลาย

*สามารถดูบทความ พื้นไวนิลมีกี่เกรด?  ได้ที่นี่

2.โครงสร้างของพื้นไวนิล

โครงสร้างของพื้นไวนิลแต่ละชั้น ตั้งแต่ชั้นเคลือบ UV จนถึงชั้นรองพื้น

โครงสร้าง 7 ชั้นของพื้นไวนิล Allure ซึ่งอาจจะมีโครงสร้างต่างจากพื้นไวนิลทั่วไป

1. Environment Friendly Ceramic Bead Coating ชั้นเคลือบผิวด้วยเม็ดเซรามิก เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

หน้าที่:

  • ช่วยป้องกันพื้นจากรังสี UV
  • ลดการซีดจางของสีเมื่อโดนแสงแดด
  • เพิ่มความแข็งแรงผิวหน้า และความทนทานต่อรอยขีดข่วน
  • ไม่ปล่อยสารพิษ เป็นมิตรกับผู้ใช้งานและสิ่งแวดล้อม

2. 0.5 mm Thick Commercial Grade Wear Layer ชั้นกันรอยเกรดพาณิชย์ หนา 0.5 มม. (พื้นไวนิลทั่วไป)

หน้าที่:

  • ป้องกันรอยขีดข่วน รอยลากจากเฟอร์นิเจอร์หรือรองเท้า
  • ยืดอายุการใช้งานของพื้นในพื้นที่ที่มีการใช้งานหนัก เช่น โรงแรม ออฟฟิศ
  • เป็นตัวรับแรงเสียดสีโดยตรง

3. Decorative PVC Printed Film ชั้นฟิล์มพีวีซีลวดลาย (เป็นมาตรฐานพื้นไวนิล)

หน้าที่:

  • แสดงลวดลายไม้ หิน หรือดีไซน์อื่น ๆ บนผิวพื้น
  • เป็นชั้นที่กำหนด “ความสวย” และโทนสีของพื้น
  • พิมพ์ลายด้วยเทคโนโลยีคุณภาพสูง ให้ภาพเสมือนไม้จริง

4. 2 Layers of Solid Virgin Vinyl ชั้นโครงสร้างพีวีซีบริสุทธิ์ 2 ชั้น

หน้าที่:

  • เสริมความแข็งแรงให้กับพื้นโดยไม่ใช้วัสดุรีไซเคิล
  • คงรูป ไม่ยืดหรือหดง่าย
  • ช่วยรองรับน้ำหนักการเดินและแรงกดจากของหนักได้ดี

5. Fiberglass Sheet แผ่นใยแก้วเสริมโครงสร้าง

หน้าที่:

  • เพิ่มความเสถียรให้พื้น ลดการโก่งหรือบิดตัว
  • ควบคุมการขยาย-หดตัวจากอุณหภูมิและความชื้น
  • ทำให้แผ่นพื้นวางแนบสนิทกับพื้นจริง

6. 3 Layers of Solid Virgin Vinyl พีวีซีบริสุทธิ์ 3 ชั้นเสริมพิเศษ (พื้นไวนิล จะมีเพียง 1 ชั้น)

หน้าที่:

  • เพิ่มความหนาแน่น แข็งแรงยิ่งขึ้น
  • ช่วยเสริมชั้นกลางให้มีความทนทานระดับสูง
  • รองรับแรงกระแทกได้ดีกว่าโครงสร้างทั่วไป

*ดูบทความ การทดลองความแข็งแรงและยืดหยุ่นของพื้นไวนิล คลิกที่นี่

7. Bonden Vinyl Back ชั้นฐานพีวีซีล่างสุด

หน้าที่:

  • ช่วยให้พื้นยึดเกาะกับพื้นผิวเดิมได้แน่นหนา
  • ป้องกันความชื้นจากพื้นล่าง
  • เสริมความยืดหยุ่นและคงรูปของแผ่นพื้นโดยรวม

3. วิธีติดตั้งพื้นไวนิล

3.1 พื้นไวนิลแบบทากาว (Glue Down Vinyl Flooring)

การติดตั้งพื้นไวนิลแบบทากาว เป็นวิธีที่นิยมใช้ในพื้นที่ที่ต้องการความแน่นหนาและการยึดเกาะที่ดี เช่น อาคารสำนักงาน ร้านค้า หรือห้องที่มีการสัญจรบ่อย โดยพื้นจะถูกติดลงบนพื้นผิวที่เตรียมไว้แล้วอย่างเรียบเนียน จากนั้นใช้กาวพิเศษสำหรับพื้นไวนิลทาให้ทั่วก่อนวางแผ่นไวนิลลงไป การติดตั้งแบบนี้จะให้ผลลัพธ์ที่เรียบสนิท ไม่มีเสียงฝืดหรือโยกเมื่อเดินผ่าน และมีความทนทานสูง แต่จะใช้เวลามากกว่าวิธีอื่น ต้องอาศัยช่างที่มีประสบการณ์เพื่อให้แน่ใจว่าแผ่นไวนิลเรียงตรงและยึดแน่นกับพื้นเดิมอย่างไม่มีช่องว่าง ติดตั้งคล้ายกับกระเบื้องยาง *หากท่านอยากอ่านบทความเกี่ยวกับ Vinyl ต่างจากกระเบื้องยางอย่างไร คลิกได้ที่นี่

3.2 พื้นไวนิลแบบคลิกล็อค (Click Lock Vinyl Flooring)

พื้นไวนิลระบบคลิกล็อค เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการติดตั้งเองหรือกำลังรีโนเวทบ้าน เพราะติดตั้งง่าย ไม่ต้องใช้กาว แค่เตรียมพื้นให้สะอาดและเรียบ จากนั้นวางแผ่นไวนิลโดยให้แต่ละแผ่น “คลิก” เข้าหากันตามระบบลิ้น-ร่องที่ออกแบบมาให้แนบสนิท ซึ่งช่วยลดปัญหาพื้นลอยหรือเผยอในอนาคต พื้นชนิดนี้เหมาะกับพื้นที่พักอาศัยทั่วไป เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องนอน หรือคอนโด เพราะทั้งสวย ติดตั้งเร็ว และหากต้องการเปลี่ยน ก็สามารถถอดและรื้อ รีโนเวทบ้าน ออกได้โดยไม่ทำลายพื้นเดิม

4. คุณสมบัติของพื้นไวนิล

พื้นไวนิลกับคุณสมบัติเด่น ทั้งกันน้ำ ทนรอยขีดข่วน และดูแลรักษาง่าย
  • ทนน้ำ 100% ไม่ดูดซึมน้ำ เหมาะกับพื้นที่เปียก เช่น ห้องครัว ห้องน้ำโซนแห้ง
  • กันปลวกและแมลง เพราะไม่มีส่วนผสมของไม้จริง ปลวกไม่กิน
  • ทนรอยขีดข่วน ด้วยชั้น Wear Layer ที่ออกแบบมาสำหรับป้องกันรอยรองเท้าและเฟอร์นิเจอร์
  • ยืดหยุ่น เดินนุ่มเท้า ลดแรงกระแทกจากการเดิน เหมาะกับบ้านที่มีผู้สูงอายุหรือเด็ก
  • ติดตั้งง่าย มีทั้งแบบคลิกล็อค (Click Lock) และแบบทากาว ปูทับพื้นเดิมได้โดยไม่ต้องรื้อ
  • ลวดลายเสมือนไม้จริง/หินธรรมชาติ ให้ความสวยงาม เหมือนได้อารมณ์วัสดุธรรมชาติ แต่ดูแลง่ายกว่า

หมายเหตุ :อ่านบทความ พื้นไวนิลกับสัตว์เลี้ยง อยู่ด้วยกันได้ไหม? ได้ที่นี่

5.ข้อควรระวังในการใช้งานพื้นไวนิล

แม้พื้นไวนิลจะเป็นวัสดุปูพื้นที่ทนทาน ดูแลง่าย และเหมาะกับบ้านยุคใหม่ แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่ามีรายละเอียดบางอย่างที่ต้องใส่ใจเพื่อให้พื้นอยู่กับบ้านได้อย่างยาวนาน หากละเลยอาจทำให้เกิดปัญหาที่เจอบ่อย เช่น พื้นล่อน พื้นโก่ง หรือเกิดรอยจากการใช้งานผิดวิธี ซึ่งจะ รวมปัญหายอดฮิตของพื้นไวนิล พร้อมข้อควรระวังสำคัญที่ควรรู้ก่อนซื้อและก่อนใช้งานจริง เพื่อให้คุณปูพื้นไวนิลได้อย่างมั่นใจและใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพที่สุด

  • ไม่ควรติดตั้งในพื้นที่กลางแจ้งหรือโดนแดดจัด แสง UV รุนแรงอาจทำให้สีซีดหรือแผ่นโค้งงอได้ แม้จะมีชั้นป้องกัน UV ก็ตาม
  • ควรเตรียมพื้นให้เรียบก่อนติดตั้ง หากพื้นไม่เรียบ อาจทำให้แผ่นคลิกล็อคไม่สนิทหรือเกิดเสียงเวลาเดิน
  • ไม่ทนต่อของมีคม/ความร้อนสูงโดยตรง หลีกเลี่ยงการวางของร้อน เช่น เตารีด หรือหม้อร้อนบนพื้นโดยตรง
  • ต้องเลือกเกรดที่เหมาะกับการใช้งาน พื้นบางรุ่นออกแบบมาเพื่อใช้ในบ้าน (residential) บางรุ่นเพื่อพื้นที่เชิงพาณิชย์ (commercial)

6.พื้นที่ใช้งานที่เหมาะสม

พื้นที่ใช้งานที่เหมาะสมสำหรับพื้นไวนิล เช่น ห้องครัว ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น

6.1 บ้านพักอาศัย: ห้องนอน, ห้องนั่งเล่น, ห้องครัว

ทำไมถึงเหมาะ:

พื้นไวนิลมีผิวสัมผัสนุ่ม เดินสบายเท้า ไม่เย็นเหมือนกระเบื้อง และไม่แข็งกระด้างเหมือนไม้จริง เป็น พื้นไวนิลที่รักษ์โลก เหมาะมากสำหรับห้องที่เน้นความรู้สึกอบอุ่น นอกจากนี้ยังกันน้ำได้ดี จึงเหมาะกับห้องครัวที่อาจมีความชื้นหรือน้ำหกบ่อยครั้ง และยังดูแลทำความสะอาดง่ายในชีวิตประจำวัน

6.2 คอนโด: พื้นที่ภายในทุกส่วน (ยกเว้นระเบียงกลางแจ้ง)

ทำไมถึงเหมาะ: ด้วยความบางของพื้นไวนิลเมื่อเทียบกับพื้นไม้หรือกระเบื้อง ทำให้ไม่เพิ่มความสูงของพื้นห้องมากนัก ซึ่งเหมาะกับการรีโนเวทคอนโด นอกจากนี้ระบบ Click Lock ยังช่วยให้ติดตั้งง่ายโดยไม่ต้องรื้อพื้นเก่า การดูแลรักษาก็ง่าย และยังช่วยเก็บเสียงได้ดีในพื้นที่อยู่อาศัยร่วม

6.3 ฟิตเนส

ทำไมถึงเหมาะ: พื้นไวนิลแบบ commercial grade มี Wear Layer หนาถึง 0.5 มม. จึงสามารถรองรับการเดินสัญจรหนัก ๆ ได้ดี พร้อมทั้งทนรอยขีดข่วนจากล้อเก้าอี้หรือการลากเฟอร์นิเจอร์ และยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้สำนักงานดูอบอุ่นและเป็นมิตรยิ่งขึ้น

6.4 ร้านค้า / โชว์รูม

ทำไมถึงเหมาะ: พื้นไวนิลมีลวดลายหลากหลาย ตั้งแต่ลายไม้ธรรมชาติไปจนถึงลายหินหรู จึงช่วยให้ร้านค้าดูดีระดับพรีเมียมโดยไม่ต้องลงทุนสูง อีกทั้งยังติดตั้งเร็ว ไม่รบกวนการเปิดร้าน และเมื่อใช้งานแล้วเกิดรอยเล็ก ๆ ก็สามารถเปลี่ยนเฉพาะแผ่นได้ง่าย

6.5 โรงแรม: ห้องพัก, ล็อบบี้, โถงทางเดิน

ทำไมถึงเหมาะ: พื้นไวนิลให้ผิวสัมผัสที่เงียบและนุ่มกว่ากระเบื้อง เหมาะกับการใช้งานในโรงแรมที่ต้องการความสงบ ไม่เสียงดังเมื่อเดินผ่าน อีกทั้งยังมีดีไซน์หรูหราให้เลือกมากมาย โดยไม่ต้องกลัวเรื่องปลวก หรือการซีดจางเมื่อเจอแสงจากโถงทางเดินที่เปิดไฟตลอดเวลา

6.6 สถานศึกษา / ห้องเด็ก

ทำไมถึงเหมาะ: พื้นไวนิลปลอดภัยเพราะไม่ลื่นง่าย และยังยืดหยุ่นพอที่จะช่วยลดแรงกระแทกเมื่อล้ม เหมาะกับห้องเด็กหรือพื้นที่เรียนรู้ นอกจากนี้ยังทนสารเคมี ทำความสะอาดง่าย จึงเหมาะกับพื้นที่ที่ต้องดูแลเรื่องสุขอนามัยอย่างสม่ำเสมอ

ดูบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับพื้นที่ใช้งานได้ที่นี่

7.โทนสีพื้นไวนิล บอกนิสัยเจ้าของบ้าน

  • โทนไม้ธรรมชาติ (Oak, Ash)  เป็นคนอบอุ่น เรียบง่าย ชอบความเป็นธรรมชาติ อยู่แล้วสบายใจ

  • โทนไม้วอลนัทเข้ม  เป็นคนมีสไตล์ ละเอียด ชอบบ้านที่ดูพรีเมียมและเป็นทางการ

  • โทนเทาอ่อน  เป็นคนสงบ มินิมอล ชอบความเป็นระเบียบและพื้นที่โล่งคลีน

  • โทนเทาเข้ม/ดำ  เป็นคนมั่นใจ ชอบความหรูโมเดิร์น และคุม Mood & Tone ของบ้านชัดเจน

  • โทนขาวครีม  เป็นคนอ่อนโยน ชอบแสงธรรมชาติ บ้านต้องโปร่ง สบายตา

  • โทน Beige / Earth Tone  เป็นคนรักความเรียบง่าย เน้นฟีลอบอุ่น บ้านต้องอยู่แล้วรู้สึก Safe zone

  • ลายไม้โทนลอฟต์ (เทาอมดำ/ผิวด้าน)  เป็นคนชอบความดิบ เท่ ไม่ซ้ำใคร และมีความมั่นใจในตัวเอง

*อ่านบทความ ค้นหาสไตล์บ้านที่ใช่…จากบุคลิกแบบ MBTI ของคุณ ได้ที่นี่

8.วิธีดูแลพื้นไวนิล

ดูแลพื้นไวนิลยังไงให้สวยเหมือนวันแรก? เคล็ดลับง่าย ๆ ที่ใครก็ทำได้ ไม่ว่าคุณจะเพิ่งปูพื้นใหม่ หรือใช้มาหลายปีแล้ว การดูแลพื้นไวนิลให้คงความเงางามและทนทาน ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิดเลย พื้นไวนิลเป็นวัสดุปูพื้นที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรง ดูแลไม่ยาก และทนรอยได้ดีอยู่แล้ว แต่ถ้ารู้วิธีดูแลอย่างถูกต้อง ก็จะช่วยยืดอายุการใช้งาน ทำให้พื้นดูใหม่ ไร้รอย และสวยเหมือนวันแรกที่ปูอยู่เสมอ

  • กวาดหรือดูดฝุ่นทุกวัน
    ลดเศษทรายและผงแข็งที่อาจทำให้พื้นเป็นรอยขีดข่วนได้ง่าย

  • ถูพื้นด้วยผ้าชุบน้ำหมาด ๆ
    ใช้น้ำให้พอชื้น ไม่ปล่อยให้มีน้ำขัง เพราะอาจซึมเข้ารอยต่อบางจุดได้

  • ใช้น้ำยาที่เหมาะกับพื้นไวนิล
    หลีกเลี่ยงสารเคมีแรง ๆ เพราะอาจทำให้ผิวหน้าพื้นหมองหรือเสียความเงา

  • วางพรมเช็ดเท้าหน้าประตู
    ช่วยดักฝุ่นและคราบสกปรกก่อนเข้าบ้าน ลดสิ่งสกปรกที่จะติดพื้น

  • ติดแผ่นรองใต้เฟอร์นิเจอร์
    ป้องกันรอยกด รอยขีดจากขาโต๊ะ–เก้าอี้ โดยเฉพาะจุดที่มีน้ำหนักมาก

  • ไม่ลากเฟอร์นิเจอร์บนพื้น
    การลากอาจทำให้พื้นเป็นรอยหรือทำให้ระบบล็อกเสียหาย ควรยกหรือใช้ตัวย้ายเฟอร์นิเจอร์ช่วย

  • เช็ดคราบทันที
    คราบน้ำมันหรือของหวานสามารถทิ้งรอยหรือฝังลึกบนผิวพื้นได้ ถ้าไม่เช็ดลองทิ้งไว้

  • กันแสงแดดจัดบริเวณที่โดนแดดทั้งวัน
    แสง UV ทำให้พื้นสีซีดหรือกรอบได้ในระยะยาว ควรใช้ม่านหรือฟิล์มกรองแสง

  • ใช้แผ่นรองเก้าอี้ล้อเลื่อน
    เก้าอี้ล้อเลื่อนสร้างรอยขีดง่าย แผ่นรองช่วยป้องกันผิวหน้าไวนิล

  • ตรวจรอยต่อหรือพื้นโก่งเป็นระยะ
    ถ้ามีความชื้น รอยต่ออ้า หรือล็อกหลุด ควรแก้ไขทันทีเพื่อไม่ให้พื้นเสียหายลาม

ในบทความนี้ จะเห็นได้ว่าพื้นไวนิลไม่ได้มีแค่ความสวย ,uความทนทาน ความปลอดภัย และการใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่บ้าน ห้องเด็ก ไปจนถึงอาคารพาณิชย์ ความแตกต่างของวัสดุ Virgin Vinyl กับ Recycle Vinyl ก็เป็นอีกจุดที่ควรพิจารณาให้ดี รวมถึงการเลือกโครงสร้างที่มีชั้นเสริม เช่น Fiberglass หรือ Wear Layer หนา ๆ ก็มีผลต่ออายุการใช้งานโดยตรง

 

หากคุณกำลังมองหาพื้นไวนิลคุณภาพสูง นำเข้าจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก “Allure” คือคำตอบที่ VK Floor ภูมิใจนำเสนอ Allure จาก VK Floor มาพร้อมเทคโนโลยี ISOCORE® ที่ยกระดับพื้นไวนิลให้เหนือกว่ามาตรฐานทั่วไป ด้วยคุณสมบัติพิเศษที่ตอบโจทย์ทั้งความปลอดภัย สุขภาพ และความเงียบสงบในบ้าน

  • Soft for Knees – ลดแรงกระแทก ถนอมข้อเข่า
    ชั้นโฟมพิเศษในระบบ ISOCORE® ช่วยลดแรงกระแทกจากการเดิน ยืน หรือใช้งานเป็นเวลานาน ลดความเมื่อยล้า เหมาะอย่างยิ่งสำหรับบ้านที่มีผู้สูงอายุ เด็ก หรือผู้ที่มีปัญหาข้อเข่า
  • Anti-Bacterial – ป้องกันแบคทีเรียและเชื้อรา
    เคลือบผิวด้วย Ultra-Fresh Treatment ซึ่งช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย ลดกลิ่นอับชื้น และช่วยรักษาสภาพแวดล้อมในบ้านให้สะอาดอยู่เสมอ
  • Noise Reduction – ลดเสียงรบกวนในบ้าน
    ชั้นรอง IXPE Foam ช่วยซับแรงกระแทกและลดเสียงสะท้อน ทำให้การเดินเงียบขึ้น เหมาะกับอาคารสูงหรือบ้านที่ต้องการความสงบ
  • Anti-Slip – ป้องกันการลื่นไถล เพิ่มความปลอดภัย
    พื้นผิวแบบ Embossed Texture ได้รับการออกแบบตามมาตรฐาน R10 Anti-Slip Rating ช่วยลดความเสี่ยงจากการลื่นล้ม โดยเฉพาะเมื่อพื้นเปียก
  • Eco-Friendly Product – ปลอดภัยต่อสุขภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
    ใช้วัสดุ Virgin PVC ที่ไม่มีโลหะหนักและปล่อยสารระเหยต่ำ (Low VOCs) จึงปลอดภัยทั้งต่อผู้อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อมรอบตัว

หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถดูบทความ คำถาามที่พบบ่อยในพื้นไวนิล ได้ที่นี่ หรือ inbox สอบถามได้เลย

9.คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ พื้นไวนิล

พื้นไวนิลคืออะไร?

พื้นไวนิลคือวัสดุปูพื้นที่ผลิตจาก PVC หรือ Vinyl มีความยืดหยุ่น เดินสบาย และให้ลวดลายได้หลากหลาย โดยเฉพาะลายไม้และลายหิน

พื้นไวนิลมีโครงสร้างอย่างไร?

พื้นไวนิลโดยทั่วไปมีหลายชั้น เช่น ชั้นเคลือบผิว ชั้นกันรอย ชั้นลวดลาย ชั้นแกนไวนิล และชั้นรองด้านล่าง โดยชั้นผิวบนช่วยป้องกันรอยและคราบสกปรก ชั้นลายช่วยให้พื้นดูเหมือนไม้หรือหิน ส่วนชั้นแกนไวนิลช่วยให้พื้นมีความยืดหยุ่น เดินสบาย และลดเสียงได้ดีกว่าวัสดุพื้นแข็งบางชนิด

 

พื้นไวนิลมีกี่ประเภท?

พื้นไวนิลหลัก ๆ มีทั้งแบบแผ่นกาว แบบคลิกล็อก แบบม้วน และแบบแกนพิเศษ

พื้นไวนิลมีข้อดีอะไรบ้าง?

ข้อดีของพื้นไวนิลคือเดินสบาย ลดเสียง ดูแลรักษาง่าย ลายสวย และติดตั้งได้รวดเร็ว เหมาะกับบ้านยุคใหม่ที่ต้องการพื้นลายไม้แต่ไม่อยากดูแลยากเหมือนไม้จริง โดยเฉพาะห้องนอน ห้องเด็ก ห้องทำงาน คอนโด หรือพื้นที่ที่ต้องการความเงียบและความสบายในการเดิน

พื้นไวนิลมีข้อเสียหรือข้อควรระวังอะไรบ้าง?

ข้อควรระวังของพื้นไวนิลคือควรติดตั้งบนพื้นเดิมที่เรียบ แห้ง สะอาด และไม่มีความชื้นสะสม หากพื้นเดิมไม่เรียบ อาจทำให้พื้นยวบ เป็นคลื่น หรือรอยต่อไม่สวยได้ นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงของมีคม การลากเฟอร์นิเจอร์หนัก และความร้อนสูงต่อเนื่อง เพราะอาจทำให้ผิวพื้นเสียหายหรือเสียรูปได้

พื้นไวนิลกันน้ำได้ไหม?

พื้นไวนิลทนน้ำได้ดีและเหมาะกับการใช้งานภายในบ้านที่มีโอกาสเจอน้ำหกหรือความชื้นทั่วไป แต่ไม่ควรปล่อยให้น้ำขังหรือซึมอยู่ใต้พื้นเป็นเวลานาน เพราะอาจกระทบกาว รอยต่อ หรือพื้นเดิมด้านล่างได้ หากมีน้ำหกควรรีบเช็ดให้แห้งทันทีเพื่อยืดอายุการใช้งาน

พื้นไวนิลต่างจากพื้น SPC อย่างไร?

พื้นไวนิลให้สัมผัสนุ่มและลดเสียงได้ดีกว่า ส่วนพื้น SPC มีแกนแข็งกว่าและทนแรงกดได้ดีในบางงาน หากต้องการพื้นเดินสบาย เงียบ และเหมาะกับห้องพักผ่อน พื้นไวนิลเป็นตัวเลือกที่ดี แต่หากต้องการพื้นแกนแข็ง ติดตั้งแบบคลิกล็อก และเน้นความทนทานในงานรีโนเวท พื้น SPC ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ

พื้นไวนิลเหมาะกับพื้นที่ไหนบ้าง?

พื้นไวนิลเหมาะกับพื้นที่ภายใน เช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องเด็ก ห้องทำงาน คอนโด คลินิก ร้านค้า และพื้นที่ที่ต้องการลดเสียง เพราะเดินสบาย ไม่เย็นเท้าจนเกินไป และให้ลายไม้ที่ดูอบอุ่น แต่ไม่แนะนำให้ใช้กลางแจ้งหรือพื้นที่ที่โดนแดด ฝน หรือความร้อนสะสมต่อเนื่อง

ก่อนติดตั้งพื้นไวนิลต้องเตรียมอะไรบ้าง?

ก่อนติดตั้งพื้นไวนิลต้องเตรียมพื้นเดิมให้เรียบ แห้ง สะอาด และไม่มีฝุ่นหรือความชื้น หากพื้นเดิมเป็นหลุม เป็นคลื่น หรือมีระดับไม่เท่ากัน ควรปรับพื้นก่อนติดตั้ง เพื่อให้พื้นไวนิลแนบสนิท เดินแล้วไม่ยวบ และลดปัญหารอยต่อหรือพื้นหลุดล่อนในระยะยาว

พื้นไวนิลดูแลรักษาอย่างไร?

ควรดูแลพื้นไวนิลด้วยการกวาดหรือดูดฝุ่นเป็นประจำ และใช้ผ้าหมาดเช็ดคราบโดยไม่ใช้น้ำมากเกินไป หลีกเลี่ยงน้ำยากัดกร่อน แปรงแข็ง และการลากของหนักโดยตรงบนพื้น ควรติดแผ่นรองใต้ขาเฟอร์นิเจอร์ เพื่อช่วยลดรอยขีดข่วนและทำให้พื้นสวยนานขึ้น

ร้านขายพื้นไวนิลในกรุงเทพฯ ควรเลือกที่ไหนดี?

VK Floor เป็นตัวเลือกสำหรับลูกค้าที่ต้องการพื้นไวนิลคุณภาพ เช่น Allure Isocore พร้อมคำแนะนำเรื่องสี ลาย ความหนา และการติดตั้งให้เหมาะกับบ้าน คอนโด ร้านค้า และงานรีโนเวท

พื้นไวนิลกับพื้นลามิเนต แบบไหนดีกว่า?

พื้นไวนิลเหมาะกับคนที่ต้องการพื้นเดินสบาย ทนน้ำ ดูแลง่าย และลดเสียงได้ดี ส่วนพื้นลามิเนตเหมาะกับคนที่ต้องการฟีลไม้จริง ลายไม้สวย และผิวสัมผัสใกล้เคียงไม้มากกว่า หากบ้านมีเด็ก สัตว์เลี้ยง หรือกังวลเรื่องน้ำ พื้นไวนิลจะตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าต้องการความอบอุ่นแบบพื้นไม้และใช้งานในพื้นที่แห้ง พื้นลามิเนตก็เป็นตัวเลือกที่ดี

ปัญหาที่พบบ่อยของพื้นไวนิลมีอะไรบ้าง?

ปัญหาที่พบบ่อยของพื้นไวนิลคือพื้นยวบ รอยต่อเผยอ พื้นเป็นคลื่น ผิวเป็นรอย หรือกาวเสื่อมในบางระบบ สาเหตุหลักมักมาจากพื้นเดิมไม่เรียบ มีความชื้นสะสม ติดตั้งไม่ถูกวิธี หรือใช้งานผิดประเภท จึงควรเตรียมพื้นเดิมให้เรียบ แห้ง สะอาด และเลือกทีมติดตั้งที่เข้าใจระบบพื้นไวนิลโดยเฉพาะ

พื้นไวนิลมีอายุการใช้งานกี่ปี?

พื้นไวนิลและกระเบื้องยางมีอายุการใช้งานเฉลี่ยประมาณ 10–25 ปี ขึ้นอยู่กับเกรดวัสดุ ความหนา ชั้นผิว และการดูแลรักษา

พื้นไวนิลเหมาะกับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงไหม?

พื้นไวนิลเหมาะกับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง เพราะทำความสะอาดง่าย เดินสบาย และทนน้ำได้ดีกว่าพื้นไม้หลายประเภท หากมีคราบน้ำ ปัสสาวะ หรือรอยเท้าสัตว์เลี้ยง ควรรีบเช็ดทันทีเพื่อป้องกันคราบและกลิ่นสะสม ควรเลือกพื้นไวนิลที่มีชั้นผิวทนรอย และหลีกเลี่ยงการลากกรงหรือของหนักบนพื้นโดยตรง

พื้นไวนิลกันน้ำได้จริงไหม?

พื้นไวนิลกันน้ำได้ดีในระดับการใช้งานทั่วไป เช่น น้ำหก ความชื้น หรือการเช็ดถูประจำวัน แต่ไม่ควรปล่อยให้น้ำขังหรือน้ำซึมใต้พื้นเป็นเวลานาน เพราะอาจกระทบกาว รอยต่อ หรือพื้นเดิมด้านล่างได้ หากมีน้ำหกควรรีบเช็ดให้แห้ง เพื่อให้พื้นใช้งานได้นานขึ้น

พื้นไวนิลสีไหนได้รับความนิยม?

พื้นไวนิลสีที่นิยมมากที่สุดคือโทนไม้ธรรมชาติ เช่น โอ๊คอ่อน เบจ น้ำตาลอ่อน เทาอุ่น และวอลนัท เพราะแต่งบ้านง่าย ช่วยให้ห้องดูอบอุ่น สว่าง และเข้ากับหลายสไตล์ เช่น Minimal, Japandi, Modern และ Contemporary